ภารกิจตามหาความทรงจำที่หายไป

ตอนที่ 5 / 49

ตอนที่ 5 — การเผชิญหน้าในห้องสมุดร้าง

หลังจากเสียงออดบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น คินพร้อมกับมีนา มีนัท และปันปัน ก็รีบออกมาจากโรงเรียน หลีกเลี่ยงการปะปนกับนักเรียนคนอื่นๆ ที่ยังคงมีความงุนงงและสับสนอยู่ พวกเขานัดเจอกันที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ โรงเรียนเพื่อวางแผนขั้นต่อไป “โอเค” คินเริ่มบทสนทนา “เราตกลงกันแล้วว่าเราจะไปที่อาคารเรียนเก่าอีกครั้ง แต่ก่อนหน้านั้น… ฉันอยากจะลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘หอคอยแห่งกาลเวลา’ ดู” “ฉันช่วยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสัญลักษณ์บนเหรียญที่นายได้มานะ” มีนัทกล่าว “ฉันเจอเว็บไซต์เกี่ยวกับสัญลักษณ์โบราณบางเว็บ อาจจะมีอะไรตรงกันก็ได้” “ส่วนฉัน…” ปันปันพูดขึ้น “ฉันจะลองนึกย้อนไปถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่เคยได้ยินเกี่ยวกับโรงเรียนเรา บางทีอาจจะมีตำนานหรือเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ลึกลับก็ได้” “แล้วฉันจะลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ผู้พิทักษ์ความทรงจำ’ ดู” มีนาเสริม “เผื่อว่าจะมีใครเคยพูดถึงเขามาก่อน” “เยี่ยมเลย” คินยิ้ม “เราแยกย้ายกันหาข้อมูล แล้วมาเจอกันอีกทีที่หน้าอาคารเรียนเก่าตอนเย็นนะ” ทั้งสี่คนแยกย้ายกันไปตามแผน คินกลับไปที่บ้านของเขา เขาเดินไปที่ห้องทำงานของพ่อซึ่งเป็นนักโบราณคดีที่เสียชีวิตไปเมื่อไม่นานมานี้ เขารู้ดีว่าในห้องนี้เต็มไปด้วยหนังสือและเอกสารเก่าแก่มากมายที่อาจจะมีเบาะแสที่เขาต้องการ คินเดินสำรวจชั้นหนังสืออย่างระมัดระวัง มือของเขาลูบไปตามสันปกหนาของหนังสือแต่ละเล่ม เขากำลังมองหาสิ่งที่ดูผิดปกติ หรือหนังสือที่มีหัวข้อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สัญลักษณ์ หรือแม้แต่เรื่องลึกลับ “พ่อ… ผมหวังว่าคุณจะทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้ผมนะครับ” เขาพึมพำ หลังจากใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมง คินก็เจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูสะดุดตา มันเป็นหนังสือปกแข็งสีดำที่ไม่มีชื่อเรื่อง มีเพียงสัญลักษณ์สีเงินประหลาดสลักอยู่ด้านหน้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับลายบนเหรียญที่เขาได้รับมาอย่างน่าประหลาดใจ “นี่มัน…” คินอุทาน เขาค่อยๆ เปิดหนังสือเล่มนั้นออก ด้านในเต็มไปด้วยตัวอักษรและภาพวาดโบราณที่เขาอ่านไม่ออก แต่เขาก็สังเกตเห็นภาพๆ หนึ่งที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง ภาพนั้นเป็นรูปสถาปัตยกรรมคล้ายหอคอยที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง โดยรอบมีทิวทัศน์ที่ดูคุ้นตา… มันคือทิวทัศน์รอบๆ โรงเรียนวิวัฒน์วิทยาคมนั่นเอง “หอคอยแห่งกาลเวลา…” คินพึมพำ “นี่มัน… คือที่นี่จริงๆ” เขาพลิกหน้าต่อไป และพบกับคำอธิบายที่เขียนด้วยภาษาไทยยุคเก่า ซึ่งคินพอจะอ่านเข้าใจได้บ้าง “หอคอยแห่งกาลเวลา… คือศูนย์รวมแห่งความทรงจำ… ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษา… บันทึกเหตุการณ์สำคัญ… และจิตวิญญาณของผู้คน…” คินอ่านข้อความต่อไปด้วยความตื่นเต้น เขาพบว่าหอคอยแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารธรรมดา แต่มันเป็นเหมือนคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต และตามตำนานที่เขียนไว้ มันสามารถเชื่อมโยงกับจิตใจของผู้คนได้ “ถ้าอย่างนั้น… ความทรงจำที่หายไปของเรา อาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้!” คินคิด เขาพลิกหน้าหนังสือต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอหน้าที่มีภาพวาดของทางเข้าหอคอย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นประตูกลที่ซ่อนอยู่ “นี่มัน… เหมือนกับทางเดินลับที่เราเคยเจอในอาคารเรียนเก่าเลย!” คินอุทาน เขาพยายามเปรียบเทียบภาพในหนังสือกับความทรงจำที่เลือนรางของเขา ในขณะเดียวกัน ที่ร้านสะดวกซื้อ มีนา ก็กำลังค้นหาข้อมูลอย่างหนัก “ผู้พิทักษ์ความทรงจำ… ทำไมถึงไม่มีข้อมูลอะไรเลยนะ?” เธอถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นวาง เป็นหนังสือเกี่ยวกับตำนานพื้นบ้าน เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว และแล้ว เธอก็เจอหัวข้อที่น่าสนใจ “ผู้พิทักษ์แห่งความลับ” “นี่มัน… ใช่เลย!” มีนาร้องออกมาเบาๆ เธออ่านเนื้อหาในนั้นอย่างตั้งใจ “ในสมัยโบราณ มีบุคคลลึกลับตนหนึ่งที่คอยปกป้องความลับอันยิ่งใหญ่ของเมือง… เขาจะปรากฏตัวเมื่อมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น… และมักจะทิ้งเบาะแสไว้ให้กับผู้ที่ถูกเลือก…” “ผู้ที่ถูกเลือก… ผู้พิทักษ์ความทรงจำ… ผู้พิทักษ์แห่งความลับ…” มีนาพึมพำ “มันต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ” เมื่อถึงเวลาเย็น คิน, มีนา, มีนัท และปันปัน ก็มาเจอกันที่หน้าอาคารเรียนเก่า บรรยากาศยามเย็นของโรงเรียนนั้นดูเงียบเหงาและวังเวงกว่าตอนกลางวันมาก “นายเจออะไรบ้าง คิน?” มีนาถามอย่างกระตือรือร้น “ฉันเจอหนังสือเล่มหนึ่งของพ่อ” คินตอบ “มันมีข้อมูลเกี่ยวกับ ‘หอคอยแห่งกาลเวลา’ ฉันคิดว่ามันคือสถานที่ที่เก็บความทรงจำของเราไว้” เขาเล่าถึงสิ่งที่เขาอ่าน และแสดงภาพจากหนังสือให้เพื่อนๆ ดู “ว้าว!” มีนัทอุทาน “แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ?” “มันน่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในโรงเรียนเรานี่แหละ” คินตอบ “และฉันคิดว่าทางเข้ามัน… น่าจะอยู่ที่อาคารเรียนเก่าแห่งนี้นี่แหละ” “ฉันก็เจออะไรบางอย่างเหมือนกัน” มีนาเสริม “ฉันเจอข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ผู้พิทักษ์แห่งความลับ’ ซึ่งฉันคิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกับ ‘ผู้พิทักษ์ความทรงจำ’ ของนายนะ” “ดีมาก” คินกล่าว “งั้นเรามาเริ่มสำรวจกันเลยดีกว่า” ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในอาคารเรียนเก่า บรรยากาศภายในนั้นยิ่งเงียบสงัดและมืดมิดกว่าภายนอก ฝุ่นเกาะหนาตามเฟอร์นิเจอร์และพื้นผิวต่างๆ กลิ่นอับชื้นลอยอบอวลไปทั่ว “ฉันจำได้ว่าเคยมีห้องสมุดอยู่ชั้นล่างนี่นะ” ปันปันชี้ไปที่ประตูบานหนึ่ง “แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่ายังอยู่หรือเปล่า” “ไปดูกัน” คินนำทาง พวกเขาเดินไปยังประตูบานนั้น และลองเปิดออก “ยังอยู่นะ!” มีนัทอุทานเมื่อเห็นภายในห้องสมุดที่ยังคงมีชั้นหนังสือเก่าแก่ตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปหมด แต่สภาพภายในนั้นดูทรุดโทรมกว่าที่อื่น ฝุ่นหนาจับอยู่ทั่วทุกสิ่ง แมงมุมชักใยไปทั่วบริเวณ “นี่มัน… น่ากลัวจริงๆ” มีนากล่าว “แต่บางที… เบาะแสของเราอาจจะอยู่ที่นี่ก็ได้” คินพูด เขามองไปรอบๆ และสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องสมุด ตรงนั้นมีชั้นหนังสือที่ดูแตกต่างออกไปจากชั้นอื่นๆ มันมีลักษณะเหมือนถูกสร้างขึ้นมาใหม่ หรืออาจจะถูกปรับปรุงให้ดูดีกว่าส่วนที่เหลือ “ตรงนั้น…” คินชี้ “ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่” ทั้งสี่คนเดินตรงไปยังชั้นหนังสือดังกล่าว เมื่อเข้าไปใกล้ๆ พวกเขาก็สังเกตเห็นว่ามันไม่ใช่ชั้นหนังสือธรรมดา แต่เป็นเหมือนผนังลับที่ถูกพรางตาไว้ “มันเป็นประตู!” มีนัทกล่าว “เราต้องหาวิธีเปิดมัน” คินนึกถึงภาพทางเข้าหอคอยในหนังสือของพ่อเขา “อาจจะต้องมีกลไกบางอย่าง” เขาลองสำรวจรอบๆ ชั้นหนังสือ และสังเกตเห็นว่ามีหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูโดดเด่นกว่าเล่มอื่นๆ มันมีปกสีแดงสด และตั้งอยู่ผิดตำแหน่งจากหนังสือเล่มอื่น “เล่มนี้แหละ!” คินหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมา ทันทีที่คินหยิบหนังสือออก ชั้นหนังสือก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดยาวลงไปสู่ความมืดเบื้องล่าง “ใช่แล้ว!” คินอุทาน “นี่แหละทางเข้า ‘หอคอยแห่งกาลเวลา’!” “แล้วเราจะลงไปจริงๆ เหรอ?” ปันปันถามด้วยความลังเล “เรามาถึงนี่แล้ว เราจะถอยไม่ได้” คินตอบอย่างหนักแน่น “เราต้องไปเอากุญแจแห่งการจดจำของเรากลับคืนมา” เขามองหน้าเพื่อนๆ “พร้อมนะ?” ทั้งสามคนพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น คินนำหน้า เพื่อนๆ เดินตามเข้าไปในทางเดินลับนั้น ปิดประตูผนังลับไว้เบื้องหลัง ทิ้งให้ห้องสมุดร้างแห่งนั้นกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง

5,693 ตัวอักษร