ธารใสแห่งการปล่อยวาง

ตอนที่ 30 / 44

ตอนที่ 30 — การยอมรับในความจริงและความเมตตา

คำพูดของท่านเจ้าสำนักทำให้บรรยากาศในห้องทำงานของคุณสมชายดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย แม้จะยังมีร่องรอยของความไม่พอใจปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา แต่แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับดูครุ่นคิด “ท่านเจ้าสำนักพูดถูกครับ” ภาคินกล่าวเสริม “ผมไม่ได้ต้องการจะกล่าวหาคุณสมชาย เพียงแต่ผมต้องการจะปกป้องสิทธิ์ของผม และรักษาชื่อเสียงของผมในฐานะศิลปิน” คุณสมชายเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก้มลงมองเอกสารบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภาคินอีกครั้ง “เจ้าแน่ใจนะว่า ไม่เคยตกลงเรื่องนี้กับข้า?” “ผมแน่ใจครับ” ภาคินตอบอย่างหนักแน่น “ผมจำได้ว่าผมปฏิเสธข้อเสนอของคุณสมชายไป เพราะผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการโปรโมทแบรนด์ของคุณ” คุณสมชายพยักหน้าช้าๆ “ถ้าอย่างนั้น… บางทีข้าอาจจะจำสับสนไปเอง” เขาถอนหายใจยาว “ข้ามีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้” ภาคินรู้สึกประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคุณสมชาย เขาไม่คิดว่าคุณสมชายจะยอมรับผิดง่ายๆ เช่นนี้ “แต่เรื่องการประมูล” คุณสมชายกล่าวต่อ “ผลงานชิ้นนั้น มันได้ถูกลงประกาศขายไปแล้ว การยกเลิกในตอนนี้ อาจจะสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดงานได้” “ผมเข้าใจครับ” ภาคินกล่าว “แต่ผมก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามไปมากกว่านี้” ท่านเจ้าสำนักเอ่ยขึ้น “คุณสมชาย หากท่านไม่สบายใจเรื่องการยกเลิกการประมูล ท่านอาจจะหาทางชี้แจงกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้” ท่านกล่าว “หรือหากท่านต้องการจะรักษาชื่อเสียงของท่านเอง ท่านอาจจะหาผลงานชิ้นอื่นมาทดแทน” คุณสมชายเงียบไปอีกครั้ง เขาใช้เวลาคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน ภาคินมองท่านเจ้าสำนักที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างสงบ ไม่ได้กดดัน หรือเร่งเร้าอะไร “เอาอย่างนี้แล้วกัน” คุณสมชายกล่าวในที่สุด “ข้าจะลองเจรจากับทางผู้จัดงานดู” เขาหันมามองภาคิน “แต่เจ้าต้องให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่กล่าวโทษข้าในเรื่องนี้อีก” “ผมให้คำมั่นครับ” ภาคินตอบรับ “และผมก็พร้อมที่จะทำความเข้าใจ หากการเจรจาของคุณสมชายมีอุปสรรค” “ดี” คุณสมชายกล่าว “ข้าจะติดต่อกลับไปหาเจ้าอีกครั้ง” เขามองไปที่ท่านเจ้าสำนัก “และขอขอบคุณท่านเจ้าสำนักด้วย ที่กรุณามาช่วยเหลือ” “ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัย” ท่านเจ้าสำนักกล่าวด้วยรอยยิ้ม “การให้อภัย และความเข้าใจ ย่อมนำมาซึ่งสันติสุข” ภาคินรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก การเผชิญหน้าครั้งนี้ ไม่ได้จบลงด้วยความขัดแย้งอย่างที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ ตรงกันข้าม มันกลับนำมาซึ่งความหวัง และหนทางแห่งการแก้ไข หลังจากนั้น ภาคินและท่านเจ้าสำนักก็ขอตัวกลับ “ท่านเจ้าสำนักครับ” ภาคินเอ่ยขึ้นขณะเดินออกมาจากอาคาร “ผมไม่แน่ใจเลยว่า หากไม่มีท่าน ผมจะผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไร” “ภาคินเอ๋ย” ท่านเจ้าสำนักกล่าว “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย การที่เจ้าได้มาที่สำนักของเรา ได้มีโอกาสฝึกฝนจิตใจ ก็เป็นเหตุปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เจ้ามีความเข้มแข็ง และมีสติที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา” “แต่… การที่ท่านยอมมาด้วย…” “ในทุกสถานการณ์ ย่อมมีสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้เสมอ” ท่านเจ้าสำนักกล่าว “แม้แต่การเผชิญหน้ากับผู้ที่เคยทำให้เราเดือดร้อน ก็เป็นโอกาสให้เราได้ฝึกฝนความอดทน ความเมตตา และการให้อภัย” “ผมคิดว่า ผมได้เรียนรู้หลายอย่างจากการเดินทางครั้งนี้ครับ” ภาคินกล่าว “ผมได้เรียนรู้ว่า การยึดติดในชื่อเสียง หรือการยอมรับจากคนอื่นนั้น ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด” “ถูกต้องแล้ว” ท่านเจ้าสำนักกล่าว “คุณค่าที่แท้จริง อยู่ที่การกระทำของเรา จิตใจของเรา และความสงบสุขภายในของเราเอง” “ผมรู้สึกว่า ผมได้ปล่อยวางจากความกังวล และความกลัวต่างๆ ไปแล้วจริงๆ ครับ” ภาคินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แผ่กว้าง “ผมพร้อมที่จะกลับไปทำงานศิลปะของผม ด้วยหัวใจที่เบาสบาย” “ดีแล้ว” ท่านเจ้าสำนักกล่าว “จงหมั่นฝึกฝนจิตใจอยู่เสมอ แล้วเจ้าจะพบว่า โลกใบนี้เต็มไปด้วยความงดงาม และโอกาสอันมากมาย” เมื่อเดินทางกลับมาถึงสำนักปฏิบัติธรรม ภาคินรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง เขาไม่ได้รู้สึกกดดัน หรือกังวลกับปัญหาที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความสงบ และความสุขที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจ เขาเดินไปยังริมลำธารใสที่เคยนั่งมองอยู่ก่อนหน้านี้ สายน้ำยังคงไหลเอื่อยอย่างไม่หยุดนิ่ง พัดพาเอาใบไม้แห้งและเศษกิ่งไม้เล็กๆ ลอยไปตามกระแสน้ำ ภาคินมองตามไปอย่างเพลิดเพลิน เขาเข้าใจแล้วว่า การปล่อยวางที่แท้จริง ไม่ใช่การลืมเลือนสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คือการยอมรับในความจริง และก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยจิตใจที่เบาสบาย วันเวลาที่สำนักปฏิบัติธรรมกำลังจะสิ้นสุดลง แต่บทเรียนที่ภาคินได้รับ จะยังคงอยู่กับเขาตลอดไป เขาได้พบกับ "ธารใสแห่งการปล่อยวาง" ที่แท้จริงแล้ว ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แต่อยู่ภายในใจของเขาเอง.

3,683 ตัวอักษร