ตอนที่ 12 — การค้นพบหัวใจอันสงบที่แท้จริง
ลมเย็นยามพลบค่ำพัดผ่านอาคารศาลาปฏิบัติธรรม เสียงสวดมนต์ทำวัตรเย็นดังแว่วมาตามสายลม พิมพ์พิกากำลังนั่งสมาธิอยู่บนอาสนะเก่าแก่ภายในศาลา แสงตะเกียงสลัวๆ ส่องกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นแววตาที่สงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยความเมตตา
เธอหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ปล่อยวางความคิด ปล่อยวางความรู้สึก ปล่อยวางความปรารถนา สติของเธอค่อยๆ รวมศูนย์อยู่ที่ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
ในขณะที่จิตใจของเธอสงบแน่วแน่ ภาพต่างๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเธอ ภาพชีวิตที่ผ่านมา ภาพครอบครัว เพื่อนฝูง คนรักที่เคยมี ความสำเร็จ ความผิดหวัง ความสุข ความเศร้า ทั้งหมดล้วนฉายวนซ้ำไปมา ราวกับภาพยนตร์ในความทรงจำ
แต่ครั้งนี้ แตกต่างไปจากเดิม ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความเจ็บปวด หรือความเสียใจอีกต่อไป แต่เป็นเพียงการรับรู้ถึงความเป็นไปของเหตุการณ์เหล่านั้น การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของทุกสิ่งทุกอย่าง
เธอเห็นภาพตัวเองในอดีต หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ความคาดหวัง และความทุกข์ เธอพยายามไขว่คว้าหาความสุขจากสิ่งภายนอก เติมเต็มชีวิตด้วยวัตถุ การยอมรับจากผู้อื่น และการแข่งขันที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ทุกครั้งที่ได้มา เธอกลับพบว่ามันเป็นเพียงความสุขชั่วคราว และความว่างเปล่าก็กลับคืนมาอีกครั้ง
“ทำไมเราถึงมีความทุกข์ขนาดนั้นนะ” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นกลางหน้าผากของเธอ มันสว่างไสวมากขึ้นเรื่อยๆ แผ่รัศมีอบอุ่นไปทั่วร่างของเธอ พิมพ์พิกาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่บริสุทธิ์และเปี่ยมไปด้วยความรัก มันเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน
แสงนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไป โอบล้อมจิตใจของเธอไว้ทั้งหมด เธอรู้สึกเหมือนได้หลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง ความยึดมั่นถือมั่น ความกังวล ความกลัว ทั้งหมดถูกชะล้างออกไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่บริสุทธิ์ และในความว่างเปล่านั้น เธอได้พบกับสิ่งหนึ่งที่เธอตามหามาตลอดชีวิต
“นี่คือ... หัวใจอันสงบ” เธอระลึกได้
มันไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ ไม่ใช่ความรู้สึกที่ปรุงแต่งขึ้นมา แต่มันคือสภาวะที่อยู่เหนือคำบรรยาย เป็นความสงบที่แท้จริง เป็นความสุขที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขใดๆ เป็นอิสรภาพที่สมบูรณ์
แม่ชีปทุมซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนัก ลืมตาขึ้น ใบหน้าของท่านเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี “โยมพิมพ์พิกา… เห็นแล้วใช่ไหมจ๊ะ”
พิมพ์พิกาค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอหันไปมองแม่ชีปทุม ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความปิติ “ค่ะแม่ชี หนูเห็นแล้วค่ะ หนูได้พบหัวใจอันสงบของหนูแล้ว”
“นั่นแหละจ้ะ คือนิพพานอันเป็นที่สิ้นสุดแห่งทุกข์” แม่ชีปทุมกล่าว “มันไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม มันอยู่ภายในจิตใจของเรานี่เอง เพียงแต่เราต้องมีสติและปัญญาไปเปิดเผยให้เห็น”
พิมพ์พิกาสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้สึกราวกับได้เกิดใหม่ ความรู้สึกเบาหวิว สบายตัว และอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอไม่รู้สึกอยากได้อะไรอีกต่อไป ไม่รู้สึกอยากหนีอะไรอีกต่อไป เธอเพียงแค่เป็นอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างสมบูรณ์
“หนูจะรักษาหัวใจดวงนี้ไว้ให้ดีที่สุดค่ะแม่ชี” พิมพ์พิกากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
“ดีแล้วจ้ะ” แม่ชีปทุมพยักหน้า “จงหมั่นเจริญสติอยู่เสมอ หมั่นระลึกถึงสัจธรรมที่ได้เห็น เมื่อนั้น หัวใจอันสงบนี้ก็จะอยู่คู่กับโยมตลอดไป”
พิมพ์พิกาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง ดวงดาวเริ่มปรากฏขึ้นทีละดวง ราวกับประดับประดาความงามของราตรี เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งกับจักรวาลใบนี้ ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน และเธอเองก็เป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์นั้น
การเดินทางของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่ใช่การเดินทางไปสู่ที่ไหน แต่เป็นการเดินทางสู่ภายใน การค้นพบตัวตนที่แท้จริง การละทิ้งตัวตนที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา และการดำรงอยู่ด้วยหัวใจอันสงบที่แท้จริง
เธอรู้ดีว่าเส้นทางนี้ยังคงมีความท้าทายรออยู่เบื้องหน้า แต่เธอไม่หวั่นไหวอีกต่อไป เพราะเธอได้ค้นพบที่พึ่งอันมั่นคงที่สุดแล้ว นั่นคือจิตใจที่สงบและเป็นอิสระของเธอเอง ดอกบัวในใจของเธอได้เบ่งบานอย่างสมบูรณ์แล้ว
3,248 ตัวอักษร