พันธะเลือดทายาทผู้พิพากษาทมิฬ

ตอนที่ 10 / 46

ตอนที่ 10 — การเผชิญหน้ากับเงาอดีต

ลิลลี่รู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่คุกรุ่นอยู่ในอากาศระหว่างเธอกับทนายสมชาย แม้เขาจะพยายามรักษาท่าทีที่เป็นมิตร แต่แววตาที่ฉายฉานกลับบ่งบอกถึงความกังวลบางอย่างที่เขาไม่อาจเปิดเผยได้ง่ายๆ ลูซิเฟอร์สังเกตเห็นเช่นกัน เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ยื่นมือไปวางบนหลังมือของลิลลี่เป็นเชิงให้กำลังใจ “คุณสมชายครับ” ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณลิลลี่มีเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยเกี่ยวกับมรดกของครอบครัว รวมถึงการจัดการทรัพย์สินบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีของคุณพ่อของเธอ ผมเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน” ทนายสมชายพยักหน้าช้าๆ “ใช่ครับคุณลูซิเฟอร์ ผมทราบดี คุณลิลลี่ครับ ผมได้รวบรวมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดไว้แล้ว รวมถึงสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นในบริษัทของครอบครัว และรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินที่ประเมินได้ในปัจจุบัน” เขายื่นแฟ้มเอกสารสีดำหนาปึกให้กับลิลลี่ “แต่มีบางเรื่องที่คุณลิลลี่อาจต้องใช้เวลาตัดสินใจเพิ่มเติมครับ” ลิลลี่รับแฟ้มมาเปิดออก กวาดสายตาไปตามเอกสารที่ซับซ้อน เธอเห็นชื่อบริษัทหลายแห่งที่คุ้นเคย เป็นธุรกิจที่ครอบครัวของเธอเคยภาคภูมิใจ รายละเอียดการถือหุ้นที่ซับซ้อนทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอคือเอกสารฉบับหนึ่งที่ถูกซ่อนอยู่ด้านในสุด มันเป็นสัญญาที่ดูเหมือนจะเก่าแก่กว่าเอกสารอื่น “นี่มันอะไรคะคุณสมชาย” ลิลลี่หยิบเอกสารนั้นขึ้นมาดู มันเป็นสัญญาจำนองที่ดินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่เธอจำได้ว่าเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของบิดาเธอ มีชื่อของบิดาเธอและบุคคลอีกคนหนึ่งปรากฏอยู่ แต่ชื่อของบุคคลอีกคนนั้นกลับเป็นชื่อที่เธอไม่คุ้นเคยเลย “อ๋อ นั่นเป็นสัญญาจำนองที่คุณพ่อของคุณลิลลี่ได้ทำไว้เมื่อหลายปีก่อนครับ” ทนายสมชายอธิบาย “เพื่อเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเงินกู้นั้นถูกนำไปใช้เพื่อ… การดำเนินธุรกิจที่ค่อนข้างเสี่ยงในเวลานั้นครับ” “ความเสี่ยงที่ว่านี้หมายถึงอะไรคะ” ลิลลี่ถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ เธอสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล “คือ… มันเกี่ยวข้องกับคดีของคุณพ่อท่านครับ” ทนายสมชายลังเล “ตอนนั้นท่านพยายามหาทางออกหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือการติดต่อกับนักลงทุนบางราย ซึ่งก็คือบุคคลในสัญญานี้ครับ” ลูซิเฟอร์สังเกตเห็นสีหน้าของลิลลี่ที่ซีดเผือด เขาบีบมือเธอเบาๆ “อย่าเพิ่งกังวล ลิลลี่ เราจะจัดการเรื่องนี้ไปด้วยกัน” “แต่… ใครคือบุคคลคนนี้คะ” ลิลลี่ชี้ไปที่ชื่อในสัญญา “ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน” ทนายสมชายถอนหายใจ “เขาเป็นนักธุรกิจที่มีอิทธิพลพอสมควรครับ ชื่อ ชัชวาลย์ เป็นที่รู้จักในวงการใต้ดินพอสมควรเลยทีเดียว” คำว่า ‘วงการใต้ดิน’ ทำให้ลิลลี่รู้สึกเย็นวาบไปทั่วสันหลัง เธอเคยได้ยินชื่อเหล่านี้ผ่านๆ มาบ้างจากข่าว แต่ไม่เคยคิดว่าจะเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอโดยตรง “คุณพ่อของฉันไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นได้อย่างไรคะ” ลิลลี่ถามเสียงเครือ “ตอนนั้นสถานการณ์ของครอบครัวค่อนข้างลำบากครับ คุณลิลลี่” ทนายสมชายกล่าวด้วยความเห็นใจ “หลังจากการเสียชีวิตของคุณพ่อท่านกะทันหัน มีปัญหาทางการเงินถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว คุณพ่อท่านพยายามทุกวิถีทางที่จะประคับประคองธุรกิจและครอบครัวไว้” “แล้วเงินที่กู้มานั้น… เอาไปใช้ทำอะไรคะ” ลิลลี่ถามต่ออย่างไม่ลดละ “ตามเอกสารระบุว่า เป็นการลงทุนในโครงการที่ปรึกษาครับ แต่รายละเอียดมันค่อนข้างคลุมเครือ ผมเองก็ไม่สามารถสืบสาวราวเรื่องไปได้มากกว่านี้ตอนนั้น” ทนายสมชายตอบ “และที่สำคัญกว่านั้น คือสัญญาจำนองนี้… กำหนดการชำระคืนนั้นสิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อปลายปีที่แล้วครับ และเรายังไม่สามารถหาเงินมาชำระคืนได้” “หมายความว่า… ที่ดินแปลงนั้นกำลังจะถูกยึดเหรอคะ” ลิลลี่อุทานด้วยความตกใจ “ตามกฎหมายแล้ว… เป็นไปได้สูงครับ” ทนายสมชายตอบอย่างลำบากใจ “ถ้าเราไม่สามารถชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด” ลิลลี่เงยหน้ามองลูซิเฟอร์ ดวงตาของเธอฉายแววของความสิ้นหวัง “ลูซ… ฉัน… ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี” ลูซิเฟอร์ดึงเธอเข้ามากอด ปลอบโยน “ไม่เป็นไรนะที่รัก ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เราจะหาทางผ่านมันไปด้วยกันเสมอ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องนี้เพียงลำพัง” เขากระชับอ้อมกอด “คุณสมชายครับ รบกวนช่วยสรุปรายละเอียดของสัญญานี้ รวมถึงยอดหนี้ทั้งหมดที่ต้องชำระคืนให้ผมทราบด้วย ผมจะจัดการเอง” ทนายสมชายพยักหน้าด้วยความโล่งอก “ได้ครับคุณลูซิเฟอร์ ผมจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้คุณทันทีหลังกลับถึงออฟฟิศ” “ขอบคุณมากค่ะคุณสมชาย” ลิลลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงลง “ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะ ตอนนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่” “เข้าใจครับคุณลิลลี่ พักผ่อนนะครับ ถ้ามีอะไรต้องการเพิ่มเติม แจ้งผมได้เสมอ” ทนายสมชายโค้งคำนับเล็กน้อย ขณะที่ลิลลี่และลูซิเฟอร์กำลังจะก้าวออกจากห้อง ทนายสมชายก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คุณลิลลี่ครับ มีอีกเรื่องหนึ่ง… ที่ผมคิดว่าคุณควรจะทราบ” ลิลลี่หันกลับไปมอง “มีอะไรอีกคะ” “เกี่ยวกับ… พินัยกรรมของคุณพ่อท่านครับ” ทนายสมชายลังเล “มันมีเงื่อนไขบางประการที่ค่อนข้าง… แปลกประหลาด” “แปลกประหลาดอย่างไรคะ” ลิลลี่ถาม เสียงของเธอเริ่มมีความระแวง “ในพินัยกรรมระบุว่า… ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณพ่อ จะถูกมอบให้คุณต่อเมื่อคุณลิลลี่ สามารถพิสูจน์ได้ว่า… คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจของครอบครัวได้ด้วยตัวเอง และ… ยังมีเงื่อนไขเรื่องการแต่งงานด้วยครับ” “แต่งงาน?” ลิลลี่ตาโต “หมายความว่าอย่างไรคะ” “พินัยกรรมระบุว่า… หากคุณลิลลี่ไม่สามารถแต่งงานกับบุคคลที่… คุณพ่อของท่านเคยเลือกไว้ให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด… ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของ… ทายาทอีกสายหนึ่งของตระกูลครับ” คำพูดของทนายสมชายเหมือนมีดที่กรีดลึกลงไปในใจของลิลลี่ เธอรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ภาพของบุคคลที่บิดาเธอเคยเลือกไว้ให้ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ภาพของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพง ใบหน้าเรียบเฉย แววตาเย็นชา ผู้ชายที่เธอเคยปฏิเสธอย่างไม่ใยดี “ใครคะ… ใครคือคนที่คุณพ่อเลือกไว้” ลิลลี่ถามเสียงสั่นพร่า ทนายสมชายเงยหน้าขึ้นมองเธอ ใบหน้าเคร่งเครียด “เขา… คือคุณลูซิเฟอร์ครับ” คำตอบนั้นทำเอาลิลลี่ถึงกับยืนแข็งทื่อ โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน ลูซิเฟอร์เองก็ดูตกใจไม่แพ้กัน เขาจ้องมองมาที่ทนายสมชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “นี่มัน… เป็นไปไม่ได้” ลิลลี่พึมพำ “คุณพ่อ… คุณพ่อจะไม่มีทางทำแบบนี้” “ผมขอโทษครับคุณลิลลี่” ทนายสมชายกล่าว “ผมเองก็แปลกใจมากตอนที่ผมอ่านพินัยกรรมฉบับนี้เป็นครั้งแรก แต่… มันเป็นเจตจำนงของคุณพ่อท่านจริงๆ ครับ” ลิลลี่รู้สึกราวกับถูกทรยศ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบิดาของเธอถึงต้องทำเช่นนี้ เขาเคยบอกเสมอว่าเขาจะให้เสรีภาพในการเลือกคู่ครองกับเธอ แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลับตาลปัตรไปเช่นนี้ “แล้ว… ระยะเวลาที่กำหนดคือเท่าไหร่คะ” ลิลลี่ถามเสียงแหบพร่า “พินัยกรรมระบุว่า… ภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ท่านเสียชีวิตครับ” ทนายสมชายตอบ “ซึ่ง… ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วครับ” ลิลลี่รู้สึกราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่ทับถมอยู่บนหน้าอก หายใจไม่ออก เธอหันไปมองลูซิเฟอร์ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก เขามองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน ลังเล และ… เจ็บปวด? “ผม… ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยครับ” ลูซิเฟอร์กล่าวเสียงเบา “คุณพ่อของคุณลิลลี่… ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับผมแม้แต่ครั้งเดียว” “ผมทราบครับ” ทนายสมชายตอบ “ผมเองก็ไม่เข้าใจเจตนาของคุณพ่อท่านนัก แต่… นี่คือสิ่งที่ถูกเขียนไว้ในพินัยกรรมครับ” ลิลลี่ไม่สามารถทนอยู่ตรงนั้นได้อีกต่อไป เธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ เธอต้องคิด ต้องทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น “ขอโทษค่ะ” ลิลลี่กล่าวเสียงสั่น “ฉันต้องไปแล้ว” เธอก้าวออกไปจากห้องทำงานทนายความอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้ลูซิเฟอร์หรือทนายสมชายพูดอะไรอีก ทิ้งไว้เพียงความสับสน ความเจ็บปวด และปริศนาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

6,247 ตัวอักษร