ตอนที่ 22 — การเจรจาภายใต้เงาจันทร์
พิชิตยืนอยู่บนระเบียงของฐานลับ รังอินทรี ที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียนท่ามกลางหุบเขา สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมา พาเอาความหนาวเย็นมาสู่ใบหน้าของเขา เขากวาดสายตามองไปยังผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวนับล้าน ท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติ ความคิดของเขากลับเต็มไปด้วยพายุแห่งความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของเงามรณะ การสูญเสียบุคลากรสำคัญอย่างก้อง และความไม่แน่นอนของพันธมิตรใหม่ที่เพิ่งก่อร่างขึ้น
"คิดอะไรอยู่ พิชิต?" เสียงทุ้มนุ่มของมาวินดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับถาดที่มีแก้ววิสกี้สองใบ "ดูเหมือนกำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเลยนะ"
พิชิตหันกลับไปรับแก้ววิสกี้จากมาวิน "ก็ไม่ต่างจากที่แกกำลังทำหรอกน่า มาวิน โลกใต้ดินของเรากำลังสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน" เขายกแก้วขึ้นจิบ "การสูญเสียก้องไป มันเป็นความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ ไม่ใช่แค่ในแง่ของกำลังพล แต่ในแง่ของจิตใจของคนในแก๊งด้วย"
มาวินพยักหน้าเห็นด้วย "ฉันเข้าใจดี ก้องเป็นเสาหลักของเงามรณะมานาน เขาเป็นมากกว่าลูกน้อง เขาคือครอบครัว" เขามองไปยังดวงดาวบนท้องฟ้า "แต่เราไม่มีเวลามาจมอยู่กับความเศร้า เราต้องเดินหน้าต่อไป แผนการที่เราวางไว้ ต้องเดินหน้าต่อ"
"ฉันรู้" พิชิตตอบ "แต่การที่แสงอำพันรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับแผนการของเรา มันทำให้ทุกอย่างยากขึ้น พวกมันไม่ได้แค่แข็งแกร่งขึ้น แต่ฉลาดขึ้นด้วย"
"นั่นแหละคือเหตุผลที่เราต้องเจรจากับพวกนอกคอก" มาวินพูดพลางยกแก้ววิสกี้ขึ้น "พวกมันมีข้อมูล มีทรัพยากร และที่สำคัญ พวกมันเกลียดแสงอำพันไม่แพ้เรา"
"แต่พวกมันไว้ใจได้แค่ไหน?" พิชิตถามอย่างไม่แน่ใจ "พวกมันคือกลุ่มคนที่พร้อมจะหักหลังใครก็ได้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง"
"ในโลกของเรา ไม่มีใครที่ไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกพิชิต" มาวินตอบ "เราต้องใช้สิ่งที่พวกมันมีให้เป็นประโยชน์ และต้องระวังตัวให้มากที่สุด นี่คือการเดินบนเส้นด้าย บางทีเราอาจจะทำสำเร็จ หรือไม่ก็อาจจะตกเหวไปพร้อมกัน"
ทั้งสองเงียบไปชั่วขณะ เสียงกระซิบของลมพัดผ่านช่องเขาเป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้น พิชิตรู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งในใจ เขาไม่เคยชอบการเจรจาต่อรองกับใคร โดยเฉพาะกับพวกนอกคอกที่เชื่อถือไม่ได้ แต่สถานการณ์บีบบังคับ เขาไม่มีทางเลือกอื่น
"แล้วเราจะเริ่มยังไง?" พิชิตถาม
"ฉันได้ส่งสารไปหาหัวหน้าของพวกนอกคอกแล้ว ชื่อ 'เงา' เขาเป็นคนที่ฉลาดแกมโกง แต่ก็มีเหตุผลในแบบของเขา" มาวินอธิบาย "เขาตกลงที่จะพบเราที่นี่ คืนนี้"
"ที่นี่?" พิชิตเลิกคิ้ว "นี่มันฐานลับของเรานะ"
"ใช่ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาเชื่อใจเรา เขาเห็นว่าเรากล้าพอที่จะนำเขามาที่นี่ และเราก็พร้อมที่จะเปิดเผยความลับบางอย่าง" มาวินยิ้มมุมปาก "ความลับที่เราเชื่อว่าเขาสนใจ"
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ประตูบานเหล็กที่ซ่อนอยู่หลังม่านหินก็ค่อยๆ เปิดออก ปรากฏร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกฮู้ดกวาดมองไปรอบๆ ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์
"มาวิน" เสียงแหบพร่าดังขึ้น "นายพาฉันมาที่นี่ เพื่ออะไร?"
"ยินดีต้อนรับครับ ท่านเงา" มาวินโค้งศีรษะเล็กน้อย "และนี่คือพิชิต หัวหน้าแก๊งเงามรณะ"
พิชิตพยักหน้าให้เงาอย่างรวดเร็ว "เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกัน"
เงาเดินเข้ามาในห้องโถงหลักของรังอินทรี ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ "สถานที่สวยงามดี สมกับเป็นรังของอินทรี" เขาพูดพลางเดินไปหยุดที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปข้างนอก "แต่ฉันไม่คิดว่านายจะพาฉันมาที่นี่ แค่เพื่อชื่นชมทิวทัศน์หรอกนะ"
"ถูกต้อง" พิชิตตอบ "เรามาที่นี่เพื่อเสนอข้อตกลงบางอย่าง"
"ข้อตกลง?" เงาหันกลับมา "ข้อตกลงกับใคร? เงามรณะกับพวกนอกคอก? ฟังดูน่าสนใจ"
"เรามีศัตรูร่วมกัน" มาวินกล่าว "แก๊งแสงอำพัน"
เมื่อได้ยินชื่อ "แสงอำพัน" ใบหน้าของเงาฉายแววเย็นชาขึ้น "แก๊งเด็กใหม่ที่ทำตัวน่ารำคาญนั่นน่ะเหรอ?"
"พวกมันไม่ใช่แค่เด็กใหม่ที่น่ารำคาญอีกต่อไปแล้ว" พิชิตพูดอย่างจริงจัง "พวกมันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีแผนการที่ซับซ้อน พวกมันกำลังจะครอบครอง 'บัลลังก์อิฐ'"
"บัลลังก์อิฐ?" เงาหัวเราะเบาๆ "หึ เรื่องนั้นฉันก็พอได้ยินมาบ้าง แต่ฉันไม่คิดว่าแก๊งอย่างเงามรณะจะสนใจมัน"
"เราสนใจ" พิชิตยืนยัน "เพราะบัลลังก์อิฐคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดในโลกใต้ดิน และเราไม่มีวันยอมให้แก๊งอย่างแสงอำพันได้ครอบครองมันไป"
"แล้วพวกแกจะให้ฉันทำอะไร?" เงาถาม "ช่วยแกฆ่าพวกแสงอำพันให้หมด? หึ ฉันไม่เห็นผลประโยชน์ของฉันในเรื่องนี้"
"เราจะให้ผลประโยชน์แก่แก" มาวินยื่นข้อเสนอ "เราจะแบ่งปันข้อมูลบางอย่างให้แกเกี่ยวกับเส้นทางการค้าของแสงอำพัน เส้นทางที่พวกมันใช้ขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย และเราจะเปิดเผยจุดอ่อนของพวกมันบางอย่าง"
เงาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ข้อมูล? นั่นก็ฟังดูดี" เขาหยุดไปชั่วขณะ "แต่ฉันต้องการมากกว่านั้น"
"แกต้องการอะไร?" พิชิตถาม
"ฉันต้องการส่วนแบ่งที่ยุติธรรม" เงาตอบ "เมื่อแก๊งแสงอำพันล่มสลาย ฉันต้องการส่วนแบ่งของตลาดบางส่วนที่พวกมันเคยครอบครอง"
"นั่นมันมากเกินไป" พิชิตปฏิเสธทันที
"มากไปงั้นเหรอ?" เงายิ้มอย่างเย็นชา "ฉันกำลังพูดถึงการร่วมมือที่อาจจะนำไปสู่การล่มสลายของแก๊งที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ถ้าพวกแกต้องการอำนาจ ฉันก็ต้องการโอกาสของฉัน"
มาวินเข้ามาแทรก "ใจเย็นก่อนพิชิต" เขาหันไปหาเงา "เราเข้าใจว่าแกต้องการอะไร แต่เราก็มีข้อจำกัดของเราเช่นกัน เราไม่สามารถให้ทุกอย่างแก่แกได้"
"แล้วไง?" เงายักไหล่ "ถ้าข้อเสนอนี้ไม่ถูกใจ ฉันก็คงต้องขอตัว"
"เดี๋ยวก่อน" พิชิตรีบพูด "เราสามารถเจรจากันได้" เขาเหลือบมองมาวิน และมาวินก็พยักหน้าให้เป็นเชิงอนุญาต "เราจะให้ข้อมูลที่แกต้องการทั้งหมดเกี่ยวกับเส้นทางการค้าของแสงอำพัน และเราจะยอมให้แกเข้าถึงเครือข่ายบางส่วนของพวกมัน"
"เครือข่ายบางส่วน?" เงาถามอย่างไม่พอใจ "นั่นมันก็ยังน้อยไป"
"แต่เราจะให้ 'บางอย่าง' ที่สำคัญกว่านั้นแก่แก" มาวินเสริม "เราจะให้ 'กุญแจ' ดอกหนึ่งแก่แก"
เงาเลิกคิ้ว "กุญแจ? กุญแจอะไร?"
"กุญแจที่จะนำพาแกไปสู่ 'ขุมทรัพย์' ที่แกตามหามาตลอด" มาวินพูดอย่างลึกลับ "ขุมทรัพย์ที่แกไม่เคยคิดว่าจะหาเจอ"
ดวงตาของเงาฉายประกายความสนใจขึ้นมาทันที "ขุมทรัพย์? แกหมายถึงอะไร?"
"เมื่อถึงเวลา เราจะบอกแกเอง" พิชิตกล่าว "แต่ตอนนี้ แกต้องตกลงร่วมมือกับเราเสียก่อน"
เงาครุ่นคิดอย่างหนัก เขาไม่เคยเชื่อใจใครได้ง่ายๆ แต่ข้อเสนอนี้มันน่าสนใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ "เอาล่ะ" เขาถอนหายใจ "ฉันจะร่วมมือกับพวกแก"
"ดี" มาวินยิ้ม "แต่มีข้อแม้"
"ว่ามา"
"แกต้องให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทรยศเรา" มาวินกล่าว "และต้องไม่เปิดเผยความลับของเราให้ใครรู้"
"แน่นอน" เงาตอบ "ฉันก็ต้องการให้พวกแกให้คำมั่นสัญญาเช่นกัน ว่าจะไม่มีการหักหลัง"
"ตกลง" พิชิตกล่าว "เราตกลงร่วมมือกัน"
ทั้งสามมองหน้ากันในความมืด ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา การเป็นพันธมิตรที่เปราะบางได้ก่อตัวขึ้นแล้ว แต่จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน ยังคงเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้
5,473 ตัวอักษร