ตอนที่ 2 — ความบังเอิญที่นำพาไปสู่ความใกล้ชิด
การสนทนากับเพื่อนๆ ในวันนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของสไปรท์ เธอพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อแทนไท มันเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน เธอเคยถูกผู้ชายหลายคนตามจีบ ถูกชมว่าสวย ถูกบอกรักมากมาย แต่ไม่เคยมีใครทำให้เธอรู้สึก ‘พิเศษ’ ได้เท่ากับแทนไทเลยสักคน
“นี่ สไปรท์” แก้วตาเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเธอกำลังเดินกลับอาคารเรียน “เมื่อวานนี้เธอไปทำอะไรตกไว้ที่ห้องสมุดหรือเปล่า”
สไปรท์ชะงัก “ทำไมเหรอ”
“ก็… แทนไทเขาเก็บสมุดบันทึกของเธอได้ แล้วเขาเอาไปคืนบาส เขาถามว่ามีใครชื่อสไปรท์ทำสมุดหายไหม” แก้วตาเล่า
สไปรท์เบิกตากว้าง “จริงเหรอ! แล้ว… แล้วเขาได้เห็นอะไรในสมุดของฉันหรือเปล่า” เธอถามอย่างร้อนรน
“ไม่รู้สิ” แก้วตาตอบ “แต่เขาดูเหมือนจะอยากคุยกับเธอนะ”
“เขาอยากคุยกับฉัน?” สไปรท์ทวนคำด้วยความไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้หรอก”
“ก็ไม่แน่หรอกน่า” แก้วตาหัวเราะ “บางทีเขาอาจจะแอบชอบเธออยู่ก็ได้นะ”
“อย่าพูดเล่นสิแก้วตา” สไปรท์รีบปฏิเสธ “เขาไม่น่าจะสนใจคนอย่างฉันหรอก”
“ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นล่ะ” แก้วตาถาม “ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเขามองเธอไม่เหมือนคนอื่น”
“นั่นมัน… นั่นมันความรู้สึกของฉันเอง” สไปรท์พึมพำ “ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จริงๆ”
“เอาอย่างนี้ไหม” แก้วตาเสนอ “วันนี้ตอนพักเที่ยง เราไปหาเขากันที่ห้องสมุดดีไหม”
สไปรท์ลังเล “ไปทำไมล่ะ”
“ก็ไปเอาสมุดคืนไง” แก้วตาพูด “แล้วก็ลองคุยกับเขาดูสักหน่อย เผื่อจะได้รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จริงๆ”
สไปรท์ตัดสินใจตอบตกลง แม้จะรู้สึกประหม่าเล็กน้อยก็ตาม
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง สไปรท์ แก้วตา และพลอย ก็พากันเดินไปยังห้องสมุด แทนไทกำลังนั่งอยู่ที่มุมประจำของเขา กำลังง่วนอยู่กับการอ่านหนังสือเล่มหนาเช่นเคย สไปรท์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา
“สวัสดีค่ะ คุณแทนไท” สไปรท์เอ่ยทักทายเสียงหวาน
แทนไทเงยหน้าขึ้นมามองเธอ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นดูสับสนเล็กน้อย “ครับ?”
“ฉันสไปรท์ค่ะ” เธอแนะนำตัว “คือ… เมื่อวานนี้ ฉันทำสมุดบันทึกหล่นไว้ที่ห้องสมุดน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณ… คุณเก็บได้หรือเปล่าคะ”
แทนไทนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ครับ ผมเก็บได้” เขาหยิบสมุดบันทึกปกสีเข้มที่คุ้นเคยขึ้นมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าสไปรท์
สไปรท์มองสมุดบันทึกของเธอด้วยความโล่งใจ “ขอบคุณมากนะคะ” เธอเอื้อมมือไปหยิบสมุดขึ้นมา “เกือบจะแย่แล้วค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ” แทนไทตอบเสียงเรียบ “ผมเห็นชื่อคุณในสมุด”
“อ๋อ… ค่ะ” สไปรท์ตอบ “คือ… คุณเห็นอะไรในสมุดของฉันหรือเปล่าคะ” เธอถามอย่างกังวล
แทนไทสบตาเธอตรงๆ เป็นครั้งแรก “ผมเห็น… เห็นว่าคุณชอบวาดรูป” เขาตอบ “มีรูปดอกไม้สวยๆ หลายรูปเลย”
สไปรท์หน้าแดงระเรื่อ “เอ่อ… ค่ะ ฉันชอบวาดรูปเล่นน่ะค่ะ” เธอพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกอาย “แล้ว… แล้วคุณเห็นอะไรอีกไหมคะ”
“ผมเห็น… คุณเขียนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับดวงดาว” แทนไทพูดต่อ “ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”
สไปรท์ยิ้มออกมาอย่างจริงใจ “นั่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร์ค่ะ ฉันชอบเรื่องดวงดาวมาก”
“ดาราศาสตร์?” แทนไทเลิกคิ้วเล็กน้อย “ผมก็ชอบเหมือนกันครับ”
คำพูดนั้นทำเอาสไปรท์ประหลาดใจ “จริงเหรอคะ! คุณก็ชอบดาราศาสตร์เหรอคะ”
“ครับ” แทนไทพยักหน้า “ผมกำลังศึกษาเรื่องหลุมดำอยู่พอดี”
“หลุมดำ!” สไปรท์อุทานด้วยความตื่นเต้น “ฉันก็กำลังสนใจเรื่องนั้นอยู่เหมือนกันค่ะ! มันน่าทึ่งมากเลยนะคะ ที่มีบางสิ่งที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาลจนกระทั่งแสงก็หนีออกมาไม่ได้”
“ใช่ครับ” แทนไทเห็นแววตาเป็นประกายของสไปรท์ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย “ผมกำลังพยายามคำนวณมวลของหลุมดำที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกอยู่ครับ”
“จริงเหรอคะ! ยากไหมคะ” สไปรท์ถามอย่างสนใจ
“ก็… ค่อนข้างยากครับ” แทนไทตอบ “ต้องใช้ความรู้คณิตศาสตร์และฟิสิกส์ค่อนข้างเยอะ”
“ฉันเข้าใจค่ะ” สไปรท์พยักหน้า “แต่ฉันก็อยากลองดูสักครั้ง”
บทสนทนาของทั้งสองคนดำเนินไปอย่างออกรสออกชาติ พวกเขาพูดคุยกันเรื่องดวงดาว เรื่องหลุมดำ เรื่องกาแล็กซีต่างๆ โดยไม่ทันได้สังเกตว่าแก้วตาและพลอยที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เริ่มมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอจะสนใจเรื่องดาราศาสตร์ขนาดนี้” แก้วตาพูดขึ้นมาเมื่อบทสนทนาของทั้งสองคนเริ่มซาลง
“ฉันก็ไม่เคยคิดว่าจะมีคนในโรงเรียนที่สนใจเรื่องนี้เหมือนฉัน” สไปรท์ตอบด้วยรอยยิ้ม “นอกจากคุณครูที่สอนวิชาดาราศาสตร์แล้ว ก็มีแต่คุณแทนไทนี่แหละ”
“เธอจะไปสัมมนาเรื่องดาราศาสตร์ที่หอดูดาวแห่งชาติอาทิตย์หน้าไหม” แทนไทถาม “ผมได้ข่าวมาว่าจะมีนักดาราศาสตร์ชื่อดังมาบรรยาย”
“จริงเหรอคะ!” สไปรท์ตาโต “ฉันอยากไปมากเลยค่ะ แต่… ฉันไม่รู้ว่าจะหาข้อมูลการสมัครได้ที่ไหน”
“เดี๋ยวผมจะปริ้นท์รายละเอียดให้ครับ” แทนไทเสนอ “แล้วเรา… เราอาจจะไปสัมมนาด้วยกันก็ได้นะครับ”
สไปรท์รู้สึกดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น “ได้เลยค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ คุณแทนไท”
หลังจากนั้น ทั้งสี่คนก็เดินออกจากห้องสมุดไปด้วยกัน สไปรท์รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยคิดเลยว่าการที่เธอทำสมุดบันทึกหล่นไว้ จะนำพาเธอไปสู่การค้นพบความสนใจร่วมกันกับแทนไท เด็กเนิร์ดที่เธอแอบมองมาตลอด
“สรุปว่าเธอจะไปสัมมนาจริงๆ เหรอ” แก้วตาถามขณะเดินไปโรงอาหาร
“แน่นอนสิ!” สไปรท์ตอบอย่างกระตือรือร้น “นี่เป็นโอกาสที่ดีมากๆ เลยนะ”
“แล้วแทนไทล่ะ เขาจะไปด้วยไหม” พลอยถาม
“เขาบอกว่าจะไป” สไปรท์ยิ้ม “แล้วเราก็อาจจะไปสัมมนาด้วยกัน”
“โอ้โห! สไปรท์! นี่มันพัฒนาการที่รวดเร็วมากนะ!” แก้วตาแซว “ไม่คิดว่าเธอจะเข้าถึงตัวแทนไทได้ง่ายขนาดนี้”
“มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด” สไปรท์รีบแก้ตัว “แค่บังเอิญว่าเรามีความสนใจเหมือนกันเท่านั้นเอง”
“แต่ยังไงก็เป็นเรื่องดีนะ” พลอยพูดเสริม “อย่างน้อยเธอก็ได้คุยกับเขาอย่างเปิดอกเสียที”
สไปรท์พยักหน้าเห็นด้วย เธอรู้สึกว่าการได้พูดคุยกับแทนไท ทำให้เธอได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขาที่ไม่เคยมีใครเคยเห็น เขาไม่ได้เป็นแค่เด็กเนิร์ดที่ขี้อายและเก็บตัว แต่เขายังเป็นคนที่น่าสนใจ มีความรู้ และมีความฝันเหมือนกับเธอ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สไปรท์และแทนไทเริ่มมีการพูดคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับดาราศาสตร์ ส่งข้อความหากันผ่านแอปพลิเคชันแชท และมักจะพบกันที่ห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือเล่มเดียวกัน การได้ใกล้ชิดกับแทนไท ทำให้สไปรท์รู้สึกว่าชีวิตของเธอมีความหมายมากขึ้น เธอเริ่มมองเห็นคุณค่าในตัวเองมากกว่าแค่เปลือกนอกที่สวยงาม
แต่แน่นอนว่า ความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันสุดขั้วเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถซ่อนเร้นจากสายตาของคนรอบข้างได้นานนัก ข่าวลือเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียน เรื่องราวของดาวโรงเรียนผู้เลอโฉม กับเด็กเนิร์ดผู้ไม่เป็นที่สนใจ เริ่มกลายเป็นประเด็นร้อนที่ใครๆ ก็พากันซุบซิบ
5,277 ตัวอักษร