ตอนที่ 16 — การเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
"อาร์มันโด?" มาร์โคทวนชื่อนั้นซ้ำอย่างไม่เชื่อหูของตัวเอง ชื่อนี้คุ้นเคยดีในโลกใต้ดิน แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้บงการเบื้องหลัง "คุณแน่ใจเหรอ อันโตนิโอ? อาร์มันโดคือใครกันแน่?"
อันโตนิโอพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขาฉายแววเหนื่อยอ่อนแต่ก็ยังคงความมุ่งมั่น "เขาคือผู้มีอิทธิพลที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมานาน เขาเป็นคนที่สร้างเครือข่ายทั้งหมดนี้ขึ้นมา ลอเรนโซเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เขาใช้เท่านั้น"
พลอยไพลินขมวดคิ้ว "แต่เราไม่เคยได้ยินชื่อเขามาก่อนเลยในข่าวหรือในข้อมูลของเรา"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาอันตราย" อันโตนิโอเสริม "เขาไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าใคร เขาทำงานผ่านตัวแทน และซัลวาตอเร่ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาอยู่เบื้องหลังการผลิต ‘เงาพิษ’ ทั้งหมด และเขาก็เป็นคนสั่งการให้ล่อลวงพวกเราที่นี่"
มาร์โคเงียบไปครู่หนึ่ง สมองของเขาประมวลผลข้อมูลที่ได้รับอย่างรวดเร็ว หากสิ่งที่อันโตนิโอพูดเป็นความจริง แสดงว่าการต่อสู้ของพวกเขากับลอเรนโซที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเกมที่ใหญ่กว่า "แล้ว... ทำไมลอเรนโซถึงยอมให้ซัลวาตอเร่ทรยศเขา? และทำไมอาร์มันโดถึงไม่จัดการลอเรนโซเสียที?"
"ลอเรนโซไม่ได้มีอำนาจมากเท่าที่พวกเราคิด" อันโตนิโออธิบาย "เขาเป็นเพียงผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับการแต่งตั้งจากอาร์มันโดอีกทีหนึ่ง ส่วนซัลวาตอเร่... เขาถูกล้างสมอง หรือไม่ก็ถูกข่มขู่จนต้องยอมทำตามคำสั่งของอาร์มันโด"
"ถูกข่มขู่?" พลอยไพลินทวน "หมายความว่าอาร์มันโดมีอำนาจเหนือซัลวาตอเร่ด้วย?"
"ใช่" อันโตนิโอตอบ "อำนาจของอาร์มันโดครอบคลุมทุกอย่าง เขาควบคุมทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ เขาคือสมองของอาณาจักรแห่งเงามืดนี้"
มาร์โคก้าวไปยืนตรงหน้าอันโตนิโอ สบตาของเพื่อนอย่างจริงจัง "อันโตนิโอ ข้อมูลที่นายให้มามันสำคัญมาก แต่ฉันอยากรู้แน่ใจว่ามันจริงทั้งหมด นายมีหลักฐานอะไรที่จะยืนยันเรื่องนี้บ้าง?"
อันโตนิโอยิ้มอย่างขมขื่น "ฉันไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันให้เห็นได้ชัดเจนในตอนนี้ เพราะฉันเพิ่งหนีออกมาได้ แต่นายจำ ‘สมุดบันทึก’ ที่เราเคยเจอในห้องทำงานของลอเรนโซได้ไหม?"
มาร์โคพยักหน้า "สมุดบันทึกที่บันทึกการโอนเงินและการติดต่อต่างๆ ใช่ไหม?"
"ใช่" อันโตนิโอตอบ "ซัลวาตอเร่คิดว่ามันถูกทำลายไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วฉันแอบเอาสำเนาบางส่วนออกมาได้ ในนั้นมีข้อมูลการติดต่อและการโอนเงินที่เชื่อมโยงไปยังบริษัทบังหน้าที่อาร์มันโดใช้ควบคุมเครือข่ายของเขาอยู่ มันเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนมาก"
"แล้วทำไมเขาถึงไม่จับนายไปให้ลอเรนโซ?" พลอยไพลินถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง
"เขาคิดว่าเราตายกันหมดแล้ว" อันโตนิโอตอบ "ตอนที่พวกเราต่อสู้กัน ฉันสั่งให้ลูกน้องของฉันคนหนึ่งแอบเอาสำเนาสมุดบันทึกนั้นออกมา ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังก่อกวนซัลวาตอเร่และพวกของเขา โชคดีที่แผนมันสำเร็จ"
มาร์โคหรี่ตาลง "แสดงว่าซัลวาตอเร่ก็ถูกอาร์มันโดหลอกเหมือนกัน?"
"อาจจะเป็นไปได้" อันโตนิโอถอนหายใจ "หรือบางทีเขาก็ได้รับผลประโยชน์จากอาร์มันโดจนยอมทำทุกอย่าง"
"ถ้าอาร์มันโดคือผู้บงการที่แท้จริง" พลอยไพลินกล่าวเสียงเบา "เราจะหาตัวเขาเจอได้อย่างไร? เขาซ่อนตัวได้ดีขนาดนี้"
"นั่นคือคำถามที่ใหญ่ที่สุด" อันโตนิโอตอบ "แต่ฉันเชื่อว่าในสำเนาสมุดบันทึกนั้น อาจจะมีเบาะแสบางอย่างซ่อนอยู่ มันอาจจะเป็นชื่อของบริษัทบังหน้า ช่องทางการสื่อสาร หรือแม้กระทั่งที่อยู่ลับของเขา"
มาร์โคครุ่นคิด "การจะได้สำเนานั่นมาคงไม่ใช่เรื่องง่าย"
"แน่นอน" อันโตนิโอเห็นด้วย "แต่ฉันได้ติดต่อคนของฉันที่ยังอยู่ในองค์กรของลอเรนโซเอาไว้ เขาจะช่วยส่งมันมาให้ฉันที่นี่"
"เราจะรอที่นี่" มาร์โคยืนยัน "เราจะช่วยนายจนกว่าจะได้ข้อมูลนั้นมา"
พลอยไพลินมองหน้ามาร์โคด้วยความเป็นห่วง "แต่ที่นี่ก็ยังไม่ปลอดภัย เราอาจจะตกเป็นเป้าได้ตลอดเวลา"
"เราต้องเสี่ยง" มาร์โคตอบ "ถ้าอาร์มันโดคือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง เราต้องหยุดเขาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไร"
อันโตนิโอพยักหน้าเห็นด้วย "ฉันรู้ว่าพวกนายกำลังเสี่ยงมากแค่ไหน ขอบคุณพวกนายจริงๆ"
"เราคือครอบครัวเดียวกัน อันโตนิโอ" มาร์โคตบไหล่เพื่อน "เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน"
ขณะที่พวกเขากำลังวางแผนรับมือกับศัตรูตัวฉกาจคนใหม่ เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านนอกโกดังก็ทำให้ทั้งสามคนหยุดชะงักไปทันที
"ใครนั่น?" มาร์โคถามเสียงเข้ม พลางชักปืนที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา
ร่างของชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าโกดัง เขาคือซัลวาตอเร่ ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"อันโตนิโอ! มาร์โค!" ซัลวาตอเร่ตะโกนเรียกเสียงสั่นเครือ "พวกนายยังไม่ตาย!"
อันโตนิโอขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ "ซัลวาตอเร่! แกมาทำอะไรที่นี่?"
"ฉัน... ฉันตามพวกแกมา" ซัลวาตอเร่ตอบหอบหายใจ "ฉันรู้ว่าพวกแกหนีมาที่นี่"
มาร์โคเล็งปืนไปที่ซัลวาตอเร่ "แกจะทำอะไร?"
"ฉันไม่ได้มาเพื่อทำร้ายพวกแก!" ซัลวาตอเร่รีบปฏิเสธ "ฉันมาเพื่อเตือนพวกแก!"
"เตือนอะไร?" พลอยไพลินถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
"อาร์มันโด!" ซัลวาตอเร่ตะโกน "เขาตามพวกแกอยู่! เขาไม่ยอมปล่อยพวกแกไปง่ายๆ หรอก!"
มาร์โคและอันโตนิโอสบตากัน พวกเขาไม่แน่ใจว่าซัลวาตอเร่กำลังพูดความจริง หรือกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่
"แกจะให้เราเชื่อคำพูดของแกได้ยังไง?" อันโตนิโอถาม
"ฉันรู้ว่าฉันทำผิดพลาดครั้งใหญ่" ซัลวาตอเร่กล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด "ฉันหลงเชื่ออาร์มันโด ฉันยอมให้เขาหลอกใช้ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเขาอันตรายแค่ไหน"
"แล้วทำไมแกถึงมาเตือนเรา?" มาร์โคถาม
"เพราะฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก" ซัลวาตอเร่ตอบ "ฉันไม่อยากให้ใครต้องมาตายเพราะอาร์มันโด"
มาร์โคยังคงไม่ไว้ใจ "แล้วแกต้องการอะไรจากเรา?"
"ฉันต้องการไถ่โทษ" ซัลวาตอเร่กล่าว "ฉันมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับอาร์มันโดที่อาจจะเป็นประโยชน์กับพวกแก"
"ข้อมูลอะไร?" พลอยไพลินถาม
"ฉันรู้ว่าอาร์มันโดมักจะใช้ที่ซ่อนแห่งหนึ่งเป็นที่ประชุมลับกับลูกน้องคนสนิท" ซัลวาตอเร่ตอบ "มันเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครรู้ นอกจากคนของเขาจริงๆ"
มาร์โคหรี่ตาลง "แล้วที่นั่นอยู่ที่ไหน?"
"มันคือ... คฤหาสน์เก่าแก่ที่อยู่นอกเมือง" ซัลวาตอเร่กล่าว "เป็นคฤหาสน์ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี แต่จริงๆ แล้วมันยังคงใช้งานอยู่"
อันโตนิโอขยับเข้ามาใกล้มาร์โค "ถ้าข้อมูลนี้เป็นจริง มันอาจจะเป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้เผชิญหน้ากับอาร์มันโดโดยตรง"
มาร์โคพยักหน้า "เราจะยอมรับความช่วยเหลือของแก... ชั่วคราว" เขาหันไปพูดกับซัลวาตอเร่ "แต่ถ้าแกคิดจะหักหลังพวกเราอีกครั้ง แกจะไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีก"
ซัลวาตอเร่สบตามาร์โคอย่างแน่วแน่ "ฉันจะไม่หักหลังพวกแกอีก"
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามาในโกดัง เผยให้เห็นใบหน้าอันตึงเครียดของทุกคน การร่วมมือกับซัลวาตอเร่ถือเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่ แต่ในสถานการณ์ที่คับขันนี้ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น
5,351 ตัวอักษร