ตอนที่ 8 — แผนซ้อนแผนในค่ำคืนอันตราย
บาร์แห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิทที่ชื่อว่า ‘The Serpent’s Kiss’ สว่างไสวไปด้วยแสงนีออนสีม่วงและสีฟ้า บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยเสียงเพลงจังหวะหนักหน่วงและผู้คนมากมายที่กำลังดื่มด่ำกับเครื่องดื่มราคาแพง พัชราภาในชุดเดรสสีดำเข้ารูปและหมวดหน่อยในเสื้อเชิ้ตสีเข้ม เดินเข้ามาในบาร์อย่างเงียบเชียบ สายตาของพวกเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วเพื่อหาเป้าหมาย
ไม่นานนัก สายตาของพัชราภาก็ไปสะดุดเข้ากับชายร่างสูงในชุดสูทสีดำ ยืนพิงอยู่กับเคาน์เตอร์บาร์ ใบหน้าของเขาถูกบังด้วยเงา แต่จากรูปทรงของไหล่และท่าทางอันสง่างาม ทำให้เธอแน่ใจว่าเป็นมาร์โค
“ทางนี้ครับ คุณตำรวจ” มาร์โคโบกมือเบาๆ เมื่อเห็นพวกเธอเดินเข้ามา
พัชราภาและหมวดหน่อยเดินเข้าไปหามาร์โค “มาช้าจังครับ” เขาเอ่ยทักทายพลางยื่นแก้วเครื่องดื่มสีเข้มให้พัชราภา “ลองดูสิครับ ค็อกเทลสูตรพิเศษของที่นี่”
พัชราภารับแก้วมาจิบเล็กน้อย รสชาติหวานอมขมซ่านไปทั่วโพรงปาก “ขอบคุณค่ะ” เธอตอบ “แล้วคนที่คุณจะพาเราไปพบอยู่ที่ไหนคะ?”
“กำลังจะมาครับ” มาร์โคหันไปมองประตูบาร์ “เขาเป็นคนที่ผมไว้ใจ และเขาก็มีความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายธุรกิจที่กำลังขยายตัวในเมืองนี้เป็นอย่างดี”
ขณะที่พวกเขากำลังสนทนากัน เสียงประตูบาร์ก็เปิดออก ชายอีกคนหนึ่งก้าวเข้ามา เขาเป็นชายชาวเอเชีย รูปร่างท้วม ผิวคล้ำ ใบหน้าดูเคร่งขรึม เขาเดินตรงมายังโต๊ะของมาร์โค
“สวัสดีครับ คุณซานโตโร่” ชายคนนั้นกล่าวเสียงทุ้ม “ขอโทษที่มาช้าครับ มีธุระนิดหน่อย”
“ไม่เป็นไรครับ คุณเฉิน” มาร์โคแนะนำ “นี่คือคุณตำรวจ... เอ่อ... คุณแพร” เขาใช้ชื่อปลอมของพัชราภา “และนี่คือคู่หูของเธอ คุณ... หมวด…”
“หมวดหน่อยครับ” หมวดหน่อยรีบตอบ
“คุณเฉิน เป็นเจ้าของธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้าหลายประเภทครับ” มาร์โคกล่าว “และเป็นคนสำคัญในวงการธุรกิจของเมืองนี้”
คุณเฉินพยักหน้าให้ทั้งสองคน “ผมได้ยินเรื่องราวของคุณตำรวจมาบ้างครับ”
“เรากำลังสืบสวนคดีฆาตกรรมที่เชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมต่างชาติ” พัชราภาเริ่มบทสนทนา “คุณเฉินพอจะทราบข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มคนเหล่านี้บ้างไหมครับ?”
คุณเฉินจิบเครื่องดื่มของตนเอง “ผมไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใต้ดินเท่าไหร่ครับคุณตำรวจ” เขาตอบ “แต่ผมก็พอจะได้ยินข่าวลือมาบ้าง”
“ข่าวลือเกี่ยวกับอะไรครับ?” หมวดหน่อยถามอย่างกระตือรือร้น
“มีข่าวว่ามีกลุ่มชาวอิตาเลียนกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามเข้ามาควบคุมตลาดมืดในเมืองนี้” คุณเฉินกล่าว “พวกเขาโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี”
“คุณทราบชื่อกลุ่มนี้ หรือชื่อหัวหน้าของพวกเขาไหมครับ?” พัชราภาถาม
คุณเฉินส่ายหน้า “ยังไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อตรงๆ ครับ มีเพียงการเรียกขานกันว่า ‘ลา โกสตา’ (La Costa) ซึ่งแปลว่า ‘ชายฝั่ง’ ในภาษาอิตาเลียน”
“ลา โกสตา?” พัชราภาพึมพำชื่อนั้น เธอนึกถึงชื่อซานโตโร่ ซึ่งมีความหมายว่า ‘นักบุญ’ มันอาจจะเป็นแค่ความบังเอิญ หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการบางอย่าง
“ว่ากันว่าพวกเขามาจากเมืองเนเปิลส์” คุณเฉินกล่าวต่อ “และมีอิทธิพลกว้างขวางในยุโรป”
“แล้วทำไมพวกเขาถึงเข้ามาในกรุงเทพฯ ล่ะครับ?” หมวดหน่อยถาม
“กรุงเทพฯ เป็นตลาดที่ใหญ่และยังมีโอกาสอีกมากสำหรับธุรกิจผิดกฎหมาย” คุณเฉินตอบ “และที่สำคัญ... ที่นี่เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย”
“คุณพอจะบอกได้ไหมครับว่าพวกเขากำลังทำธุรกิจอะไรเป็นหลัก?” พัชราภาถาม
“หลักๆ ก็พวกยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน” คุณเฉินตอบอย่างตรงไปตรงมา “แต่พวกเขาก็ยังสนใจในธุรกิจที่ถูกกฎหมายเพื่อใช้เป็นฉากบังหน้าด้วย”
“อย่างเช่นธุรกิจนำเข้าส่งออก?” พัชราภาเอ่ยถาม
คุณเฉินมองไปทางมาร์โค “ใช่ครับ ธุรกิจนำเข้าส่งออกเป็นช่องทางที่สะดวกที่สุดในการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย”
มาร์โคยิ้ม “ผมเป็นนักธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ผมไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้น”
“แน่นอนครับ คุณซานโตโร่” คุณเฉินกล่าว “ผมแค่พูดถึงหลักการทั่วไป”
ทันใดนั้นเอง ประตูบาร์ก็เปิดออกอีกครั้ง ชายสองคนในชุดสูทสีดำก้าวเข้ามา พวกเขามีท่าทางคุกคาม สายตาของพวกเขาเริ่มกวาดมองไปรอบๆ บาร์อย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามานะครับ” มาร์โคกล่าว พลางมองไปยังชายทั้งสองคน
พัชราภาและหมวดหน่อยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ พวกเขาสังเกตเห็นว่าชายทั้งสองคนกำลังเดินตรงมายังโต๊ะของพวกเขา
“ใครกัน?” หมวดหน่อยถาม
“ผมไม่รู้จักพวกเขาครับ” มาร์โคตอบ “แต่ดูจากท่าทางแล้ว ไม่น่าจะมาดี”
ชายทั้งสองคนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะ “คุณคือมาร์โค ซานโตโร่ ใช่ไหม?” หนึ่งในนั้นถามเสียงห้วน
มาร์โคพยักหน้าช้าๆ “ใช่ครับ มีอะไรให้ผมรับใช้?”
“คุณกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องของคนนอก” ชายอีกคนพูด พลางมองไปที่พัชราภาและหมวดหน่อย “คุณไม่ควรมายุ่งกับเรื่องของพวกเรา”
“ผมไม่แน่ใจว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” มาร์โคตอบ “ผมกำลังพูดคุยกับเพื่อนนักธุรกิจ”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น” ชายคนแรกกล่าว “พวกเรารู้ว่าคุณกำลังทำอะไร”
“ถ้าพวกคุณมีปัญหาอะไร แจ้งมาได้เลยครับ” คุณเฉินแทรกขึ้นมา “ผมจะช่วยประสานงานให้”
ชายทั้งสองคนหันไปมองคุณเฉินด้วยสายตาดูถูก “คนแก่ขี้เผือก” หนึ่งในนั้นกล่าว “แกไม่เกี่ยว”
“ใจเย็นๆ ครับพวกคุณ” มาร์โคพยายามรักษาสถานการณ์ “ผมว่าเราน่าจะพูดคุยกันได้”
“ไม่มีอะไรต้องคุย” ชายคนแรกพูด “คุณรู้ว่าควรทำอย่างไร”
จู่ๆ ชายคนหนึ่งก็ควักปืนออกมาจากเสื้อ “ถ้าคุณไม่อยากให้เพื่อนของคุณต้องเจ็บตัว ก็ไปให้พ้นจากที่นี่ซะ”
พัชราภาและหมวดหน่อยรีบตั้งท่าเตรียมพร้อม พวกเขาไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะบานปลายเร็วขนาดนี้
“ดูเหมือนว่าการพูดคุยของเราจะจบลงแล้วนะครับ” มาร์โคกล่าว พลางค่อยๆ ชักปืนออกจากเสื้อ “คุณตำรวจ คุณเฉิน ไปก่อนเลยครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“ไม่ได้!” พัชราภาตะโกน “เราจะทิ้งคุณไปไม่ได้”
“คุณต้องไป!” มาร์โคเสียงดังขึ้น “นี่ไม่ใช่เวลาของคุณ”
ก่อนที่พัชราภาจะทันได้ตอบโต้ มาร์โคก็ลงมือยิงเข้าใส่ชายทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบาร์ ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน
4,699 ตัวอักษร