ตอนที่ 23 — คำสารภาพจากอดีตที่ปวดร้าว
ภายหลังพิธีหมั้นที่เต็มไปด้วยความยินดีและเสียงอวยพร บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง แขกเหรื่อบางส่วนเริ่มทยอยกลับ เหลือเพียงครอบครัว ญาติสนิท และเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่ยังคงอยู่ร่วมรับประทานอาหารค่ำกันอย่างอบอุ่น ทว่าความรู้สึกไม่สบายใจที่ท่านประจักษ์ได้รับจากการพบปะกับคุณสมชายในตอนกลางวันนั้น ยังคงค้างคาอยู่ในใจเขาอย่างไม่จางหาย เขาเหลือบมองไปยังคุณหญิงสุดาที่กำลังพูดคุยอย่างออกรสกับท่านวิวัฒน์ รอยยิ้มของพวกท่านดูมีความสุข แต่ในใจของท่านประจักษ์กลับเต็มไปด้วยคำถามและความกังวล
"คุณท่านคะ ทานอาหารอีกหน่อยไหมคะ" คุณหญิงสุดาถาม ขณะเห็นสามีดูเหม่อลอย
"ขอบคุณครับคุณหญิง" ท่านประจักษ์ตอบ พลางพยายามยิ้มให้ดูปกติ "ผมแค่นั่งคิดอะไรเพลินๆ ครับ"
"คิดถึงเรื่องคุณสมชายสินะคะ" คุณหญิงสุดาเดาใจสามี "ดิฉันก็รู้สึกได้ว่าเขามีเจตนาไม่ดี"
"ผมเองก็คิดเช่นนั้น" ท่านประจักษ์ถอนหายใจ "คำพูดของเขามันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่"
"เราไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้มารบกวนจิตใจของเรานะคะ" คุณหญิงสุดาจับมือสามี "เราได้ก้าวผ่านเรื่องราวร้ายๆ ในอดีตมาได้แล้ว และเราจะใช้หลักพรหมวิหาร 4 ในการดำเนินชีวิตต่อไป"
"ผมรู้ครับคุณหญิง" ท่านประจักษ์กล่าว "แต่บางครั้ง... ความลับในอดีตมันก็เหมือนเงาที่ตามติดเราไปเสมอ"
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน ท่านวิวัฒน์ก็เดินเข้ามาสมทบ "มีอะไรกันหรือครับ เห็นคุยกันเครียดเชียว"
"เปล่าครับคุณวิวัฒน์" ท่านประจักษ์รีบตอบ "แค่คุยกันเรื่องทั่วๆ ไป"
แต่ท่านวิวัฒน์เป็นคนที่ฉลาดหลักแหลม เขาสังเกตเห็นสีหน้าของท่านประจักษ์และคุณหญิงสุดา จึงถามอย่างตรงไปตรงมา "คุณประจักษ์ครับ คุณเจอคุณสมชายมาใช่ไหมครับ"
ท่านประจักษ์พยักหน้า "ใช่ครับ เขามาที่งาน"
"เขาพูดอะไรไม่ดีกับคุณหรือเปล่าครับ" ท่านวิวัฒน์ถามด้วยความเป็นห่วง
"เขาก็แค่... พูดประหลาดๆ ครับ" ท่านประจักษ์อึกอัก "เหมือนจะบอกเป็นนัยว่า... เรื่องของเราอาจจะไม่ได้จบลงง่ายๆ"
ท่านวิวัฒน์ขมวดคิ้ว "ผมไม่ชอบท่าทีของคุณสมชายเลย ผมรู้สึกว่าเขายังมีความแค้นฝังใจอยู่"
"ผมเองก็รู้สึกเช่นนั้น" คุณหญิงสุดากล่าวเสริม "แต่เราไม่ต้องไปใส่ใจเขามากหรอกค่ะ"
"แต่ถ้าหากเขาคิดจะทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อลูกๆ ของเราล่ะครับ" ท่านประจักษ์ถามด้วยความเป็นห่วง "โดยเฉพาะกวินกับณิชา"
ทันใดนั้นเอง กวินและณิชาก็เดินเข้ามาหาพวกเขาพอดี "พวกท่านกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่คะ?" ณิชาถาม
"ก็คุยเรื่องของคุณสมชายน่ะสิ" ท่านวิวัฒน์ตอบ "เขาก็ยังเป็นคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง"
"คุณสมชายมาที่นี่ด้วยเหรอคะ?" กวินถามอย่างแปลกใจ "ผมไม่ทันสังเกตเลย"
"เขามาตอนบ่ายๆ" ท่านประจักษ์ตอบ "และเขาก็ได้พูดบางอย่างที่ทำให้พ่อรู้สึกไม่สบายใจ"
"เขาพูดว่าอะไรครับพ่อ?" กวินถาม
"เขาบอกว่า... ความสงบสุขที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ อาจจะไม่ได้ยั่งยืนอย่างที่ผมคิด" ท่านประจักษ์เล่า "และเขาก็พูดถึงความลับบางอย่างในอดีต"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของกวินและณิชาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าความขัดแย้งในอดีตของสองตระกูลนั้น มีเรื่องราวที่ซับซ้อนและมีปมปัญหาที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายอย่างแท้จริง
"พ่อคะ" ณิชาเอ่ยเสียงเบา "หนูรู้สึกเหมือนกันค่ะ ว่ายังมีบางอย่างที่ยังไม่ถูกเปิดเผย"
"หมายความว่ายังไงลูก?" ท่านวิวัฒน์ถาม
"ก็... เรื่องของคุณพ่อกับคุณสมชายไงคะ" ณิชาอธิบาย "แล้วก็เรื่องที่ทำให้สองตระกูลของเราบาดหมางกันมานาน"
"เรื่องนั้นมันเป็นอดีตไปแล้วนะณิชา" ท่านประจักษ์พยายามปลอบใจ
"แต่บางที... อดีตก็อาจจะกลับมามีอิทธิพลต่อปัจจุบันได้นะคะ" กวินเสริม "โดยเฉพาะถ้ามันเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้ถูกแก้ไขให้ถูกต้อง"
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ความสุขจากการหมั้นของทั้งคู่เริ่มถูกบดบังด้วยเงาของอดีตที่กลับมาทวงถาม
"ผมว่า เราควรจะพูดคุยกันให้เคลียร์ในเรื่องนี้" ท่านวิวัฒน์กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว "ถ้ามีอะไรที่ค้างคาใจอยู่ เราควรจะสะสางมันให้เสร็จสิ้น เพื่ออนาคตของลูกๆ"
ท่านประจักษ์พยักหน้าเห็นด้วย "ผมเองก็คิดเช่นนั้น"
ทั้งสี่คนจึงย้ายไปนั่งคุยกันในห้องรับแขกที่เงียบสงบกว่าเดิม คุณหญิงสุดาเองก็เข้ามานั่งร่วมวงด้วย
"เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว" ท่านประจักษ์เริ่มเล่า "ตอนนั้นผมกับคุณสมชายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจที่กำลังไปได้สวย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ทำให้เราต้องแยกทางกัน และความบาดหมางก็เริ่มต้นขึ้น"
"แต่สาเหตุที่แท้จริงคืออะไรคะพ่อ?" กวินถาม
"มันเป็นเรื่องของการหักหลังกันทางธุรกิจ" ท่านประจักษ์กล่าว "คุณสมชายเชื่อว่าผมหักหลังเขา และผมเองก็เชื่อว่าเขาพยายามจะเอาเปรียบผม"
"แต่จริงๆ แล้ว... มันไม่ใช่ความผิดของคุณพ่อเลยค่ะ" คุณหญิงสุดาเสริม "มันมีคนกลางที่เข้ามาสร้างความเข้าใจผิด"
"คนกลาง?" ท่านวิวัฒน์ถาม
"ใช่ครับ" ท่านประจักษ์ตอบ "แต่ตอนนั้น... ผมไม่สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้ และคุณสมชายก็ไม่ยอมรับฟัง"
"และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของความเกลียดชังระหว่างเรา" ท่านวิวัฒน์กล่าว "ผมเองก็ไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดในตอนนั้น เพราะผมยังเด็กอยู่"
"แต่ผมรู้มาตลอดค่ะ" ณิชาเอ่ยขึ้น "จากคุณยายของหนู"
ทุกคนหันไปมองณิชาด้วยความประหลาดใจ
"คุณยายของหนู... เคยเป็นเลขานุการของคุณพ่อกับคุณสมชายมาก่อนค่ะ" ณิชาอธิบาย "ท่านเล่าให้หนูฟังว่า... มีคนคนหนึ่งพยายามจะยุยงให้คุณพ่อกับคุณสมชายแตกแยกกัน"
"ใครกัน?" ท่านประจักษ์ถามเสียงหลง
"เขาชื่อ... คุณชัชวาลย์ ค่ะ" ณิชาตอบ "เขาเป็นคนที่เข้ามาในบริษัทของเราช่วงนั้นพอดี เขาทำทีเป็นเพื่อน แต่จริงๆ แล้วเขาคือคนที่คอยยุแหยงให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างคุณพ่อกับคุณสมชาย"
"คุณชัชวาลย์!" ท่านประจักษ์อุทานชื่อนั้นออกมาด้วยความตกใจ "ผมจำเขาได้ เขาเคยเข้ามาเสนอตัวขอร่วมงานกับเรา แต่เราปฏิเสธไป"
"ใช่ค่ะ" ณิชาพยักหน้า "คุณยายบอกว่า... คุณชัชวาลย์เสียใจที่ถูกปฏิเสธ และเขาต้องการจะแก้แค้น"
"แล้วเรื่องที่เขาทำล่ะ?" ท่านวิวัฒน์ถาม
"คุณยายเล่าว่า... คุณชัชวาลย์ได้สร้างหลักฐานปลอมขึ้นมา เพื่อให้คุณสมชายเข้าใจผิดว่าคุณพ่อจะฮุบกิจการของเขา" ณิชาเล่า "และในขณะเดียวกัน เขาก็สร้างหลักฐานอีกชุดหนึ่ง เพื่อให้คุณพ่อเข้าใจผิดว่าคุณสมชายกำลังจะนำความลับทางการค้าไปขายให้คู่แข่ง"
"เป็นไปได้อย่างไร!" ท่านประจักษ์อุทานด้วยความตกตะลึง "ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย"
"คุณยายพยายามจะบอกคุณพ่อแล้วค่ะ แต่คุณพ่อไม่เชื่อ" ณิชาอธิบาย "เพราะคุณชัชวาลย์เก่งมากในการบิดเบือนความจริง"
"แล้วคุณสมชายล่ะครับ?" กวินถาม
"คุณสมชายเองก็ถูกคุณชัชวาลย์หลอกเหมือนกันค่ะ" ณิชาตอบ "เขาเชื่อทุกอย่างที่คุณชัชวาลย์บอก และนั่นทำให้เขาโกรธคุณพ่อมาก"
"แล้วคุณชัชวาลย์หายไปไหน?" ท่านประจักษ์ถาม
"คุณยายบอกว่า... หลังจากที่เรื่องราวบานปลาย คุณชัชวาลย์ก็หายตัวไปค่ะ" ณิชาตอบ "ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน"
ความจริงอันน่าตกใจได้ถูกเปิดเผยออกมา มันคือปมในอดีตที่ฝังลึกมานานหลายปี และเป็นสาเหตุของความบาดหมางระหว่างสองตระกูลที่แท้จริง
"ผมไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้" ท่านประจักษ์กล่าวด้วยความรู้สึกผิด "ผมเข้าใจผิดคุณสมชายมาตลอด"
"และนั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณครับคุณประจักษ์" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากประตูห้องรับแขก ทุกคนหันไปมอง และพบกับคุณสมชาย ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีความสะใจอยู่ลึกๆ
"คุณสมชาย!" ท่านประจักษ์ร้องอุทาน
"ผมบังเอิญเดินผ่านมาพอดี ได้ยินเรื่องราวที่น่าสนใจ" คุณสมชายกล่าว "แต่ผมก็ต้องขอบคุณนะ ที่ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผยออกมา"
5,923 ตัวอักษร