เมื่อดาวโรงเรียนตกหลุมรักเด็กเนิร์ด

ตอนที่ 1 / 40

ตอนที่ 1 — จุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่คาดไม่ถึง

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมายังลานกิจกรรมของโรงเรียนอินทวิทย์ เสียงจอแจของผู้คนดังอื้ออึง สไปรท์ หรือ ธิดารัตน์ พลอยวิเศษ ดาวโรงเรียนประจำปีที่สี่ รอยยิ้มของเธอเป็นประกายราวกับดวงอาทิตย์ยามเช้า ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านไป กลุ่มนักเรียนชายต่างก็ส่งเสียงฮือฮา พากันชะเง้อคอมองตามไปจนสุดสายตา ใบหน้าของเธอสมบูรณ์แบบ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อ ดวงตากลมโตฉายแววขี้เล่น ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกปล่อยยาวลงมาถึงกลางหลัง วันนี้เธอใส่ชุดพละสีฟ้าอ่อนที่ยิ่งขับผิวขาวผ่องของเธอให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เธอกำลังเดินไปหาเพื่อนสนิทกลุ่มใหญ่ที่นั่งสังสรรค์กันอยู่ใต้ต้นจามจุรีใหญ่หน้าอาคารเรียน "สไปรท์! มาแล้ว!" เสียงของแก้วตา เพื่อนสนิทคนสนิทตะโกนเรียกเมื่อเห็นร่างเพรียวเดินเข้ามาใกล้ "มาช้าจังเลยนะ ยัยตัวแม่" สไปรท์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างแก้วตา "ก็กว่าจะหลุดจากเงื้อมมือของแฟนคลับได้ เล่นเอาเหนื่อยเลย" เธอยกมือขึ้นปัดผมที่ปรกหน้าผากออกไปอย่างเกียจคร้าน "แหม ก็ใครใช้ให้สวยขนาดนี้นะ" พลอย เพื่อนอีกคนในกลุ่มแซว "ว่าแต่ วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอ เห็นแต่งตัวสวยเชียว" สไปรท์ยิ้มมุมปาก "ก็แค่อยากสวยเฉยๆ อ่ะ" เธอแกล้งทำเป็นกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แกล้งทำเป็นหยิ่งเล็กๆ ซึ่งเป็นนิสัยประจำตัวที่ทำให้เพื่อนๆ หัวเราะออกมา "แน่ใจนะว่าแค่ 'อยากสวยเฉยๆ' หรือว่ามีหนุ่มที่ไหนมานัดเจอ" แก้วตาหยิบขนมเข้าปากแล้วถามอย่างจับผิด สไปรท์เบือนหน้าหนี มองไปรอบๆ ลานกิจกรรม สายตาของเธอเลื่อนลอยไปเจอเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่ไม่ไกลนัก เด็กหนุ่มคนนั้นใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ ทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมสีเทา กางเกงสแล็คสีดำดูหลวมโคร่ง ใส่แว่นตากรอบหนาเตอะจนแทบจะบดบังใบหน้า ผมเผ้าของเขาดูยุ่งเหยิง ราวกับว่าเพิ่งตื่นนอนมายังไม่ได้หวีผม ใบหน้าซีดเซียว มีรอยสิวเล็กน้อยประปราย เขาถือหนังสือเล่มหนาเตอะไว้ในอ้อมแขน ดวงตาเหม่อลอยมองไปที่พื้น ราวกับโลกทั้งใบของเขามีเพียงตัวหนังสือในหนังสือเล่มนั้น “ใครเหรอ สไปรท์ มองอะไรอยู่นานสองนาน” แก้วตาชะโงกหน้ามองตามสายตาของสไปรท์ สไปรท์สะดุ้งเล็กน้อย รีบดึงสายตากลับมา "เปล่า ไม่มีอะไร" เธอตอบเสียงแผ่วเบา พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในใจ เด็กหนุ่มคนนั้นคือ แทน หรือ นายแทนไท ชัยวัฒน์ เด็กเนิร์ดประจำชั้น ม.6/3 ที่แทบจะไม่มีใครรู้จักชื่อจริงๆ จังๆ นอกจากคุณครูที่ต้องเรียกชื่อทุกครั้งเวลาตรวจการบ้าน เขาเป็นคนเงียบๆ ขรึมๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร มักจะเห็นเขาอยู่ในมุมห้องสมุด หรือไม่ก็จมอยู่กับกองหนังสือและเอกสารต่างๆ ตลอดเวลา เขาไม่มีเพื่อนสนิทในกลุ่มของสไปรท์เลยสักคน ถึงแม้พวกเขาจะเรียนอยู่ห้องเดียวกันก็ตาม “เอาจริงดิ สไปรท์” แก้วตาไม่ยอมแพ้ “ฉันว่าเมื่อกี้เธอแอบมองใครบางคนอยู่แน่ๆ บอกมาเลยนะ ไม่งั้นคืนนี้อดฟังนิทานก่อนนอนแน่” สไปรท์ถอนหายใจ “ก็ได้ๆ ก็แค่มองเจ้าแทนไทน่ะสิ” เธอพูดพลางเบะปากเล็กน้อย “ก็เห็นเขากำลังเดินผ่านมาพอดี” “แทนไทเนี่ยนะ? เด็กเนิร์ดนั่นน่ะนะ” พลอยทำหน้าไม่เชื่อ “เธอไปมองเด็กเนิร์ดแบบนั้นทำไมกัน สไปรท์ นี่เธอเบื่อพวกนักบอลหล่อๆ แล้วเหรอ” สไปรท์ส่ายหน้าช้าๆ “เปล่าสักหน่อย ฉันแค่มองไปเรื่อยๆ” เธอโกหกทั้งที่หัวใจเต้นระรัว “แล้วอีกอย่างนะ เขาไม่ได้ดูแย่ขนาดนั้นสักหน่อย” “ไม่แย่? สไปรท์ เธอมั่นใจเหรอว่ากำลังพูดถึงคนเดียวกันอยู่” แก้วตาหัวเราะเสียงดัง “ก็ดูสิ เขาแต่งตัวเหมือนจะไปสอบโอลิมปิกวิชาการทุกวันเลยนะ” สไปรท์เม้มปาก เธอไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองออกมายังไงดี จริงๆ แล้ว เธอแอบสังเกตแทนไทมาสักพักใหญ่แล้ว เริ่มตั้งแต่ตอนที่เธอต้องไปทำรายงานกลุ่มในห้องสมุด และบังเอิญได้นั่งโต๊ะใกล้ๆ กับที่แทนไทกำลังง่วนอยู่กับกองหนังสือของเขา ตอนแรกเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่พอเห็นเขาตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือจนลืมเวลา ลืมโลกภายนอกไปเลย จังหวะที่เขาขมวดคิ้วขณะอ่าน หรือเวลาที่เขาขยับแว่นตาที่เลื่อนลงมาเสมอๆ มันกลับทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูอย่างประหลาด “ฉันว่าเขาก็ดูดีนะ” สไปรท์ตอบเสียงเรียบ “ดูมีความตั้งใจดี” “ความตั้งใจอะไรของเธอสไปรท์” แก้วตาพ่นลมหายใจ “ก็เห็นเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นา หรือว่าเธอจะชอบเด็กเนิร์ด?” คำถามนั้นทำเอาสไปรท์หน้าเหวอไปชั่วขณะ “จะบ้าเหรอ! ไม่มีทาง!” เธอรีบปฏิเสธเสียงดัง “แค่เห็นว่าเขามีอะไรที่น่าสนใจก็เท่านั้นแหละ” “น่าสนใจตรงไหน?” พลอยถามเสริม “ตรงที่เขาไม่เคยพูดกับใครเลย หรือตรงที่เขาได้เกรด 4 ทุกวิชา จนบางทีเราก็อิจฉา?” “ก็…ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ” สไปรท์ตอบตะกุกตะกัก “อย่างน้อยเขาก็เป็นคนที่น่าจะคุยด้วยได้เรื่องวิชาการนะ” “โอ้โห สไปรท์! จิตใจดีงามมากเลยนะเนี่ย” แก้วตาแกล้งประชด “เอาอย่างนี้ไหม ถ้าเธออยากคุยกับเขานัก ฉันจะไปขอเบอร์โทรเขามารับรองว่าเขาต้องให้” “ไม่! ไม่ต้อง!” สไปรท์รีบห้าม “ฉันไม่ต้องการเบอร์เขา ฉันแค่… แค่รู้สึกว่าเขาเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นๆ ก็เท่านั้นเอง” “พิเศษ? พิเศษยังไง?” พลอยกับแก้วตาหันมามองหน้ากัน เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สไปรท์รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า เธอรู้ตัวดีว่ากำลังจะหลุดปากพูดอะไรที่เกินเลยไปกว่าที่ควรจะเป็น “ก็… ก็เวลาที่คนอื่นเห็นฉันเป็นแค่ดาวโรงเรียน เป็นแค่สไปรท์ที่ต้องคอยยิ้มแย้มให้ทุกคน แต่ฉันว่าแทนไท… เขาเห็นฉันเป็นอย่างอื่นมากกว่านั้น” “อะไรอย่างอื่น?” “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” สไปรท์ถอนหายใจ “แต่ฉันรู้สึกได้ ว่าเขาไม่ได้มองฉันด้วยสายตาแบบที่คนอื่นมอง” “แล้วสายตาที่เขาจะมองเธอเป็นแบบไหนล่ะ? สายตาดูถูก? สายตาเหยียดหยาม? หรือสายตาหมั่นไส้?” แก้วตาถามติดตลก สไปรท์ส่ายหน้า “ไม่ใช่เลยสักอย่าง” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง “เหมือนเขาไม่เห็นฉันเลยมากกว่า… เหมือนฉันเป็นอากาศธาตุสำหรับเขา” คำพูดของสไปรท์ทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลงไปเล็กน้อย เพื่อนๆ ของเธอเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป พวกเขาไม่เคยคิดว่าดาวโรงเรียนที่ดูมั่นใจและสมบูรณ์แบบอย่างสไปรท์ จะมีความรู้สึกแบบนี้ “แต่… นั่นแหละที่ฉันรู้สึกว่ามันพิเศษ” สไปรท์พูดต่อ “อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เข้ามาหาฉันเพราะฉันเป็นดาวโรงเรียน เขาไม่ได้สนใจเรื่องของฉันเลยแม้แต่น้อย แล้วมันก็… มันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก” “สบายใจที่ถูกมองข้าม? สไปรท์ เธอพูดอะไรของเธอเนี่ย” แก้วตาเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ สไปรท์ยิ้มเจื่อนๆ “ก็ไม่รู้สิ” เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม “บางที… บางทีฉันก็แค่อยากมีใครสักคนที่มองฉันในแบบที่ฉันเป็นจริงๆ ไม่ใช่เพราะภาพลักษณ์ภายนอก” ในขณะเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่งของลานกิจกรรม แทนไทกำลังเดินผ่านกลุ่มนักเรียนที่กำลังหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เขาพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลบสายตาของผู้คนรอบข้าง เขาเกลียดเสียงดัง และเกลียดการเป็นจุดสนใจ ยิ่งไปกว่านั้น เขายิ่งเกลียดการที่ผู้คนจะมองเขาด้วยสายตาที่ประเมินค่า หรือตัดสินเขาจากภายนอก “เฮ้ แทนไท!” เสียงทุ้มๆ ดังขึ้นมาจากข้างหลัง แทนไทชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมอง เขาเห็นว่าเป็นบาส นักบาสดาวรุ่งของโรงเรียนที่กำลังเดินตรงมาพร้อมกับเพื่อนๆ อีกสองสามคน “มีอะไรเหรอ” แทนไทถามเสียงเรียบ พยายามไม่สบตาบาสตรงๆ “เมื่อวานตอนเย็นที่ห้องสมุด เธอทำสมุดบันทึกหล่นไว้หรือเปล่า” บาสถามพร้อมกับยื่นสมุดบันทึกปกสีเข้มที่ดูเก่าๆ ให้กับแทนไท “ฉันเก็บไว้ให้” แทนไทเบิกตากว้างเล็กน้อย เขาจำได้ว่าเขากำลังจดสูตรคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนลงในสมุดเล่มนั้นก่อนจะรีบเก็บของกลับบ้าน “เอ่อ… ใช่ ขอบคุณมากนะ” เขารับสมุดมาถือไว้แน่น “ไม่เป็นไร” บาสยิ้มกว้าง “เห็นว่าจดอะไรยุ่งเหยิงเต็มไปหมดเลย” แทนไทได้แต่ยิ้มแหยๆ “ก็… กำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะ” “ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกนะ” บาสตบบ่าแทนไทเบาๆ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเพื่อนๆ แทนไทยืนนิ่ง มองตามหลังบาสไปจนลับตา เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่บาสเข้ามาคุยกับเขา ปกติแล้ว คนอย่างบาส มักจะอยู่คนละโลกกับคนอย่างเขา เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดดู พลิกไปหน้าที่เขากำลังจดสูตรคณิตศาสตร์อยู่ แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอีกหน้าหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า และมีลายมือที่แตกต่างจากของเขาอย่างชัดเจน “สไปรท์…” เขากระซิบชื่อนั้นเบาๆ ด้วยความไม่เข้าใจ แทนไทจำได้ว่าเมื่อวานนี้ ตอนที่เขากำลังวุ่นวายกับการค้นหาหนังสือ เขาเห็นสมุดเล่มนี้วางอยู่บนโต๊ะ แล้วมีใครบางคนกำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่ เขาไม่ทันสังเกตว่าเป็นใคร แต่พอเขาเดินผ่านไป เขาก็เห็นสมุดเล่มนั้นหล่นอยู่บนพื้น เขาจึงเก็บมันมาโดยไม่คิดอะไร แต่เมื่อเขาเห็นลายมือที่อ่อนหวาน และชื่อที่เขาคุ้นเคยอย่าง “สไปรท์” อยู่ในนั้น เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมมันถึงมาอยู่ในสมุดของเขาได้

6,857 ตัวอักษร