เงาเลือดกลางมหานคร

ตอนที่ 10 / 42

ตอนที่ 10 — ฝ่าวงล้อมสู่ความลับ

เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลของชายชุดดำทั้งสองร่างที่ล้มลงไปกองกับพื้น บาร์ ‘The Serpent’s Kiss’ ที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงเพลงและผู้คน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและความตื่นตระหนก เสียงปืนที่ดังขึ้นเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน พัชราภาขยับตัวหลบหลังโต๊ะ บังคับกลั้นลมหายใจขณะที่สายตากวาดมองไปรอบๆ พลางประเมินสถานการณ์ด้วยความรวดเร็ว “มาร์โค! หลบ!” พัชราภาตะโกนเตือนเมื่อเห็นร่างของมาร์โคที่กำลังจะก้าวออกจากที่กำบังเพื่อสาดกระสุนตอบโต้กลุ่มคนร้ายที่ยังคงระดมยิงเข้ามาไม่หยุดหย่อน มาร์โคหันมามองพัชราภาแวบหนึ่งก่อนจะพุ่งตัวหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์ เสียงแก้วเหล้ากระทบกันดังระงมเมื่อพนักงานบาร์ที่ยังคงตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจพยายามหลบหนี เสียงกรีดร้องของผู้คนยิ่งทวีความตึงเครียดของสถานการณ์ให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น “ใครพวกมัน!” เสียงห้าวๆ ของหมวดหน่อยดังขึ้นมาจากอีกมุมหนึ่ง เขากำลังใช้โต๊ะเป็นที่กำบังพลางชักปืนพกออกมาเตรียมพร้อมรับมือ “ไม่รู้! แต่ไม่ใช่พวกธรรมดาแน่ ดูจากอาวุธแล้ว!” พัชราภาตอบพลางย่อตัวให้ต่ำลงไปอีก เธอสังเกตเห็นว่ากลุ่มคนร้ายที่เข้ามานั้นมีจำนวนมากกว่าที่คิด และดูเหมือนจะมุ่งเป้ามาที่มาร์โคเป็นหลัก “เราต้องออกจากที่นี่ก่อน!” หมวดหน่อยตะโกนบอก “แต่เรายังไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย!” พัชราภารู้ดีว่าการบุกเข้ามาในบาร์แห่งนี้ย่อมมีความเสี่ยง แต่เธอก็ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ แบบนี้ “ถ้าเราตายที่นี่ ข้อมูลทั้งหมดก็ไร้ความหมาย! ไปกันเถอะ!” หมวดหน่อยพยายามพูดให้เสียงหนักแน่นที่สุด ท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังเป็นระยะ มาร์โคที่ซ่อนตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง เขารู้ดีว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ การยื้อเวลาอยู่ที่นี่มีแต่จะเพิ่มความอันตราย “ทางนี้!” มาร์โคตะโกนเรียก พลางชี้ไปทางประตูหลังร้านซึ่งเป็นทางออกฉุกเฉิน “ไปเลย!” พัชราภาตัดสินใจ เธอรู้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การรักษาชีวิตไว้สำคัญที่สุด เธอใช้จังหวะที่กลุ่มคนร้ายชะงักไปชั่วขณะจากการที่มาร์โคยิงสวนกลับ พุ่งตัวออกจากที่กำบังอย่างรวดเร็ว หมวดหน่อยเองก็ไม่รอช้า เขากระโดดข้ามเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาด พุ่งตามพัชราภาไปติดๆ เสียงปืนดังไล่หลังมาติดๆ แต่กลุ่มของพัชราภาอาศัยความชำนาญในการหลบหลีกและการใช้สิ่งกีดขวางที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ พวกเขาเคลื่อนที่ไปตามทางเดินแคบๆ ที่คดเคี้ยวภายในบาร์ มุ่งหน้าสู่ประตูทางออกฉุกเฉิน “ใครสั่งให้พวกแกเข้ามา!” เสียงตะคอกดังมาจากทิศทางของกลุ่มคนร้าย ดูเหมือนหัวหน้าของพวกมันกำลังพยายามควบคุมสถานการณ์ “มันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่! หรือมันแค่มาดักเรา!” พัชราภาพึมพำกับตัวเองขณะที่กำลังวิ่ง “ไม่ว่ายังไง เราต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!” หมวดหน่อยกระตุ้น ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงประตูทางออกฉุกเฉิน พัชราภารีบผลักประตูออก เผยให้เห็นซอยแคบๆ ที่มืดมิดและอับชื้น “เร็วเข้า!” มาร์โคเร่งเร้า ทั้งสามคนพุ่งทะลุประตูออกไปในซอยแคบๆ ทันทีที่เท้าแตะพื้น ปิดประตูดังปังไล่หลัง เสียงปืนที่ดังมาจากภายในบาร์ดูเหมือนจะเบาลงเมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ในซอย แต่ถึงกระนั้น ก็ยังคงมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยคุกคามอยู่รอบตัว “ไปทางไหนต่อ?” หมวดหน่อยถามหอบหายใจ “ไปทางนี้!” มาร์โคตอบเสียงเครียด “ฉันมีที่หลบอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้” ทั้งสามคนวิ่งฝ่าความมืดของซอยแคบๆ ไปตามคำบอกของมาร์โค ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตราย ทุกย่างก้าวของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวังว่าจะไม่มีใครตามมาทัน “พวกนั้นมีจำนวนมากเกินไป และดูเหมือนจะพร้อมมาก” พัชราภากล่าวขึ้นขณะที่วิ่ง “เป็นฝีมือของพวกมาเฟียอิตาลีแน่ๆ” มาร์โคตอบเสียงหงุดหงิด “พวกเขาคงรู้ว่าเรามาที่นี่เพื่อสืบเรื่องของพวกเขา” “แต่ทำไมพวกเขาถึงเข้ามาโจมตีเราในบาร์แบบนี้?” หมวดหน่อยสงสัย “มันดูไม่ฉลาดเลย” “บางทีพวกมันอาจจะไม่ต้องการให้เรามีชีวิตรอดกลับไปแจ้งข่าว” พัชราภาคาดเดา “หรือบางที...มันอาจจะเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ” “เบี่ยงเบนความสนใจ?” หมวดหน่อยทวนคำ “ใช่! ในขณะที่พวกเรากำลังวุ่นวายกับการเอาตัวรอดจากการโจมตี พวกมันอาจจะกำลังทำบางอย่างที่สำคัญกว่านั้นอยู่” พัชราภาอธิบาย “หรืออาจจะเป็นการส่งสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง” มาร์โคเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น “ฉันคิดว่าพวกมันต้องการปิดปากใครบางคนต่างหาก” “ปิดปากใคร?” พัชราภาถาม “คนที่รู้ความลับของพวกมัน” มาร์โคตอบ “คนที่อยู่ในบาร์คืนนี้” คำพูดของมาร์โคทำให้พัชราภานึกถึงใครบางคน เธอจำได้ว่าก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น เธอเห็นร่างหนึ่งที่คุ้นตา เขาเป็นชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้มที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของบาร์อย่างเงียบๆ “ชายคนนั้น…” พัชราภารำพึง “ฉันเห็นเขาอยู่ที่นั่นก่อนที่ทุกอย่างจะวุ่นวาย” “ใคร?” หมวดหน่อยถาม “ฉันไม่แน่ใจ แต่ฉันรู้สึกว่าเขาสำคัญ” พัชราภาตอบ “ถ้าเขาเป็นอะไรไป เราอาจจะเสียโอกาสครั้งสำคัญไปก็ได้” “ตอนนี้เรายังปลอดภัยก็ดีแล้ว” มาร์โคกล่าว “เราต้องไปถึงที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยคิดถึงเรื่องอื่น” พวกเขามาถึงอาคารเก่าแก่แห่งหนึ่งในย่านที่ค่อนข้างเปลี่ยว มาร์โคพาพวกเขาเดินเข้าไปในอาคารผ่านทางประตูด้านข้างที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับตอนนี้” มาร์โคกล่าวเมื่อเข้ามาถึงห้องโถงที่ดูเหมือนจะเป็นออฟฟิศเก่าๆ ที่ถูกดัดแปลง “ไม่มีใครรู้เรื่องที่นี่นอกจากฉัน” พัชราภาสำรวจรอบๆ ห้อง เธอเห็นข้าวของที่วางระเกะระกะบ่งบอกถึงการใช้งานอย่างเร่งรีบ แต่ก็สะอาดสะอ้านพอสมควร “คุณแน่ใจนะว่าเราปลอดภัย?” หมวดหน่อยยังคงถามด้วยความระแวดระวัง “ที่นี่มีทางเข้าออกหลายทาง และไม่มีใครรู้ว่าเรามาที่นี่” มาร์โคตอบ “แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมเสมอ” “ถ้าพวกมันตามเรามาถึงที่นี่ล่ะ?” พัชราภาถาม “เราจะรู้ทันที” มาร์โคกล่าว “และเราก็มีแผนสำรอง” พัชราภานั่งลงบนเก้าอี้พลางครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอรู้สึกได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดกำลังซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ การโจมตีที่บาร์ ‘The Serpent’s Kiss’ ไม่ใช่แค่การพยายามกำจัดพวกเขา แต่มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่านั้น “ชายคนนั้นที่นั่งอยู่ในบาร์ เขาคือใคร?” พัชราภาถามมาร์โคอีกครั้ง มาร์โคลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “เขาคือคนที่จะให้ข้อมูลสำคัญแก่เราเกี่ยวกับ ‘ลา คซ่า’ (La Casa)” “ลา คซ่า?” พัชราภาทวนคำ “ใช่ กลุ่มมาเฟียอิตาลีที่กำลังขยายอิทธิพลในบ้านเรา” มาร์โคอธิบาย “เขาคืออดีตคนในที่ตัดสินใจหักหลังพวกมัน” “แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ในบาร์แห่งนั้น?” หมวดหน่อยถาม “นั่นคือแผนการของเรา” มาร์โคอธิบาย “เรานัดพบเขาที่นั่นเพื่อรับข้อมูล แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะรู้เรื่องนี้เสียก่อน” “ดังนั้น การโจมตีครั้งนี้…ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เราได้ข้อมูลจากเขาใช่ไหม?” พัชราภาสรุป “ถูกต้อง” มาร์โคตอบ “และเพื่อกำจัดพยานสำคัญของพวกมันด้วย” “เราพลาดโอกาสไปแล้ว” พัชราภารู้สึกเสียดาย “ถ้าเราไปถึงก่อนหน้านี้…” “ไม่เป็นไร” มาร์โคขัดขึ้น “พวกมันอาจจะยังไม่รู้ว่าเราหนีออกมาได้ เรายังมีโอกาส” “แต่เราจะหาตัวเขาเจอได้อย่างไร?” หมวดหน่อยถาม “ฉันมีเบาะแสบางอย่าง” มาร์โคกล่าว “ฉันจะลองตรวจสอบดู” พัชราภามองหน้ามาร์โคด้วยความหวัง เธอมั่นใจว่าชายคนนั้นคือเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่การเปิดโปงแก๊งมาเฟียอิตาลีได้อย่างแน่นอน แต่ก่อนอื่น พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ปัจจุบันให้ได้เสียก่อน

5,842 ตัวอักษร