พรหมวิหาร 4 สู่รักนิรันดร์

ตอนที่ 26 / 40

ตอนที่ 26 — การตัดสินใจที่ยากลำบาก

บรรยากาศในห้องรับแขกยังคงอบอวลไปด้วยความตึงเครียด แม้ว่าคำพูดของท่านประจักษ์จะทำให้คุณสมชายมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่ความขมขื่นในใจของท่านประจักษ์และคุณหญิงสุดา ยังคงฉายชัดอยู่บนใบหน้าของทั้งสองคน การเปิดเผยความจริงอันน่าตกใจในครั้งนี้ มันเปรียบเสมือนรอยร้าวที่ลึกเกินกว่าจะมองข้าม "ผม... ผมควรจะไปแล้วครับ" คุณสมชายกล่าว "ผมขอโทษที่ทำให้งานต้องเสียบรรยากาศ" "เดี๋ยวก่อนคุณสมชาย" คุณวิวัฒน์เอ่ยขึ้น "ผมว่าเราควรจะคุยกันให้ชัดเจนก่อน" ท่านประจักษ์พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ครับ คุณสมชาย คุณต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น" "ผมรู้ครับ" คุณสมชายตอบ "ผมจะทำทุกอย่างที่ท่านประจักษ์ต้องการ" "ผมไม่ได้ต้องการให้คุณทำอะไรทั้งนั้น" ท่านประจักษ์กล่าว "ผมต้องการให้คุณเข้าใจถึงผลกระทบของการกระทำของคุณ" "ท่านประจักษ์คะ" คุณหญิงสุดากล่าว "ดิฉันเข้าใจว่าคุณโกรธ แต่เราต้องคิดถึงอนาคตด้วยนะคะ" "อนาคตอะไรของคุณหญิง" ท่านประจักษ์ถาม "ในเมื่ออดีตของเรามันยังตามมาหลอกหลอนอยู่แบบนี้" "แต่ความรักของกวินกับณิชา ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเราไม่สามารถทำลายมันได้" คุณหญิงสุดาพยายามอธิบาย "เราต้องหาทางประนีประนอม" "ประนีประนอมยังไงครับ" ท่านประจักษ์ถาม "ในเมื่อคนที่ทำร้ายเรา คือคนในครอบครัวของคุณ" "แต่มันก็เป็นอดีตไปแล้วนี่คะ" คุณหญิงสุดาตอบ "เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้" กวินมองหน้าพ่อแม่ด้วยความเข้าใจ "พ่อครับ แม่ครับ ผมเข้าใจว่าพ่อกับแม่เสียใจ" "แต่ความรักของเรา จะเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์นี้เองครับ" กวินกล่าวต่อ "เราจะไม่ยอมให้เรื่องในอดีต มาทำลายความสุขของเราในปัจจุบัน" ณิชาพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ค่ะ ท่านประจักษ์ คุณหญิงสุดา หนูเชื่อว่าพรหมวิหาร 4 จะช่วยเราได้ค่ะ" "พรหมวิหาร 4?" ท่านประจักษ์ทวนคำ "คุณหมายถึงอะไร" "เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ค่ะ" ณิชากล่าว "เราต้องมีเมตตาต่อกัน คือความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข" "กรุณา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์" กวินเสริม "เราต้องมีความกรุณาต่อคุณสมชาย แม้ว่าเขาจะเคยทำผิดพลาดก็ตาม" "มุทิตา คือความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี" ณิชากล่าวต่อ "เราต้องยินดีกับความสุขของกวินและหนู" "และอุเบกขา คือการวางใจเป็นกลาง" กวินกล่าว "เราต้องปล่อยวางความทุกข์ในอดีต และอยู่กับปัจจุบัน" ท่านประจักษ์มองหน้ากวินและณิชาด้วยความทึ่ง เขาไม่เคยคิดว่าเด็กหนุ่มสาวสองคนนี้ จะมีความคิดที่ลึกซึ้งและเข้าใจหลักธรรมได้ดีถึงเพียงนี้ "แต่... มันไม่ง่ายเลยนะ ลูก" ท่านประจักษ์กล่าว "บาดแผลในใจมันลึกเกินกว่าจะเยียวยาได้ง่ายๆ" "หนูรู้ค่ะ" ณิชากล่าว "แต่เราจะลองทำดูนะคะ" "คุณสมชาย" ท่านประจักษ์หันไปทางคุณสมชาย "ผมจะให้โอกาสคุณพิสูจน์ตัวเอง" คุณสมชายเงยหน้าขึ้นมองท่านประจักษ์ด้วยความหวัง "ผมจะทำทุกอย่างครับ" "แต่คุณต้องทำอย่างจริงใจ" ท่านประจักษ์กล่าว "ไม่ใช่แค่การแก้ตัว" "ผมจะพิสูจน์ให้เห็นครับ" คุณสมชายยืนยัน "แล้วเรื่องทรัพย์สินของคุณล่ะ" คุณหญิงสุดากล่าว "คุณจะยกให้ใคร" "ผมจะยกให้เป็นกองทุนเพื่อการกุศลครับ" คุณสมชายตอบ "ผมจะตั้งมูลนิธิขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน" "เป็นความคิดที่ดี" ท่านประจักษ์กล่าว "ผมขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคุณ" คุณสมชายมองท่านประจักษ์ด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณครับ ท่านประจักษ์" "แต่ผมมีข้อแม้" ท่านประจักษ์กล่าว "คุณต้องไม่มายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของกวินและณิชาอีกต่อไป" คุณสมชายพยักหน้า "ผมเข้าใจครับ" "และคุณต้องไปทำงานชดใช้สังคม" ท่านประจักษ์กล่าวต่อ "ผมจะให้คุณไปทำงานที่มูลนิธิของเรา" "ผมพร้อมครับ" คุณสมชายตอบ "แล้วเรื่องครอบครัวของคุณล่ะ" คุณหญิงสุดากล่าว "คุณจะทำอย่างไร" "ผม... ผมจะพยายามกลับไปปรับความเข้าใจกับครอบครัวของผมครับ" คุณสมชายกล่าว "ผมจะพยายามแก้ไขความผิดพลาดของผม" "ดี" ท่านประจักษ์กล่าว "ผมขอให้คุณโชคดี" คุณสมชายโค้งคำนับทุกคนในห้อง "ขอบคุณครับ" เขาลุกขึ้นยืน และเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วห้อง "พ่อครับ แม่ครับ" กวินกล่าว "ผมดีใจที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น" "ใช่ลูก" คุณหญิงสุดากล่าว "แต่เราก็ต้องใช้เวลาในการเยียวยา" "ผมรู้ครับ" กวินตอบ "แต่ผมเชื่อว่า ความรักของเรา จะทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้" ท่านประจักษ์มองไปทางลูกชายและลูกสาวของตนเองด้วยรอยยิ้ม "พ่อก็หวังเช่นนั้น"

3,417 ตัวอักษร