สายเลือดพญานาค ผสมเลือดมังกร

ตอนที่ 4 / 48

ตอนที่ 4 — เพลิงแค้นลุกโชนกลางเมือง

เสียงปืนดังขึ้นเป็นชุดราวกับดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นกลางงานฉลองยามวิกาล แต่ทว่านี่ไม่ใช่งานเฉลิมฉลอง หากแต่เป็นสงครามกลางเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในเงามืดของกรุงเทพมหานคร รถยนต์หลายคันพลิกคว่ำเสียหายระเนระนาดตามข้างถนน แสงไฟจากยานพาหนะที่ยังวิ่งได้สาดส่องให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์หลายสิบชีวิตที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เลือดสีแดงสดไหลนองพื้นถนน กลายเป็นพยานแห่งความขัดแย้งที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ‘พญานาค’ และ ‘มังกร’ สองตระกูลใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพันธมิตร กลับกลายมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่พร้อมจะเชือดเฉือนกันให้ตายตกไปข้างหนึ่ง “ถอย! ถอยออกไป!” เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้นท่ามกลางเสียงปืนที่ยังดังไม่หยุด ‘เพลิง’ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดดำสนิท ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยเหงื่อไคลและคราบเขม่าควัน กำลังออกคำสั่งให้ลูกน้องที่ยังคงเหลือรอดถอยกลับขึ้นรถยนต์ของตนเอง เขาเองก็ไม่ได้ยืนนิ่งเฉย มือหนากำปืนพกคู่ใจไว้แน่น ยิงสกัดกลุ่มของอีกฝ่ายที่พยายามจะบุกเข้ามา เขาเห็น ‘เสือ’ หนึ่งในมือขวาที่ไว้ใจที่สุด กำลังถูกล้อมกรอบจากกลุ่มคนของ ‘เสี่ยวหลง’ ชายหนุ่มหัวใจแทบวาย “เสือ! ออกมาให้ได้!” เพลิงตะโกนสุดเสียง เขายิงกราดเพื่อเปิดทางให้เสือ แต่กระสุนปืนของฝ่ายตรงข้ามก็เข้ามาใกล้จนต้องหมอบหลบหลังรถยนต์ที่กำลังไฟลุกไหม้ “พวกแกนี่มันไม่ยอมหยุดจริงๆ ใช่ไหม!” เพลิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เวลาล่วงเลยมานานกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แผนการที่วางไว้กำลังจะเสียกระบวนท่าเพราะความบ้าระห่ำของอีกฝ่าย “คุณเพลิงครับ! เราต้องถอยแล้วครับ! เสียเปรียบมาก!” เสียงของ ‘บุญ’ ลูกน้องอีกคนดังขึ้น เขากระแทกไหล่เพลิงเบาๆ เพื่อเรียกสติ “รถของเราเสียหายไปหลายคันแล้ว ถ้ายังอยู่ต่อคงได้ตายกันหมด!” เพลิงมองไปยังกลุ่มของเสือที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด เสือเก่งกาจ แต่ก็มีจำนวนมากกว่า “เสือ! ฟังนะ! เรารับมือไม่ไหวแล้ว! ถอยกลับมา! ตอนนี้!” เพลิงยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเป็นสัญญาณ “ถ้าพวกแกยังอยากมีชีวิตรอด กลับมาที่รถเดี๋ยวนี้!” เสือได้ยินเสียงเพลิงก็หันมามอง เห็นท่าทีที่เสียเปรียบของฝ่ายตนเองอย่างชัดเจน เขาตะโกนตอบกลับไป “รับทราบครับ! ทุกคน! ถอยกลับ! ตั้งแถว!” แม้จะพูดอย่างนั้น แต่เสือก็ยังคงยิงสกัดเพื่อเปิดทางให้เพื่อนร่วมทีมได้ถอยออกมาอย่างปลอดภัย เขาสะบัดหน้ามองไปยังรถลีมูซีนคันหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เป็นรถของ ‘เสี่ยวหลง’ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ เสือเห็นเงาของชายหนุ่มคนนั้นปรากฏขึ้นที่ริมหน้าต่างรถ เขาหยิบปืนพกออกมาเล็งอย่างแม่นยำ แต่ก่อนที่เขาจะได้เหนี่ยวไก รถลีมูซีนคันนั้นก็เร่งเครื่องยนต์ พุ่งหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงเสียงยางบดถนนที่ดังเสียดแทงโสตประสาท “ชิ! หนีไปอีกแล้ว!” เสือสบถอย่างหัวเสีย เขาหันกลับมาสั่งการลูกน้องที่เหลือ “พวกแก! รีบขึ้นรถ! พาคนที่บาดเจ็บไปก่อน!” เพลิงเองก็เช่นกัน เขารีบวิ่งไปยังรถยนต์ที่ยังใช้งานได้ดีที่สุด ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ เขาเห็นบุญกำลังช่วยกันพยุงเสือที่ข้อเท้ามีเลือดไหลออกมา “เสือ! เป็นไงบ้าง!” เพลิงถามเสียงเครียด “แค่เฉี่ยวๆ ครับคุณเพลิง ไม่ถึงตาย” เสือตอบ พลางกัดฟันแน่น “แต่พวกมันก็ตามมาถึงที่นี่จนได้ ผมว่าเรื่องนี้คงไม่จบแค่นี้แน่” “นั่นสินะ” เพลิงพยักหน้า เขาสตาร์ทเครื่องยนต์ “เรากลับบ้านกันก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที” รถยนต์หลายคันวิ่งออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงซากความเสียหายและร่องรอยแห่งการต่อสู้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แสงไฟสีแดงและสีน้ำเงินของรถตำรวจที่เริ่มดังใกล้เข้ามา เป็นสัญญาณว่าความวุ่นวายนี้กำลังจะกลายเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น ภายในรถลีมูซีนสีดำคันหรู ‘เสี่ยวหลง’ นั่งไขว่ห้างอยู่ที่เบาะหลัง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ ปรากฏขึ้น เขากำลังมองดูภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดจากจุดต่างๆ ที่ถูกติดตั้งไว้ล่วงหน้า “ดูเหมือนว่าจะป่วนได้พอสมควรนะ” เสี่ยวหลงพูดกับตัวเองเบาๆ เขามองเห็น ‘เพลิง’ กำลังถอยกลับไปพร้อมกับลูกน้อง “คุณหนูรออยู่ครับ” เสียงของ ‘จาง’ คนขับรถดังขึ้น เขาหันมามองเสี่ยวหลงผ่านกระจกมองหลัง “ท่านประธานคงไม่พอใจถ้าเรามาช้า” “อืม” เสี่ยวหลงพยักหน้า “ไปกันเถอะ” รถลีมูซีนเร่งเครื่องยนต์ออกไป ทิ้งระยะห่างจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เสี่ยวหลงยังคงมองดูภาพในแท็บเล็ต เขายิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น “สงครามครั้งนี้คงจะสนุกน่าดู” ภายในคฤหาสน์พญานาค บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ‘คุณใหญ่’ ชายสูงวัยแต่ยังคงสง่างาม นั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมตัวโปรด ดวงตาของเขาทอประกายด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ‘เสือ’ ที่เพิ่งกลับมาพร้อมกับบาดแผล ถูกพามานั่งพักรักษาแผลอยู่ไม่ไกลนัก “เป็นไงบ้าง เสือ” คุณใหญ่ถาม เสียงแหบพร่าเล็กน้อย “ผมไม่เป็นไรมากครับท่านประธาน แค่เฉี่ยวๆ” เสือตอบ พลางกุมแผลที่ข้อเท้า “แต่พวกมันมาถึงที่นี่แล้วจริงๆ ครับ ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะกล้าลงมืออย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้” “พวกเขาคงได้ข่าวเรื่อง ‘แหวนมังกร’ ของเราไปแล้ว” คุณใหญ่ถอนหายใจยาว “เรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มากนัก” “แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปครับท่านประธาน” เสือถาม “เพลิงกำลังจะมา” คุณใหญ่กล่าว “เราต้องคุยกันให้รอบคอบที่สุด” ไม่นานนัก ‘เพลิง’ ก็เดินทางมาถึง เขาเดินตรงเข้ามาหาคุณใหญ่ทันที ใบหน้ายังคงฉายแววเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ “พ่อครับ” เพลิงเรียก “สถานการณ์เป็นไงบ้างครับ” “แย่กว่าที่คิดไว้มาก” คุณใหญ่ตอบ “แกเองก็คงเจอมาเหมือนกันสินะ” “ครับ” เพลิงพยักหน้า “พวกมันดักรอเราอยู่ ผมเสียรถไปสามคัน ลูกน้องบาดเจ็บอีกหลายคน โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต” “แล้ว ‘แหวนมังกร’ ล่ะ?” คุณใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล เพลิงชะงักไปเล็กน้อย เขาหลบสายตาพ่อ “ผม… ผมพยายามที่สุดแล้วครับ แต่พวกมันมีกำลังเสริมเยอะมาก เราไม่สามารถต้านทานได้” คุณใหญ่หลับตาลงอย่างอ่อนแรง “ให้ตายสิ… ขุมทรัพย์ของตระกูลเรา… จะต้องตกไปอยู่ในมือของพวกนั้นไม่ได้เด็ดขาด” “ผมจะเอาคืนให้ได้ครับพ่อ!” เพลิงกล่าวเสียงดังแน่น “ผมจะไม่ยอมให้พวกมังกรได้ใจไปง่ายๆ!” “ใจเย็นๆ เพลิง” คุณใหญ่กล่าว “ตอนนี้เราต้องคิดให้รอบคอบ เราเสียเปรียบเรื่องกำลังพลและข้อมูล พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราดีเกินไป” “ใครเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องแหวนครับพ่อ” เพลิงถาม “ยังไม่รู้แน่ชัด” คุณใหญ่ตอบ “แต่ที่แน่ๆ คือต้องมีคนในของเรานี่แหละที่ทรยศ” “เป็นไปไม่ได้ครับ!” เพลิงปฏิเสธทันที “ทุกคนที่นี่ภักดีกับเราจะตายไป!” “บางที… คนที่แกคิดว่าภักดีที่สุด อาจจะเป็นคนที่อันตรายที่สุดก็ได้” คุณใหญ่กล่าวอย่างเย็นชา “แกจำ ‘เมขลา’ ลูกสาวของ ‘ท่านปลัด’ ที่ชอบมาหาเราบ่อยๆ ได้ไหม” เพลิงนึกถึงใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวคนนั้น “จำได้ครับ แต่เธอจะไปเกี่ยวอะไรด้วยครับ” “เมื่อวานนี้… ฉันเห็นเธอเดินคุยอยู่กับ ‘เสี่ยวหลง’ ที่ร้านกาแฟหน้าตึกของเรา” คุณใหญ่กล่าว “ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่การที่เธอไปพบปะกับศัตรูของเราในยามนี้ มันน่าสงสัยเกินไป” เพลิงอึ้งไป เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้หญิงอ่อนหวานอย่างเมขลา จะมีเบื้องหลังที่คาดไม่ถึง “เป็นไปไม่ได้ครับพ่อ! ผมไม่เชื่อ!” “ความเชื่อใจมันเป็นสิ่งที่เปราะบางนะเพลิง” คุณใหญ่กล่าว “ยิ่งในโลกที่เราอยู่ การหักหลังมันเกิดขึ้นได้เสมอ” “แล้วเราจะทำยังไงต่อไปครับ” เพลิงถาม “เราต้องหาทางแก้แค้น” คุณใหญ่กล่าว “แต่ไม่ใช่ด้วยการบุกเข้าไปแบบตาบอดเหมือนที่แกทำเมื่อคืนนี้ เราต้องใช้สมอง และต้องหาจุดอ่อนของพวกมันให้เจอ” “ผมจะจัดการเองครับพ่อ” เพลิงกล่าว “ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าผมเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำตระกูลพญานาค” “ฉันรู้ว่าแกทำได้” คุณใหญ่ยิ้มบางๆ “แต่แกต้องจำไว้ว่า… ความแค้นเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถพาเราไปสู่ชัยชนะได้ แกต้องรู้จักการใช้กลยุทธ์ และที่สำคัญที่สุด… แกต้องระวังตัวให้มาก” เพลิงพยักหน้าอย่างตั้งใจ เขาหันไปมองเสือที่กำลังนั่งพักอยู่ “เสือ… ช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘เมขลา’ หน่อย ว่าเธอไปไหนมาไหนกับใครบ้างในช่วงนี้” เสือพยักหน้า “รับทราบครับคุณเพลิง” บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณที่เดินติ๊กต็อกเป็นจังหวะ สร้างความรู้สึกกดดันให้กับทุกคนที่อยู่ในห้อง ความขัดแย้งระหว่างพญานาคและมังกรกำลังจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และดูเหมือนว่า ‘แหวนมังกร’ ที่เป็นเหมือนหัวใจของตระกูลพญานาค จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหม่ที่กำลังจะปะทุขึ้น

6,684 ตัวอักษร