ตอนที่ 7 — ทางลับสู่บ้านเก่า
แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปบนถนนลาดยางที่ทอดยาวสู่ความมืดมิด สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ยืนต้นเรียงรายเป็นเงาทะมึน บรรยากาศภายในรถที่เคยอึดอัดจากความหวาดระแวงเมื่อครู่ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม แพรรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของรถที่วิ่งไปบนพื้นผิวขรุขระเป็นระยะๆ แสงไฟจากถนนแทบจะไม่มี มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดกิ่งก้านของต้นไม้ออกมาเป็นริ้วๆ ทำให้ภาพที่เห็นยิ่งดูห่างไกลจากความเจริญ
"เราจะไปที่ไหนกันแน่คะ" แพรวจำเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบที่คืบคลานเข้ามา "คุณบอกว่าบ้านของคุณ... แต่มันดูเหมือนจะไกลจากที่ที่เราเคยอยู่มากๆ เลย"
มินจุนละสายตาจากถนนมามองแพรวแวบหนึ่ง ดวงตาของเขาฉายแววเหนื่อยอ่อนแต่ยังคงเด็ดเดี่ยว "มันเป็นบ้านหลังเก่า สมบัติของตระกูลที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนนอกจากคนในครอบครัวของผม และตอนนี้ก็เหลือแค่ผม"
"แล้ว... ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลยจริงๆ เหรอคะ" แพรถามอีกครั้ง ความเป็นห่วงปรากฏขึ้นในน้ำเสียง เธอไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกปลอดภัยหรือหวาดหวั่นกับคำตอบที่กำลังจะได้รับ
"มีเพียงคนดูแลเก่าแก่ที่ผมไว้ใจ" มินจุนตอบ "เขาจะคอยดูแลที่นั่นอยู่ห่างๆ ไม่มีใครนอกวงในจะรู้เรื่องของบ้านหลังนี้เลย มันเป็นที่เดียวที่ผมคิดว่าปลอดภัยที่สุดสำหรับตอนนี้"
"แล้วเรื่องกล่องนั่นล่ะคะ" แพรถามต่อ "ถ้าเราต้องกลับไปที่โกดังอีกครั้งจริงๆ คุณแน่ใจเหรอคะว่าเราจะทำได้"
มินจุนถอนหายใจเบาๆ "ผมไม่แน่ใจเลยแพรว ผมต้องกลับไปดูอีกครั้ง เพราะสิ่งที่ผมเห็นในห้องลับมันไม่ใช่ทั้งหมด มันยังมีอะไรบางอย่างที่ผมมองข้ามไป และผมรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง"
"ความผิดปกติ... หมายความว่ายังไงคะ"
"ในห้องลับนั่น มีร่องรอยบางอย่างที่บ่งบอกว่ามีคนเข้ามาหลังจากผม" มินจุนอธิบาย "ไม่ใช่ร่องรอยของการค้นหา แต่เป็นร่องรอยของการเตรียมการบางอย่าง เหมือนกับว่ามีคนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่"
แพรวพยายามประมวลผลคำพูดของมินจุน ความรู้สึกหนาวเย็นแล่นผ่านสันหลัง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมมินจุนถึงต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก และทำไมผู้คนเหล่านั้นถึงต้องการกล่องอะไรบางอย่าง จนต้องใช้วิธีการที่รุนแรงถึงเพียงนั้น "คุณ... คุณแน่ใจนะคะว่ามันจะไม่ทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิม"
"ผมต้องทำ" มินจุนตอบเสียงหนักแน่น "มันไม่ใช่แค่เรื่องของผมอีกต่อไปแล้ว มันเกี่ยวกับคุณด้วย"
คำพูดของมินจุนทำให้แพรวสะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดว่าเรื่องราวนี้จะลุกลามมาถึงตัวเธอมากขนาดนี้ "หนู... หนูแค่ไม่อยากให้คุณต้องมาลำบากเพราะหนู"
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลยแพรว" มินจุนย้ำ "คุณแค่บังเอิญเข้ามาอยู่ในเวลาที่ไม่เหมาะสม แต่ผมจะรับผิดชอบเอง"
รถชะลอความเร็วลงอีกครั้ง เมื่อมินจุนบังคับเลี้ยวเข้าสู่ทางลูกรังที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดขรุขระ ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางเข้าไปในป่าลึกมากขึ้นเรื่อยๆ สัญญาณโทรศัพท์เริ่มหายไป ทำให้แพรวรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก
"อีกไม่นานเราก็ถึงแล้ว" มินจุนบอก "คุณลองพักสายตาดูนะ"
แพรวพยักหน้า พิงศีรษะกับเบาะรถ หลับตาลง แต่ในความมืดมิดนั้น ภาพเหตุการณ์ที่โกดังยังคงติดตา ภาพความรุนแรง เสียงตะโกน และความรู้สึกหวาดกลัวที่เคยเกิดขึ้น ภาพเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่" เสียงของมินจุนดังขึ้น ทำให้แพรวค่อยๆ ลืมตาขึ้น
"ก็... คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ค่ะ" แพรอธิบาย "แล้วก็คิดว่า... คุณทำเรื่องนี้มานานแล้วเหรอคะ"
มินจุนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "มันเริ่มมานานกว่าที่ผมคิด" เขาเว้นจังหวะ "พ่อของผม... เขาเคยเตือนผมไว้หลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แต่ผมไม่เคยคิดว่ามันจะร้ายแรงถึงขนาดนี้"
"พ่อของคุณ... ท่านก็เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้เหมือนกันเหรอคะ" แพรถามด้วยความสงสัย
"พ่อของผมเป็นนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่" มินจุนกล่าว "แต่เบื้องหลัง... มันซับซ้อนกว่านั้นมาก ท่านมีสายสัมพันธ์กับคนในวงการหลายกลุ่ม และบางกลุ่มก็ไม่ใช่คนดี"
"แล้วท่าน... ท่านเป็นอันตรายเหมือนกับพวกคนเหล่านั้นไหมคะ"
มินจุนส่ายหน้า "พ่อของผม... ท่านมีหลักการของท่านเอง ท่านไม่เคยทำร้ายผู้บริสุทธิ์โดยตรง แต่ท่านก็ไม่ได้ขัดขวางสิ่งที่คนอื่นทำในนามของท่าน"
"แล้วทำไมคุณถึงต้องมาตามหาหลักฐานพวกนี้คะ" แพรถาม "ถ้ามันอันตรายขนาดนั้น"
"เพราะผมต้องรู้ความจริง" มินจุนตอบ "ผมต้องรู้ว่าพ่อของผมเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน และใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ผมต้องการล้างมลอบอุปาทของท่าน และทำให้ธุรกิจของเรากลับมาใสสะอาดอีกครั้ง"
"คุณ... คุณเก่งมากเลยนะคะ" แพรอุทานออกมาอย่างจริงใจ "ที่จะกล้าเผชิญหน้ากับเรื่องพวกนี้"
มินจุนยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ผมไม่ได้เก่งอะไรหรอกแพรว ผมแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ"
รถจอดสนิทลงหน้าประตูไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่า สภาพบ้านดูทรุดโทรม มีต้นไม้เลื้อยพันไปตามผนัง แต่โครงสร้างยังคงแข็งแรงอยู่ มินจุนดับเครื่องยนต์ แสงไฟจากหน้ารถดับลง ทำให้ความมืดมิดเข้ามาปกคลุมทันที มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลงมาเป็นบางส่วน
"เราถึงแล้ว" มินจุนบอก "นี่คือบ้านของผม"
แพรวลงจากรถ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ปะปนไปด้วยกลิ่นดินและใบไม้แห้ง เธอมองไปรอบๆ บ้านหลังใหญ่นั้น มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ มันให้ความรู้สึกที่สงบ แต่ก็แฝงไปด้วยความลึกลับ
"คุณจะเข้าไปพักข้างในก่อนไหม" มินจุนถาม "ผมจะไปเรียกคนดูแลออกมา"
"ค่ะ" แพรงตอบ "ขอบคุณนะคะ"
มินจุนเดินไปยังมุมหนึ่งของบ้าน และกดรหัสดิจิทัลที่มองไม่เห็นจากที่ไกลๆ สักพัก ประตูไม้บานใหญ่ก็ค่อยๆ แง้มออก เผยให้เห็นใบหน้าของชายชราคนหนึ่งที่ดูแข็งแรงกว่าวัย
"คุณชาย" ชายชราเอ่ยทักทายด้วยความเคารพ
"ลุงจิน" มินจุนทักทายกลับ "ผมพาแขกมาด้วย"
ลุงจินมองมาที่แพรวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ยินดีต้อนรับครับคุณผู้หญิง"
"สวัสดีค่ะ" แพรงยิ้มให้
"เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ" มินจุนกล่าว "ข้างนอกอากาศเริ่มเย็นแล้ว"
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในบ้าน บรรยากาศภายในบ้านก็ยังคงความคลาสสิกเอาไว้ เฟอร์นิเจอร์ไม้โบราณตั้งอยู่ตามมุมต่างๆ ภาพถ่ายเก่าๆ ติดอยู่บนผนังหลายภาพ บางภาพมีใบหน้าของชายหนุ่มสาวที่ดูคุ้นตา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นใคร
"คุณผู้หญิงจะพักที่ห้องไหนดีครับ" ลุงจินถาม
"ให้เธอพักห้องของผมก็ได้" มินจุนบอก "ผมจะไปหาที่นอนแถวห้องทำงาน"
"แต่..." แพรงกำลังจะทักท้วง
"ไม่เป็นไร" มินจุนตัดบท "ผมชินกับการนอนดึกอยู่แล้ว"
แพรวจำใจต้องยอมรับ เธอรู้สึกถึงความห่วงใยที่มินจุนมีให้ แม้ว่าเขาจะแสดงออกอย่างไม่ค่อยจะตรงไปตรงมานัก
5,166 ตัวอักษร