ตอนที่ 2 — ผจญภัยในหุบเขาหมอกทมิฬ
ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านใบหน้า ลลิตาห่อไหล่ขณะก้าวเท้าออกจากโรงงานจักรกลโบราณ เธอมองท้องฟ้าสีเทาหม่นที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบ ราวกับว่าแสงอาทิตย์ไม่เคยส่องถึงที่นี่มาก่อน เอลเดรดชรา ยืนส่งเธอที่ปากทางเข้าโรงงาน "เส้นทางไปถ้ำอารากอร์เนียมอยู่ทางทิศตะวันออกของหุบเขาแห่งนี้" เขากล่าว พลางยื่นแผนที่ที่วาดด้วยลายมือลงบนแผ่นหนังแห้งกรังให้ลลิตา "จงระวัง หุบเขาแห่งนี้ถูกเรียกว่า 'หุบเขาหมอกทมิฬ' ไม่ใช่เพราะหมอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวอาศัยอยู่ด้วย"
"สัตว์อสูรที่ว่า... มีลักษณะอย่างไรบ้างครับ?" ลลิตาถาม พลางรับแผนที่มาพิจารณา ลายเส้นบนแผนที่ดูเก่าแก่มาก แสดงถึงลักษณะภูมิประเทศที่ขรุขระและมีสัญลักษณ์แปลกๆ หลายอย่าง
"มีทั้ง 'สไปเดอร์แร็ค' แมงมุมยักษ์ที่ถักใยเหนียวหนับดุจเหล็กกล้า และ 'กร็อก' สัตว์ร้ายคล้ายหมีแต่มีเขาแหลมคม พละกำลังมหาศาล" เอลเดรดอธิบาย "และที่อันตรายที่สุด คือ 'การ์เดียน' ผู้พิทักษ์ถ้ำ... พวกมันเป็นเครื่องจักรกลโบราณที่ยังทำงานอยู่ แม้จะถูกทิ้งร้างมานาน"
ลลิตาพยักหน้ารับฟัง แม้จะรู้สึกหวาดหวั่น แต่ความอยากรู้อยากเห็นและความมุ่งมั่นที่จะหาวัตถุดิบเพื่อซ่อมเครื่องจักรก็มีมากกว่า "ผมจะระวังให้ถึงที่สุดครับ" เธอเก็บแผนที่ใส่กระเป๋าเป้ที่เธอพบในโรงงาน มันเป็นเป้หนังใบใหญ่ที่ดูแข็งแรงทนทาน "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ"
"ขอให้โชคดี" เอลเดรดกล่าว เสียงของเขามีแววความเป็นห่วง "หากเจ้ากลับมาได้... ข้าหวังว่าเจ้าจะนำสิ่งที่เราต้องการกลับมาด้วย"
ลลิตาพยักหน้า แล้วหันหลังเดินเข้าสู่เส้นทางที่แผนที่ชี้ไป ทันทีที่เธอเดินเข้าสู่หุบเขา บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด และมีหมอกลงจัดปกคลุมทั่วบริเวณ จนแทบจะมองไม่เห็นทางเดินข้างหน้า เสียงที่เคยได้ยินจากโรงงานก็เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านโขดหิน และเสียงใบไม้แห้งที่ถูกลมพัดปลิว
"นี่แหละ หมอกทมิฬของจริง" ลลิตาพึมพำ เธอพยายามเพ่งมองไปยังทิศทางที่ควรจะเดินตามแผนที่ แต่ทัศนวิสัยที่แย่ทำให้เธอต้องเดินอย่างระมัดระวัง เธอก้าวข้ามรากไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดิน และหลบหลีกก้อนหินที่เกลื่อนกลาดไปทั่ว
หลังจากเดินไปได้สักพัก ลลิตาก็ได้ยินเสียงประหลาด ดังมาจากทางด้านซ้ายของเธอ เสียงเหมือนกิ่งไม้หัก และเสียงย่ำเท้าที่หนักหน่วง "อะไรน่ะ?" เธอหยุดชะงัก หันไปมองตามเสียงอย่างระแวดระวัง
ทันใดนั้น ร่างกายขนาดมหึมาก็พุ่งออกมาจากหมอก มันคือสัตว์ร้ายคล้ายหมีสีดำทะมึน มีขนรุงรัง ดวงตาแดงก่ำ และที่เหนือกว่านั้นคือเขาแหลมคมสองข้างที่งอกออกมาจากหน้าผาก กำลังพุ่งตรงมาที่เธอ! "กร็อก!" ลลิตาอุทานด้วยความตกใจ
"บ้าจริง! ลืมไปเลยว่าพวกมันชอบซุ่มโจมตี" เธอคิดอย่างรวดเร็ว เธอพยายามวิ่งหนี แต่ขาของเธอกลับติดอยู่กับรากไม้ใหญ่ เธอหันกลับไปมอง พบว่ากร็อกกำลังพุ่งเข้ามาใกล้ ชนิดที่เธอได้ยินเสียงลมหายใจหอบหนักของมัน
"แย่แล้ว!" ลลิตาพยายามดึงขาตัวเองออกอย่างแรง แต่ก็ไม่หลุด เธอเหลือบไปเห็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยสัญชาตญาณ เธอกระโดดตัวลอยขึ้น ใช้แรงทั้งหมดที่มีถีบก้อนหินนั้นใส่กร็อก!
"โครม!" ก้อนหินพุ่งเข้าชนเข้าที่หน้าผากของกร็อกอย่างจัง ทำให้มันเซถอยหลังไปเล็กน้อย "โฮก!" มันคำรามอย่างโกรธแค้น
ลลิตาใช้จังหวะนี้ดึงขาตัวเองออกจากรากไม้ได้อย่างหวุดหวิด เธอรีบวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ พลางหอบหายใจอย่างหนัก "เกือบไปแล้ว! โชคดีที่มันไม่ฉลาดเท่าไหร่"
กร็อกส่งเสียงคำรามอีกครั้ง มันเริ่มวนเวียนไปมา พยายามหาทางที่จะเข้ามาถึงตัวเธอ ลลิตาแอบมองจากหลังต้นไม้ เธอสังเกตเห็นว่ากร็อกดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้ไม่ถนัดนักเมื่อเจออุปสรรค เช่น ต้นไม้ใหญ่หรือก้อนหิน "ถ้ามันเข้ามาไม่ได้... ก็ไม่เป็นไร" เธอคิด
แต่แล้ว เธอก็นึกถึงสิ่งที่เอลเดรดบอก "สัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัว" และ "การ์เดียน" ผู้พิทักษ์ถ้ำ "ถ้ากร็อกนี่เป็นแค่สัตว์ธรรมดา แล้วการ์เดียนล่ะ จะน่ากลัวขนาดไหน?" ความคิดนั้นทำให้เธอรู้สึกหนาวไปถึงไขสันหลัง
เธอตัดสินใจว่าจะไม่เผชิญหน้ากับกร็อกตรงๆ เธอค่อยๆ ย่องออกจากหลังต้นไม้ พยายามเคลื่อนที่ไปตามทิศทางที่แผนที่ชี้ โดยใช้ต้นไม้และก้อนหินเป็นที่กำบัง "ต้องไปให้ถึงถ้ำก่อนที่มันจะหาทางอ้อมมาได้"
หลังจากหลบหนีกร็อกมาได้ ลลิตาก็เดินต่อไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น เธอสังเกตเห็นใยแมงมุมขนาดใหญ่ที่ดูเหนียวหนืดทอดข้ามระหว่างต้นไม้หลายต้น "สไปเดอร์แร็คสินะ" เธอพึมพำ พลางหยิบมีดพกขนาดเล็กที่ติดตัวมาออกมา "ต้องระวังให้ดี"
เธอค่อยๆ ใช้มีดตัดใยแมงมุมอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากด้านบน "อะไรน่ะ?" เธอเงยหน้าขึ้นมอง
ก้อนใยแมงมุมขนาดมหึมาค่อยๆ เคลื่อนลงมาจากกิ่งไม้สูง มันคือแมงมุมยักษ์ที่มีขายาวเรียว ดวงตาหลายคู่สีดำสนิทจ้องมองมาที่เธอ "บรื๋อ!" ลลิตาขนลุกซู่
"แย่แล้ว! มาเร็วกว่าที่คิด" เธอคิดอย่างตื่นตระหนก สไปเดอร์แร็คค่อยๆ หย่อนตัวลงมาเรื่อยๆ พร้อมกับปล่อยใยเหนียวหนับออกมาเพื่อจับเหยื่อ
ลลิตารู้ดีว่าเธอไม่สามารถต่อสู้กับมันได้ตรงๆ เธอตัดสินใจวิ่งหนีอีกครั้ง คราวนี้เธอวิ่งไปทางทิศที่ดูเหมือนจะโล่งกว่า โดยพยายามหลบหลีกใยแมงมุมที่มันปล่อยออกมา
"เจ้าหนู! คิดจะหนีไปไหน!" เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากด้านหน้า "เจ้าทำอะไรในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของข้า?"
ลลิตาชะงักเท้ากึก เธอเห็นร่างของ "การ์เดียน" ที่เอลเดรดพูดถึง มันเป็นหุ่นยนต์โบราณรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ทำจากโลหะสีทองเหลืองที่ดูแข็งแกร่ง มีล้อฟันเฟืองและท่อไอน้ำเป็นส่วนประกอบ แสงสีแดงเรืองรองออกมาจากดวงตาที่เป็นช่องว่างสองช่องบนใบหน้า มันยืนขวางทางเธออยู่!
"ถอยไปซะ เจ้ามนุษย์ต่างถิ่น!" การ์เดียนพูด เสียงของมันดังมาจากลำโพงที่ฝังอยู่บนหน้าอก
ลลิตามองไปรอบตัว สไปเดอร์แร็คกำลังคืบคลานเข้ามาจากด้านหลัง และการ์เดียนก็ขวางทางอยู่ตรงหน้า "ทีนี้จะทำยังไงดี?" เธอคิดอย่างหัวเสีย
"ฉันไม่ต้องการมีเรื่องนะ" ลลิตาพูดกับ การ์เดียน "ฉันแค่ต้องการผ่านไป"
"ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปในถ้ำอารากอร์เนียม!" การ์เดียนประกาศ "มันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องได้รับการปกป้อง"
"แต่ฉันจำเป็นต้องใช้แร่ที่อยู่ในนั้น!" ลลิตาพยายามอธิบาย "เพื่อซ่อมแซมเครื่องจักรกลโบราณที่กำลังจะพังทลาย"
การ์เดียนเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูล "เครื่องจักรกลโบราณ... เจ้าพูดถึงสิ่งใด?"
"เครื่องจักรที่ผลิตพลังงาน... เครื่องจักรที่สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ" ลลิตาพยายามอธิบายอย่างกระชับ "มันกำลังจะหยุดทำงาน เพราะขาดวัตถุดิบ"
"การปกป้อง... คือหน้าที่ของข้า" การ์เดียนกล่าว "ถ้าเจ้าสามารถแสดงให้ข้าเห็นว่าเจ้าสมควรที่จะเข้าไป... ข้าจะยอมเปิดทางให้"
"แล้วผมต้องทำอย่างไร?" ลลิตาถามอย่างมีความหวัง
"พิสูจน์ว่าเจ้ามีความเข้าใจในจักรกล" การ์เดียนตอบ "และมีความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูสิ่งที่สูญเสียไป"
ขณะนั้นเอง สไปเดอร์แร็คก็เข้ามาใกล้ขึ้น มันปล่อยใยแมงมุมเส้นใหญ่เข้าใส่ลลิตา! "ระวัง!" การ์เดียนตะโกน
ลลิตาเห็นใยแมงมุมพุ่งเข้ามา เธอไม่มีเวลาคิดมาก เธอรีบใช้มีดพกตัดใยแมงมุมที่เข้ามาใกล้ แต่ใยแมงมุมนั้นเหนียวและแข็งแรงกว่าที่เธอคิด เธอกระโดดหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว พลางสังเกตการทำงานของการ์เดียน
การ์เดียนยกแขนข้างหนึ่งขึ้น ปล่อยลำแสงสีเขียวออกมาจากฝ่ามือ ลำแสงนั้นพุ่งเข้าใส่สไปเดอร์แร็ค ทำให้มันกระเจิงถอยหลังไป "เจ้าแสดงให้เห็นถึงความคล่องแคล่ว" การ์เดียนกล่าว "แต่การป้องกันตัวเองเพียงอย่างเดียว... ไม่ใช่สิ่งที่จะพิสูจน์ความเข้าใจในจักรกล"
"ผมเข้าใจหลักการทำงานของจักรกลครับ" ลลิตาตอบอย่างรวดเร็ว "ผมสามารถวิเคราะห์ปัญหา และหาวิธีแก้ไขได้" เธอกวาดสายตามองไปที่การ์เดียน "คุณเองก็เป็นตัวอย่างของจักรกลที่น่าทึ่ง ถึงแม้จะดูเก่าแก่ แต่กลไกของคุณยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
"เจ้าสังเกตเห็นสิ่งใด?" การ์เดียนถาม
"คุณมีการเชื่อมต่อที่แข็งแรงมากครับ" ลลิตาชี้ไปที่ข้อต่อแขนของมัน "และระบบขับเคลื่อนของคุณน่าจะใช้พลังงานไอน้ำ หรือพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งที่ไม่ธรรมดา" เธอเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอย่างกล้าหาญ "แต่ผมสังเกตเห็นว่าบริเวณข้อต่อบางจุดของคุณมีคราบสนิมเล็กน้อย... อาจจะเกิดจากการสัมผัสความชื้นในหมอกเป็นเวลานาน"
การ์เดียนยืนนิ่ง ราวกับกำลังประมวลผลคำพูดของเธอ "เจ้านั้น... ช่างสังเกต"
"ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายครับ" ลลิตากล่าว "ผมแค่อยากจะเข้าใจ และถ้าเป็นไปได้... ช่วยซ่อมแซม"
การ์เดียนเงยหน้ามองท้องฟ้า "หน้าที่ของข้าคือการปกป้องถ้ำ... แต่ข้าก็ได้รับการตั้งโปรแกรมมาเพื่อประเมินคุณสมบัติของผู้ที่สมควรได้รับแร่" มันหันมามองลลิตา "เจ้ามีความรู้... และความกล้าหาญ"
ทันใดนั้น การ์เดียนก็ยกแขนขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้ยิงลำแสงใส่สไปเดอร์แร็ค "ข้าจะทดสอบเจ้าอีกครั้ง" มันกล่าว "หากเจ้าสามารถหยุดยั้งการโจมตีของสไปเดอร์แร็คได้... โดยไม่ทำให้มันบาดเจ็บสาหัส... ข้าจะยอมเปิดทางให้"
ลลิตาตกใจ แต่ก็พยักหน้ารับ "ผมจะพยายามครับ" เธอรีบหันไปมองสไปเดอร์แร็คที่กำลังเตรียมจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง "ต้องคิดหาวิธีที่ชาญฉลาด... ไม่ใช่แค่การต่อสู้"
7,207 ตัวอักษร