ตอนที่ 25 — การตัดสินใจที่ต้องแลกด้วยบางสิ่ง
ภาคินนั่งนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นโพธิ์ใหญ่ ลมเย็นพัดโชยมาแผ่วเบา พาเอาใบไม้แห้งปลิวร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง เขาเหม่อมองไปยังสระบัวที่ทอดตัวยาวเหยียดอยู่เบื้องหน้า ผิวน้ำสะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามสดใส และหมู่เมฆที่ลอยเลื่อนอย่างเชื่องช้า ความเงียบสงบของธรรมชาติที่โอบล้อมสำนักแห่งนี้ยังคงเป็นสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงจิตใจของเขาได้ในยามนี้ หลังจากการเผชิญหน้าอันตึงเครียดกับคุณสมชายเมื่อสองวันก่อน ภาคินรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ข้อเสนอของคุณสมชายช่างเย้ายวนเสียจนยากจะปฏิเสธ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เต็มไปด้วยอันตรายที่อาจพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากำลังจะสร้างขึ้นมาใหม่ไปได้
"จะเอายังไงดีนะ" ภาคินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการไม่ได้ใช้งานมานาน ความคิดตีรวนอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินที่ค้างอยู่กับคุณสมชาย ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว กับข้อเสนอที่จะให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจของเขา โดยเสนอผลตอบแทนงามๆ แลกกับการที่ภาคินต้องทิ้งความฝันในการเป็นศิลปินอิสระ และหันมาทำงานตามคำสั่งของเขาแทน
"คุณภาคินคะ" เสียงหวานใสของน้ำหวานดังขึ้นเรียกสติ ภาคินหันไปมอง เห็นน้ำหวานเดินเข้ามาหาพร้อมกับถาดที่วางผลไม้และน้ำสมุนไพรอยู่เต็มถาด เธอหยุดยืนอยู่ข้างๆ เขา ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่พยายามจะส่งกำลังใจมาให้
"มานั่งเป็นเพื่อนนะคะ" น้ำหวานวางถาดลงบนพื้นหญ้า แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ภาคิน สังเกตเห็นความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดบนใบหน้าของเขา
"ขอบคุณนะ น้ำหวาน" ภาคินเอ่ยรับ พลางหยิบส้มผลหนึ่งขึ้นมาปอกเปลือกอย่างเชื่องช้า "ยังคิดไม่ตกเลย"
"เรื่องของคุณสมชายใช่ไหมคะ" น้ำหวานถามอย่างอ่อนโยน "ดิฉันเข้าใจค่ะว่ามันเป็นเรื่องยาก"
"มันไม่ง่ายเลยน้ำหวาน" ภาคินถอนหายใจยาว "เงินที่ติดค้างอยู่มันเป็นจำนวนที่เยอะมากจริงๆ ถ้าฉันหามาคืนเขาไม่ได้ เขาคงไม่ปล่อยฉันง่ายๆ แน่"
"แต่ข้อเสนอของเขา... มันก็เหมือนการขายวิญญาณเลยนะคะ" น้ำหวานพูดเสียงเบา "คุณภาคินรักงานศิลปะของท่านมากนะคะ ดิฉันเห็นมาตลอด"
"รู้แล้ว" ภาคินตอบรับ "แต่ชีวิตจริงมันก็ต้องกินต้องใช้ น้ำหวานเองก็คงรู้ดีว่าศิลปินอย่างฉัน มันไม่ได้มีเงินทองล้นฟ้าอะไรเลย ยิ่งมาเจอเรื่องนี้อีก มันเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางหัว"
"แล้วถ้า... ถ้าเราลองหาทางอื่นดูก่อนล่ะคะ" น้ำหวานเสนอ "บางทีอาจจะมีทางออกที่เรายังมองไม่เห็นก็ได้"
"ทางออกไหนเล่า" ภาคินถามอย่างหมดหวัง "ฉันลองคิดดูทุกทางแล้วนะ มันเหมือนจะไปทางไหนก็ตันไปหมด การตอบตกลงคุณสมชาย มันเหมือนทางออกเดียวที่มองเห็นได้ในตอนนี้ ถึงแม้ว่ามันจะต้องแลกกับอะไรไปก็ตาม"
"แต่ถ้ามันทำให้คุณภาคินไม่มีความสุขล่ะคะ" น้ำหวานถาม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย "การยอมจำนนต่ออำนาจเงิน หรือการต้องทำในสิ่งที่ไม่รัก มันจะคุ้มกันจริงหรือคะ"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" ภาคินยอมรับ "แต่ถ้าต้องติดคุกติดตาราง หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะฉัน ฉันคงไม่สบายใจแน่ๆ"
"คุณสมชายเป็นคนยังไงคะ" น้ำหวานถามอย่างสงสัย "เขาดูเป็นคนมีอิทธิพลมากเลย"
"เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก" ภาคินอธิบาย "แต่ก็เป็นคนที่มีเบื้องหลังไม่ค่อยดีนัก เขาชอบใช้เงินและอำนาจในการบีบบังคับคนอื่น เขาเคยร่วมงานกับฉันมาก่อน แล้วก็มีเรื่องที่ฉันติดหนี้เขาอยู่ ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องเก่าแล้ว แต่เขากลับเอามาข่มขู่ฉันในตอนนี้"
"แล้วท่านเจ้าสำนักล่ะคะ ท่านทราบเรื่องนี้ไหม" น้ำหวานถาม
"ยังไม่ได้บอกท่านเลย" ภาคินตอบ "ฉันไม่อยากให้ท่านต้องกังวลใจไปมากกว่านี้ ท่านก็มีปัญหาเรื่องการเงินของสำนักอยู่แล้ว"
"บางที... การบอกท่าน อาจจะเป็นทางออกที่ดีก็ได้นะคะ" น้ำหวานกล่าว "ท่านอาจจะมีคำแนะนำ หรืออาจจะช่วยเราได้"
ภาคินนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าท่านเจ้าสำนักเป็นผู้มีเมตตาและปัญญา แต่เขาก็ยังลังเลที่จะนำปัญหาของตนเองไปเพิ่มภาระให้ท่าน "ฉันก็ไม่แน่ใจนะ น้ำหวาน"
"แต่ถ้าเราไม่ลองบอก ท่านจะรู้ได้อย่างไรคะ" น้ำหวานคะยั้นคะยอ "บางทีการแบ่งเบาภาระ ก็อาจจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นก็ได้นะคะ"
ภาคินเงยหน้าขึ้นมองน้ำหวาน เขารู้สึกได้ถึงความจริงใจในคำพูดของเธอ "ก็ได้ ฉันจะลองไปคุยกับท่านดู"
"ดีแล้วค่ะ" น้ำหวานยิ้มให้ "อย่างน้อยที่สุด เราก็ได้ลองทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้ว"
หลังจากน้ำหวานเดินจากไป ภาคินก็ลุกขึ้นยืน เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไม่ยอมจำนนต่อความกลัว และจะไม่ปล่อยให้เงินมามีอำนาจเหนือจิตใจของเขาไปมากกว่านี้ เขาจะลองหาทางออกที่ดีที่สุด แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยบางสิ่งก็ตาม เขาเดินตรงไปยังกุฏิของท่านเจ้าสำนัก เตรียมพร้อมที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมด
3,682 ตัวอักษร