เด็กสาวนักประดิษฐ์ในดินแดนแห่งจักรกล

ตอนที่ 28 / 44

ตอนที่ 28 — พายุแห่งความโกลาหล

"พวกมันมาเร็วมาก! ข้าคาดการณ์ผิดไป" เสียงของอารักษ์กลดังขึ้น แฝงความตกใจระคนความกังวล ลลิตาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสด้วยแสงจากแก่นพลังงาน บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทะมึนผิดธรรมชาติ เงาดำทะมึนขนาดมหึมาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วบนก้อนเมฆเหล่านั้น มันคือสิ่งที่พวกเธอหวาดกลัวมาตลอด กองทัพเงา "อารักษ์กล! เราต้องทำอะไรสักอย่าง!" ลลิตาร้องถาม พลางกุมมือของอารักษ์กลไว้แน่น แม้จะรู้ว่าเขาก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบที่กำลังถูกคุกคาม แต่ในยามวิกฤตนี้ เขาก็คือความหวังเดียวของเธอ "จักรกลรบของเราพร้อมแค่ไหนแล้ว?" "พร้อมแล้ว... เกือบจะพร้อม" อารักษ์กลตอบเสียงแผ่ว ดวงตาที่เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนของเขากวาดมองไปทั่ว แผงควบคุมที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์โบราณ "แต่พวกมันมาเร็วเกินไป พลังงานที่ฟื้นฟูขึ้นมายังไม่เต็มที่ เราต้องการเวลาอีกสักหน่อย" "เวลาที่เราไม่มี" ลลิตาพึมพำ รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปตามสันหลัง "เราจะปล่อยให้พวกมันทำลายทุกอย่างที่เราสร้างมาไม่ได้" ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเธอก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากเบื้องล่าง ไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงของเครื่องจักรขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนไหว "นั่นมันอะไร!" ลลิตาอุทาน "เป็นส่วนหนึ่งของกลไกป้องกันนครที่ถูกปลุกขึ้นมา" อารักษ์กลอธิบาย "แต่พลังงานของมันยังไม่เสถียร มันอาจจะทำลายเราก่อนที่ศัตรูจะมาถึงเสียอีก" "แล้วเราจะควบคุมมันได้ไหม?" ลลิตาถาม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น เธอไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ "ต้องลองดู" อารักษ์กลกล่าว "แต่เจ้าต้องไปที่ห้องควบคุมหลัก ข้าจะส่งกระแสจิตนำทางให้เจ้า" "รับทราบ!" ลลิตาตอบรับอย่างเด็ดเดี่ยว เธอหันไปมองวายุคาวีที่ยืนอยู่ข้างๆ "วายุคาวี ไปกัน!" วายุคาวีพยักหน้าอย่างเข้าใจ พลางยื่นมือมาจับมือของลลิตาแน่น "ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ" ทั้งสองวิ่งฝ่าฝูงชนที่กำลังตื่นตระหนก มุ่งหน้าไปยังใจกลางของนครที่กำลังสั่นสะเทือน การสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าพื้นดินกำลังจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ "นี่มันไม่ใช่แค่การสั่นสะเทือนธรรมดาแล้ว!" ลลิตาร้องตะโกนแข่งกับเสียงอึกทึก "มันเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังพยายามดันตัวเองขึ้นมาจากใต้ดิน!" "ถูกต้อง!" เสียงของอารักษ์กลดังขึ้นในหัวของเธอ "กลไกป้องกันถูกออกแบบมาให้ตอบโต้การโจมตีจากภายนอก แต่มันกำลังถูกกระตุ้นจากภายในด้วยพลังงานที่ปั่นป่วน! เราต้องหาทางทำให้มันสงบลงก่อนที่มันจะระเบิดออกมา" พวกเขามาถึงบริเวณที่เป็นศูนย์กลางของนคร ที่นี่มีโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนตั้งตระหง่านอยู่ มันคือห้องควบคุมหลักที่อารักษ์กลพูดถึง เสาหินแกะสลักรูปทรงประหลาดเรียงรายเป็นวงกลม ล้อมรอบแท่นบูชาที่มีผลึกสีฟ้าเรืองรองอยู่ตรงกลาง "นั่นไง! ห้องควบคุมหลัก!" ลลิตากล่าว "แล้วเราจะเข้าไปยังไง?" "ประตูถูกผนึกไว้ด้วยพลังงานโบราณ" อารักษ์กลบอก "เจ้าต้องใช้ความรู้ด้านการปรับสมดุลพลังงานของเจ้าเพื่อปลดล็อกมัน" ลลิตาพยักหน้า เธอเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา สัมผัสกับผลึกสีฟ้าอย่างแผ่วเบา ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอหลับตาลง พยายามรับรู้ถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ผลึกนี้เปรียบเสมือนหัวใจของนครแห่งนี้ มันกำลังเต้นอย่างรุนแรงและไม่สม่ำเสมอ "ข้ารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของมัน" ลลิตากล่าว "มันกำลังพยายามต่อสู้กับอะไรบางอย่าง" "มันคือพลังงานของกองทัพเงาที่พยายามแทรกซึมเข้ามา" อารักษ์กลอธิบาย "มันกำลังรบกวนการทำงานของกลไกป้องกัน ทำให้เกิดความปั่นป่วน" "แล้วเราจะทำยังไง?" ลลิตาถาม "ถ้าเราแค่ปลดล็อกประตู มันอาจจะถูกทำลายไปพร้อมกับนครก็ได้" "เจ้าต้องสร้างสนามพลังป้องกันรอบๆ ผลึกนี้เสียก่อน" อารักษ์กลแนะนำ "สนามพลังนั้นจะช่วยปกป้องมันจากการแทรกแซงภายนอก และช่วยปรับสมดุลกระแสพลังงาน" ลลิตาพยักหน้ารับ เธอเริ่มรวบรวมสมาธิ จินตนาการถึงเส้นแสงสีทองที่แผ่ขยายออกมาจากฝ่ามือของเธอ เส้นแสงเหล่านั้นค่อยๆ ถักทอเป็นตาข่ายที่มองไม่เห็น ค่อยๆ โอบล้อมผลึกสีฟ้าเอาไว้ "เก่งมาก ลลิตา!" อารักษ์กลกล่าวชม "ตอนนี้ประตูจะเปิดออกแล้ว" ทันใดนั้น แสงสว่างวาบขึ้นจากแผงควบคุมที่อยู่รอบๆ แท่นบูชา ประตูขนาดใหญ่ที่เคยปิดสนิทค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินที่ทอดลึกลงไปเบื้องล่าง "ไปกันเถอะ!" ลลิตากระตุ้นวายุคาวี ทั้งสองก้าวเข้าไปในทางเดินนั้น ทันทีที่ก้าวเข้าไป ประตูก็ปิดลงอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้พวกเขาสองคนเผชิญหน้ากับความมืดมิดและเสียงคำรามที่ดังมาจากใต้พื้น "ข้างล่างนี้มัน... อบอ้าวมาก" วายุคาวีกล่าว รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากผนัง "และมีกลิ่นแปลกๆ ด้วย" "กลิ่นเหมือนน้ำมันเครื่องเก่าๆ ผสมกับโอโซน" ลลิตาตอบ พลางหยิบอุปกรณ์ส่องสว่างออกมาจากกระเป๋า "ดูเหมือนเราจะกำลังลงไปสู่ใจกลางของกลไกป้องกันจริงๆ" พวกเขาเดินลึกลงไปเรื่อยๆ ทางเดินค่อยๆ กว้างขึ้น เผยให้เห็นท่อโลหะขนาดมหึมาที่พาดผ่านไปมา สายไฟระโยงระยาง และอุปกรณ์จักรกลที่ซับซ้อนจนยากจะเข้าใจ "นี่มันเหมือนกับห้องเครื่องของเรือดำน้ำขนาดยักษ์เลย" ลลิตาพึมพำ "ไม่เชิง" อารักษ์กลกล่าว "นี่คือหัวใจของการทำงานของกลไกป้องกัน มันคือเตาปฏิกรณ์ที่ให้พลังงานแก่ทุกระบบของนครแห่งนี้" "เตาปฏิกรณ์?" ลลิตาอุทาน "หมายความว่ามันอันตรายมากเลยใช่ไหม?" "อันตรายมาก" อารักษ์กลยืนยัน "และตอนนี้มันกำลังไม่เสถียรอย่างที่สุด ถ้ามันระเบิด ทุกอย่างจะจบสิ้น" เสียงสั่นสะเทือนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนแทบจะยืนไม่อยู่ ลลิตาเซถลาไปข้างหน้า วายุคาวีประคองเธอไว้ทัน "เราต้องรีบไป! ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!" ลลิตากล่าว ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ "ทางนั้น!" อารักษ์กลชี้ทาง "ห้องควบคุมหลักของเตาปฏิกรณ์อยู่ไม่ไกลจากนี้แล้ว" ทั้งสองเร่งฝีเท้าไปตามทางเดินที่คดเคี้ยว เบื้องหน้าคือประตูบานใหญ่ที่ทำจากโลหะสีเข้ม สัญลักษณ์โบราณสลักเสลาอยู่ทั่วบานประตู แสงสีแดงกระพริบถี่ๆ จากแผงควบคุมที่ติดอยู่ข้างประตู "ใกล้เข้ามาแล้ว" ลลิตาพึมพำ หัวใจเต้นระรัวด้วยความคาดหวังและความหวาดหวั่น "เตรียมตัวให้พร้อม ลลิตา" อารักษ์กลกล่าว "นี่คือจุดที่อันตรายที่สุด" ขณะที่พวกเขากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูนั้นเอง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากเบื้องบน กลุ่มเงาขนาดใหญ่พุ่งทะลวงเพดานลงมาสู่ห้องเครื่อง! "ไม่นะ!" ลลิตาร้องขึ้น

5,032 ตัวอักษร