พายุทมิฬ พิชิตบัลลังก์ทอง

ตอนที่ 4 / 47

ตอนที่ 4 — แผนลวงกลางเมืองหลวง

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมายังถนนหนทางของเมืองหลวงที่เคยเต็มไปด้วยความครึกครื้น แต่บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอึมครึมที่มองไม่เห็น การเคลื่อนไหวของกลุ่ม 'พายุทมิฬ' ที่เริ่มหนักข้อขึ้นทุกขณะได้สร้างความหวาดระแวงให้กับ 'บัลลังก์ทอง' แก๊งที่เคยมีอำนาจเบ็ดเสร็จมาอย่างยาวนาน พายุ ผู้นำหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน กำลังยืนกอดอกมองแผนที่เมืองที่กางอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ สายตาคมกริบของเขาสำรวจเส้นทางต่างๆ ราวกับกำลังวางแผนกลยุทธ์อันแยบยล “เราต้องลงมือแล้ว พยัคฆ์” พายุหันไปเอ่ยกับลูกน้องคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง “ข้อมูลที่บุหลันให้มามันมีค่า แต่ก็ยังไม่มากพอ เราต้องทำให้บัลลังก์ทองรู้สึกถึงแรงกดดันที่มากขึ้น” พยัคฆ์ ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะ วางมือลงบนแผนที่ “ท่านคิดจะทำอะไรครับ? การโจมตีโดยตรงตอนนี้อาจจะเร็วเกินไป” “แน่นอน” พายุยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววเจ้าเล่ห์ “เราจะสร้างความปั่นป่วนเล็กๆ น้อยๆ ก่อน ไม่ใช่การทำลายล้าง แต่เป็นการสร้างความระแวงภายในบัลลังก์ทองเอง” “หมายความว่ายังไงครับ?” “บุหลันบอกว่าจุดอ่อนสำคัญของบัลลังก์ทองคือการค้ายาที่กำลังจะถูกส่งมอบครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะใช้โอกาสนี้แหละ” พายุชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่ “ตรงนี้ คือโกดังที่พวกเขาใช้เก็บของ และตรงนี้ คือเส้นทางที่รถขนจะวิ่งผ่าน” “เราจะดักปล้น?” พยัคฆ์เลิกคิ้ว “ไม่เชิง” พายุส่ายหน้า “การปล้นตรงๆ มันเสี่ยงเกินไป เราจะทำให้เหมือนกับว่ามีคนในเสนอข้อมูลให้เราต่างหาก” “ใครล่ะครับ ที่จะยอมเสี่ยงขนาดนั้น?” “เราจะสร้างเรื่องขึ้นมาเอง” พายุอธิบาย “เราจะส่งคนของเราไปแฝงตัวในกลุ่มของบัลลังก์ทองสักสองสามคน ให้พวกเขาปล่อยข่าวลือว่ามีคนในกำลังจะทรยศให้ข้อมูลกับเรา ส่วนตัวเรา จะส่งทีมไปก่อกวนเส้นทางขนส่งเพียงเล็กน้อย ทำให้พวกเขาเสียขวัญ แต่ไม่ถึงขั้นเสียของ” พยัคฆ์พยักหน้าอย่างเข้าใจ “เป็นการสร้างความหวาดระแวงให้คนในของบัลลังก์ทองสินะครับ ทำให้พวกเขาเริ่มสงสัยกันเอง” “ถูกต้อง” พายุตบมือเบาๆ “ถ้าพวกเขาไม่รู้ว่าใครคือสายข่าวที่แท้จริง หรือจะเชื่อข่าวลือที่ว่ามีคนในหักหลัง พวกเขาจะเริ่มระแวงกันเอง คนของบัลลังก์ทองที่ฉลาดแกมโกงก็จะเริ่มหาทางป้องกันตัวเอง ความวุ่นวายภายในจะบั่นทอนกำลังของพวกเขาโดยที่เราไม่ต้องออกแรงมาก” “แล้วถ้าข่าวลือที่ว่า มีคนในหักหลังนั้นมันไปถึงหูของท่านเมขลา ล่ะครับ?” พยัคฆ์ถามด้วยน้ำเสียงกังวล พายุเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคู่คมมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังประมวลผลคำถามของลูกน้อง “นั่นเป็นความเสี่ยงที่เราต้องยอมรับ แต่บุหลันบอกว่าท่านเมขลาเป็นคนฉลาด เธอจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่มีหลักฐาน การปล่อยข่าวลือแบบนี้ อาจจะทำให้เธอระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่ก็จะทำให้เธอหันไปจับตาดูคนรอบข้างของเธอเองมากกว่าจะมาสงสัยเราก่อน” “ท่านมั่นใจเหรอครับ?” “ฉันมั่นใจ” พายุหันกลับมา สีหน้ามุ่งมั่น “เราจะใช้ 'มังกร' เป็นคนปล่อยข่าวลือ เขาเป็นคนที่แนบเนียนที่สุดของเรา ส่วนทีมก่อกวน จะเป็น 'เสือ' และ 'สิงห์' พวกเขาจะสร้างความปั่นป่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่เส้นทางขนส่งตามที่กำหนดไว้” “ผมจะเตรียมคนให้พร้อมครับ” พยัคฆ์รับคำ “ดี” พายุหยิบซองเอกสารที่วางอยู่ข้างๆ “ส่วนนี่ คือข้อมูลเพิ่มเติมที่บุหลันส่งมา มันเกี่ยวกับแผนการขยายอิทธิพลของบัลลังก์ทองไปยังต่างจังหวัด ฉันอยากให้เราเข้าไปขัดขวางแผนนี้ด้วย” พยัคฆ์รับซองเอกสารมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว “ไปขัดขวาง? หมายถึงการส่งคนของเราไปก่อกวนการค้ายาของพวกเขาในต่างจังหวัดด้วย?” “ใช่” พายุพยักหน้า “ถ้าเราสามารถตัดเส้นทางการเงินของพวกเขาได้ในระยะยาว มันจะทำให้บัลลังก์ทองอ่อนแอลงอย่างมาก ฉันไม่อยากให้พวกมันมีกำลังมากพอที่จะขยายอิทธิพลไปมากกว่านี้” “แต่การส่งคนออกไปนอกเมืองตอนนี้ อาจจะเสี่ยงเกินไปนะครับ ท่านพายุ” พยัคฆ์เตือน “เรายังไม่รู้ว่าบัลลังก์ทองมีสายข่าวหรือมีคนของพวกเขาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน” “นั่นคือเหตุผลที่เราต้องใช้บุหลัน” พายุตอบ “เธอมีเครือข่ายในหลายจังหวัด เราจะใช้คนของเธอเป็นหมากในการเจาะเข้าไป ถ้าอะไรผิดพลาด เราจะได้ถอนตัวได้ทัน” “ท่านวางใจบุหลันมากจริงๆ ครับ” พยัคฆ์กล่าว “บุหลันคือความหวังเดียวของเราในเวลานี้” พายุถอนหายใจเบาๆ “เธอเองก็มีเหตุผลของเธอในการต่อสู้กับบัลลังก์ทอง และฉันเชื่อในความภักดีของเธอ” “แล้วเรื่องของท่านเมขลาล่ะครับ? ถ้าเธอรู้ว่าเรากำลังจะก่อกวนแผนการของบัลลังก์ทอง และรู้ว่าบุหลันมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เธอจะทำอย่างไร?” พายุเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างอีกครั้ง มองลงไปยังเมืองเบื้องล่างที่เริ่มสว่างไสวด้วยแสงไฟยามค่ำคืน “นั่นคือคำถามที่ฉันกำลังคิดอยู่ พยัคฆ์” เขาพึมพำ “บางที… เราอาจจะต้องหาทางสร้างความสัมพันธ์กับเธอให้มากขึ้น” “หมายถึง…?” “ฉันไม่รู้” พายุส่ายหน้า “แต่ถ้าเธอคือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะยุติสงครามครั้งนี้ได้ เราก็ต้องพยายามเข้าหาเธอ” “ท่านคิดจะ… เข้าหาท่านเมขลา? ในสถานการณ์แบบนี้?” พยัคฆ์ถามด้วยความประหลาดใจ “ไม่ใช่อย่างนั้น” พายุรีบแก้ “ฉันหมายถึง การทำความเข้าใจเธอมากขึ้น หาจุดร่วมระหว่างเรา อาจจะมีบางอย่างที่เรามองข้ามไป” “แต่ท่านเมขลาเป็นถึงลูกสาวของเจ้าสัวใหญ่ เป็นคนของบัลลังก์ทองโดยตรง การเข้าใกล้เธออาจจะอันตรายเกินไป” “ฉันรู้” พายุตอบเสียงเรียบ “แต่บางครั้ง การเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็อาจจะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเช่นกัน” เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ ดวงตาฉายแววครุ่นคิด “ไปเตรียมการตามที่ฉันบอก ส่วนเรื่องของเมขลา ฉันจะจัดการเอง” พยัคฆ์โค้งศีรษะ “รับทราบครับ” เมื่อพยัคฆ์เดินออกไป พายุยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มดาวที่เริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เขาถอนหายใจยาว พายุในใจของเขากำลังจะโหมกระหน่ำ และบางที… อาจจะมีพายุอีกลูกหนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจของเขาเช่นกัน

4,666 ตัวอักษร