ตอนที่ 4 — แผนลวงกลางเมืองหลวง
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมายังถนนหนทางของเมืองหลวงที่เคยเต็มไปด้วยความครึกครื้น แต่บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอึมครึมที่มองไม่เห็น การเคลื่อนไหวของกลุ่ม 'พายุทมิฬ' ที่เริ่มหนักข้อขึ้นทุกขณะได้สร้างความหวาดระแวงให้กับ 'บัลลังก์ทอง' แก๊งที่เคยมีอำนาจเบ็ดเสร็จมาอย่างยาวนาน พายุ ผู้นำหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน กำลังยืนกอดอกมองแผนที่เมืองที่กางอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ สายตาคมกริบของเขาสำรวจเส้นทางต่างๆ ราวกับกำลังวางแผนกลยุทธ์อันแยบยล
“เราต้องลงมือแล้ว พยัคฆ์” พายุหันไปเอ่ยกับลูกน้องคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง “ข้อมูลที่บุหลันให้มามันมีค่า แต่ก็ยังไม่มากพอ เราต้องทำให้บัลลังก์ทองรู้สึกถึงแรงกดดันที่มากขึ้น”
พยัคฆ์ ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะ วางมือลงบนแผนที่ “ท่านคิดจะทำอะไรครับ? การโจมตีโดยตรงตอนนี้อาจจะเร็วเกินไป”
“แน่นอน” พายุยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววเจ้าเล่ห์ “เราจะสร้างความปั่นป่วนเล็กๆ น้อยๆ ก่อน ไม่ใช่การทำลายล้าง แต่เป็นการสร้างความระแวงภายในบัลลังก์ทองเอง”
“หมายความว่ายังไงครับ?”
“บุหลันบอกว่าจุดอ่อนสำคัญของบัลลังก์ทองคือการค้ายาที่กำลังจะถูกส่งมอบครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะใช้โอกาสนี้แหละ” พายุชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่ “ตรงนี้ คือโกดังที่พวกเขาใช้เก็บของ และตรงนี้ คือเส้นทางที่รถขนจะวิ่งผ่าน”
“เราจะดักปล้น?” พยัคฆ์เลิกคิ้ว
“ไม่เชิง” พายุส่ายหน้า “การปล้นตรงๆ มันเสี่ยงเกินไป เราจะทำให้เหมือนกับว่ามีคนในเสนอข้อมูลให้เราต่างหาก”
“ใครล่ะครับ ที่จะยอมเสี่ยงขนาดนั้น?”
“เราจะสร้างเรื่องขึ้นมาเอง” พายุอธิบาย “เราจะส่งคนของเราไปแฝงตัวในกลุ่มของบัลลังก์ทองสักสองสามคน ให้พวกเขาปล่อยข่าวลือว่ามีคนในกำลังจะทรยศให้ข้อมูลกับเรา ส่วนตัวเรา จะส่งทีมไปก่อกวนเส้นทางขนส่งเพียงเล็กน้อย ทำให้พวกเขาเสียขวัญ แต่ไม่ถึงขั้นเสียของ”
พยัคฆ์พยักหน้าอย่างเข้าใจ “เป็นการสร้างความหวาดระแวงให้คนในของบัลลังก์ทองสินะครับ ทำให้พวกเขาเริ่มสงสัยกันเอง”
“ถูกต้อง” พายุตบมือเบาๆ “ถ้าพวกเขาไม่รู้ว่าใครคือสายข่าวที่แท้จริง หรือจะเชื่อข่าวลือที่ว่ามีคนในหักหลัง พวกเขาจะเริ่มระแวงกันเอง คนของบัลลังก์ทองที่ฉลาดแกมโกงก็จะเริ่มหาทางป้องกันตัวเอง ความวุ่นวายภายในจะบั่นทอนกำลังของพวกเขาโดยที่เราไม่ต้องออกแรงมาก”
“แล้วถ้าข่าวลือที่ว่า มีคนในหักหลังนั้นมันไปถึงหูของท่านเมขลา ล่ะครับ?” พยัคฆ์ถามด้วยน้ำเสียงกังวล
พายุเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคู่คมมองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังประมวลผลคำถามของลูกน้อง “นั่นเป็นความเสี่ยงที่เราต้องยอมรับ แต่บุหลันบอกว่าท่านเมขลาเป็นคนฉลาด เธอจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่มีหลักฐาน การปล่อยข่าวลือแบบนี้ อาจจะทำให้เธอระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่ก็จะทำให้เธอหันไปจับตาดูคนรอบข้างของเธอเองมากกว่าจะมาสงสัยเราก่อน”
“ท่านมั่นใจเหรอครับ?”
“ฉันมั่นใจ” พายุหันกลับมา สีหน้ามุ่งมั่น “เราจะใช้ 'มังกร' เป็นคนปล่อยข่าวลือ เขาเป็นคนที่แนบเนียนที่สุดของเรา ส่วนทีมก่อกวน จะเป็น 'เสือ' และ 'สิงห์' พวกเขาจะสร้างความปั่นป่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่เส้นทางขนส่งตามที่กำหนดไว้”
“ผมจะเตรียมคนให้พร้อมครับ” พยัคฆ์รับคำ
“ดี” พายุหยิบซองเอกสารที่วางอยู่ข้างๆ “ส่วนนี่ คือข้อมูลเพิ่มเติมที่บุหลันส่งมา มันเกี่ยวกับแผนการขยายอิทธิพลของบัลลังก์ทองไปยังต่างจังหวัด ฉันอยากให้เราเข้าไปขัดขวางแผนนี้ด้วย”
พยัคฆ์รับซองเอกสารมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว “ไปขัดขวาง? หมายถึงการส่งคนของเราไปก่อกวนการค้ายาของพวกเขาในต่างจังหวัดด้วย?”
“ใช่” พายุพยักหน้า “ถ้าเราสามารถตัดเส้นทางการเงินของพวกเขาได้ในระยะยาว มันจะทำให้บัลลังก์ทองอ่อนแอลงอย่างมาก ฉันไม่อยากให้พวกมันมีกำลังมากพอที่จะขยายอิทธิพลไปมากกว่านี้”
“แต่การส่งคนออกไปนอกเมืองตอนนี้ อาจจะเสี่ยงเกินไปนะครับ ท่านพายุ” พยัคฆ์เตือน “เรายังไม่รู้ว่าบัลลังก์ทองมีสายข่าวหรือมีคนของพวกเขาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เหล่านั้นมากน้อยแค่ไหน”
“นั่นคือเหตุผลที่เราต้องใช้บุหลัน” พายุตอบ “เธอมีเครือข่ายในหลายจังหวัด เราจะใช้คนของเธอเป็นหมากในการเจาะเข้าไป ถ้าอะไรผิดพลาด เราจะได้ถอนตัวได้ทัน”
“ท่านวางใจบุหลันมากจริงๆ ครับ” พยัคฆ์กล่าว
“บุหลันคือความหวังเดียวของเราในเวลานี้” พายุถอนหายใจเบาๆ “เธอเองก็มีเหตุผลของเธอในการต่อสู้กับบัลลังก์ทอง และฉันเชื่อในความภักดีของเธอ”
“แล้วเรื่องของท่านเมขลาล่ะครับ? ถ้าเธอรู้ว่าเรากำลังจะก่อกวนแผนการของบัลลังก์ทอง และรู้ว่าบุหลันมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เธอจะทำอย่างไร?”
พายุเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างอีกครั้ง มองลงไปยังเมืองเบื้องล่างที่เริ่มสว่างไสวด้วยแสงไฟยามค่ำคืน “นั่นคือคำถามที่ฉันกำลังคิดอยู่ พยัคฆ์” เขาพึมพำ “บางที… เราอาจจะต้องหาทางสร้างความสัมพันธ์กับเธอให้มากขึ้น”
“หมายถึง…?”
“ฉันไม่รู้” พายุส่ายหน้า “แต่ถ้าเธอคือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะยุติสงครามครั้งนี้ได้ เราก็ต้องพยายามเข้าหาเธอ”
“ท่านคิดจะ… เข้าหาท่านเมขลา? ในสถานการณ์แบบนี้?” พยัคฆ์ถามด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้น” พายุรีบแก้ “ฉันหมายถึง การทำความเข้าใจเธอมากขึ้น หาจุดร่วมระหว่างเรา อาจจะมีบางอย่างที่เรามองข้ามไป”
“แต่ท่านเมขลาเป็นถึงลูกสาวของเจ้าสัวใหญ่ เป็นคนของบัลลังก์ทองโดยตรง การเข้าใกล้เธออาจจะอันตรายเกินไป”
“ฉันรู้” พายุตอบเสียงเรียบ “แต่บางครั้ง การเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็อาจจะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเช่นกัน”
เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ ดวงตาฉายแววครุ่นคิด “ไปเตรียมการตามที่ฉันบอก ส่วนเรื่องของเมขลา ฉันจะจัดการเอง”
พยัคฆ์โค้งศีรษะ “รับทราบครับ”
เมื่อพยัคฆ์เดินออกไป พายุยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มดาวที่เริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เขาถอนหายใจยาว พายุในใจของเขากำลังจะโหมกระหน่ำ และบางที… อาจจะมีพายุอีกลูกหนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจของเขาเช่นกัน
4,666 ตัวอักษร