ตอนที่ 8 — ความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้น
หลังจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับกลุ่มนักเรียนหญิง สไปรท์ก็รู้สึกหงุดหงิดและไม่สบายใจตลอดทั้งวัน การพูดจาเสียดสีและสายตาที่เต็มไปด้วยการตัดสิน ทำให้เธอรู้สึกกดดันอย่างมาก เธอพยายามตั้งใจเรียน แต่สมาธิก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“เป็นอะไรไป สไปรท์” แก้วตาถามขณะที่พวกเธอกำลังนั่งอยู่ในห้องสมุด “ดูเครียดๆ นะ”
“เปล่าหรอก” สไปรท์พยายามยิ้ม “แค่คิดเรื่องงานที่ต้องส่งน่ะ”
“แน่ใจนะ” พลอยมองหน้าสไปรท์อย่างจับผิด “เมื่อเช้าก็ดูหงุดหงิดนิดหน่อย พอเจอพวกนั้นอีก ก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีก”
สไปรท์ถอนหายใจยาว “ก็… ฉันแค่ไม่เข้าใจน่ะ ทำไมคนอื่นถึงมองฉันกับแทนไทแบบนั้น”
“ก็เพราะพวกเธอเป็นคนละขั้วกันไง” แก้วตาอธิบาย “คนทั่วไปก็มักจะตัดสินจากภายนอกก่อนเสมอ”
“แต่เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ” สไปรท์พึมพำ “เราแค่คุยกัน ทำความรู้จักกัน”
“ฉันรู้” พลอยพูดปลอบ “แต่บางที การที่คนอื่นพยายามจะก้าวก่ายเรื่องของเรา มันก็ทำให้เราอึดอัดได้เหมือนกัน”
“นั่นสิ” สไปรท์เห็นด้วย “ฉันก็แอบกังวลว่าถ้าเรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ แทนไทอาจจะโดนอะไรไปด้วย”
“ไม่ต้องห่วงแทนไทหรอก” แก้วตาพูดอย่างมั่นใจ “เขาดูเป็นคนมีเหตุผลนะ ถ้ามีใครมาถาม เขาก็คงจะอธิบายได้”
“แล้วถ้าเกิดว่า… มีใครเข้าใจผิดคิดว่าฉันกำลังหลอกใช้เขา หรือกำลังคบกับเขาเพราะเบื่อๆ ล่ะ” สไปรท์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “ฉันไม่อยากให้เขาต้องเสียใจ”
“สไปรท์” แก้วตาจับมือสไปรท์ไว้ “เธอไม่ต้องคิดมากนะ อย่างที่ฉันบอก ถ้าเธอรู้สึกดีกับเขาจริงๆ ก็ให้ทำตามหัวใจของเธอ”
“ฉันก็อยากทำนะ” สไปรท์ตอบ “แต่ฉันก็อดคิดถึงผลที่จะตามมาไม่ได้”
“ลองคุยกับแทนไทดูไหม” พลอยเสนอ “บอกความกังวลของเธอให้เขาฟัง”
สไปรท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันก็อยากคุยนะ แต่… ฉันก็กลัวว่าเขาจะรู้สึกไม่ดีถ้าฉันพูดเรื่องนี้”
“เขาจะรู้สึกไม่ดีได้ยังไง” แก้วตาถาม “เขาก็คงอยากรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่เหมือนกัน”
“เอาอย่างนี้” พลอยเสนอ “เย็นนี้เราไปหาเขาที่ชมรมดาราศาสตร์กันไหม ถ้าเธอไม่สะดวกใจที่จะคุยคนเดียว ฉันกับแก้วตาจะอยู่เป็นเพื่อน”
สไปรท์มองหน้าเพื่อนทั้งสองคน เธอรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่พวกเธอคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา “ก็ได้” สไปรท์ตอบ “ขอบคุณนะ”
ตกเย็น สไปรท์ แก้วตา และพลอย ก็ตรงไปยังชมรมดาราศาสตร์ เมื่อไปถึง พวกเขาก็พบกับแทนไทกำลังสาละวนอยู่กับการจัดอุปกรณ์สังเกตการณ์ดวงดาว
“ไง พวกเธอมากันแล้ว” แทนไททักทายเมื่อเห็นพวกเธอเดินเข้ามา “มาดูดาวด้วยกันไหม คืนนี้อากาศดีมาก”
“มาสิ” แก้วตาตอบ “แต่สไปรท์มีเรื่องอยากจะคุยกับนายด้วยนะ”
แทนไทหันมามองสไปรท์ด้วยสีหน้าสงสัย “มีอะไรเหรอ สไปรท์”
สไปรท์สูดลมหายใจลึก พลางมองไปที่แก้วตาและพลอยเพื่อเรียกกำลังใจ “คือ… ฉันอยากจะคุยเรื่องข่าวลือที่เกิดขึ้นน่ะ”
แทนไทพยักหน้าช้าๆ “อ๋อ เรื่องที่พวกเธอไปกินข้าวด้วยกัน หรือไปเดินจับมือกันที่หน้าโรงเรียนน่ะเหรอ”
สไปรท์หน้าแดงขึ้นมาทันที “นั่นมัน… ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยนะ”
“ฉันรู้” แทนไทตอบอย่างใจเย็น “พวกนั้นก็แค่พูดไปเรื่อย”
“แต่ฉันก็อดกังวลไม่ได้” สไปรท์พูด “ฉันกลัวว่าถ้าเรื่องมันไปมากกว่านี้ นายอาจจะโดนเพื่อนๆ ล้อ หรือมีปัญหา”
แทนไทมองสไปรท์นิ่งๆ “ฉันไม่เป็นไรหรอกสไปรท์” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ฉันรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ แล้วฉันก็ไม่แคร์ว่าคนอื่นจะพูดถึงเรายังไง”
“แต่นายแน่ใจเหรอ” สไปรท์ถาม “ถ้ามีใครมาหาเรื่องนายจริงๆ ล่ะ”
“ถ้ามีใครมาหาเรื่องฉันจริงๆ” แทนไทยิ้มบางๆ “ฉันก็จะบอกความจริงกับพวกเขา”
“ความจริงที่ว่าอะไร” สไปรท์ถาม เสียงของเธอแผ่วเบาลง
“ความจริงที่ว่า… ฉันชอบเธอ” แทนไทตอบตรงๆ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของสไปรท์อย่างไม่หลบเลี่ยง “แล้วฉันก็กำลังพยายามทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น”
คำตอบนั้นทำเอาสไปรท์อึ้งไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอก แก้วตาและพลอยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ส่งยิ้มให้กันอย่างดีใจ
“ฉัน… ฉันก็ชอบนายเหมือนกัน” สไปรท์ตอบเสียงเบา แต่ชัดเจน “ฉันดีใจที่ได้รู้จักนายนะ แทนไท”
“ฉันก็ดีใจที่ได้รู้จักเธอเหมือนกัน สไปรท์” แทนไทพูด พลางยื่นมือออกมา “เราไปดูดาวกันเถอะ”
สไปรท์รับมือของแทนไทไว้แน่น เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ สายตาของพวกเขาสบกัน ความเข้าใจและความรู้สึกดีๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางแสงดาวที่เริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
“ดีใจด้วยนะสไปรท์” แก้วตาพูดขึ้น “ฉันว่านะ ความแตกต่างของพวกเธอนี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้พวกเธอน่าสนใจ”
“ใช่” พลอยเสริม “แล้วก็… เราจะคอยเป็นกำลังใจให้พวกเธอเสมอนะ”
สไปรท์หันไปขอบคุณเพื่อนทั้งสองคน เธอมองไปที่แทนไทอีกครั้ง รอยยิ้มที่มุมปากของเขามอบความมั่นใจให้กับเธอ สไปรท์รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่การได้มีแทนไทอยู่เคียงข้าง และมีเพื่อนที่คอยสนับสนุน เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
3,791 ตัวอักษร