ตอนที่ 10 — จุดยืนที่แตกต่างของนักธุรกิจ
"แต่ 25% นั่นน้อยเกินไปนะครับ อันนา" อเล็กซานเดอร์กล่าว น้ำเสียงของเขาเริ่มมีแววไม่พอใจ "การลงทุนในสัดส่วนที่น้อยลง หมายถึงอำนาจในการตัดสินใจที่น้อยลงด้วย ผมเองก็มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการบริหารจัดการธุรกิจพลังงานสีเขียวในระดับนานาชาติ การเข้ามาลงทุนในสัดส่วนที่มากพอสมควร จะช่วยให้ผมสามารถนำพาบริษัทของคุณไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นได้"
อันนาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความสงบ "คุณอเล็กซานเดอร์คะ ดิฉันเข้าใจในมุมมองของคุณค่ะ และก็ชื่นชมในประสบการณ์ของคุณเป็นอย่างยิ่ง แต่โปรดเข้าใจด้วยว่า สยาม ไบโอ-เทค ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทที่แสวงหากำไรสูงสุดเท่านั้น เรามีพันธกิจต่อชุมชน ต่อเกษตรกร และต่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น การตัดสินใจทุกอย่างจะต้องคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวต่อทุกภาคส่วน"
"ผมก็เห็นถึงความสำคัญของเรื่องเหล่านั้นเช่นกัน" อเล็กซานเดอร์โต้แย้ง "แต่การลงทุนที่มากพอ จะช่วยให้เรามีทรัพยากรที่เพียงพอในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะส่งผลดีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น การจำกัดสิทธิ์ในการตัดสินใจของเราในบางเรื่อง เท่ากับเป็นการจำกัดศักยภาพในการพัฒนาของบริษัทเอง"
"ดิฉันไม่ได้ต้องการจำกัดศักยภาพของคุณอเล็กซานเดอร์ค่ะ" อันนาอธิบาย "แต่ดิฉันต้องการรักษาจุดยืนและวิสัยทัศน์ของสยาม ไบโอ-เทค ไว้ สัดส่วน 25% นั้นเพียงพอแล้วสำหรับการเข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการเข้ามาเสริมทัพด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากยุโรป ส่วนอำนาจการตัดสินใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานภายใน บริษัทของเรามีผู้บริหารและทีมงานที่มีความเข้าใจในบริบทของตลาดไทยเป็นอย่างดี"
"แต่เทคโนโลยีบางอย่างที่คุณกำลังจะนำเข้ามานั้น เป็นเทคโนโลยีที่เราพัฒนาขึ้นมาเอง" อเล็กซานเดอร์ยกตัวอย่าง "หากเราไม่สามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการนำไปใช้ หรือการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเทคโนโลยีนั้นจะถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด"
"เราได้ศึกษาเทคโนโลยีของคุณอย่างละเอียดแล้วค่ะ" อันนาตอบ "และมั่นใจว่าทีมงานของเราสามารถจัดการได้ ดิฉันเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมา เพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นรายกรณีไป อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการดำเนินงานประจำวันและการบริหารจัดการภายใน ยังคงเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารของสยาม ไบโอ-เทค"
อเล็กซานเดอร์มองหน้าอันนา นัยน์ตาของเขาสะท้อนความไม่พอใจที่เริ่มก่อตัวขึ้น "อันนาครับ ผมเดินทางมาไกลเพื่อข้อเสนอครั้งนี้ ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทคุณ และผมเชื่อว่าวิสัยทัศน์ของเราสามารถหลอมรวมกันได้ แต่การเสนอเงื่อนไขแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าคุณไม่ไว้ใจเรา หรือไม่ต้องการให้เราเข้ามามีบทบาทมากเท่าที่ควร"
"ไม่ใช่เรื่องความไว้ใจค่ะคุณอเล็กซานเดอร์" อันนาตอบเสียงหนักแน่น "แต่เป็นเรื่องการรักษาสมดุลของอำนาจการตัดสินใจ และการรักษาอัตลักษณ์ขององค์กรที่เราได้สร้างมา มันเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับดิฉัน และสำหรับทีมงานของเราทุกคน"
"ถ้าอย่างนั้น ข้อเสนอของผมก็คงไม่เป็นที่ยอมรับของคุณ" อเล็กซานเดอร์กล่าว พลางหยิบเอกสารของเขาขึ้นมา "ผมคิดว่าเราคงต้องกลับไปทบทวนกันใหม่"
"ดิฉันเข้าใจค่ะ" อันนากล่าว "แต่ดิฉันอยากให้คุณลองพิจารณาถึงผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาวอีกครั้ง การลงทุน 25% พร้อมกับอำนาจการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลตามสัดส่วนการลงทุน และการร่วมมือผ่านคณะกรรมการร่วมนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ให้ความสำคัญกับคุณ แต่เป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตไปด้วยกัน"
อเล็กซานเดอร์ลุกขึ้นยืน "ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ อันนา ผมขอเวลาพิจารณาข้อเสนอแนะของคุณอีกครั้ง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นลงกว่าเดิมเล็กน้อย "ผมจะติดต่อกลับไป"
"ค่ะ ดิฉันจะรอค่ะ" อันนาตอบรับ "ขอบคุณที่มาพูดคุยกันนะคะ"
เมื่ออเล็กซานเดอร์เดินออกจากห้องไปแล้ว อันนาก็ถอนหายใจยาว เธอทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้ รู้สึกเหนื่อยล้าจากการเผชิญหน้าในครั้งนี้ เธอรู้ดีว่าข้อเสนอของเธออาจทำให้ฝ่ายอเล็กซานเดอร์ไม่พอใจ แต่เธอเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เธอทำนั้นถูกต้องแล้ว การประนีประนอมที่มากเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าในอนาคต การลงทุนจากต่างชาติเป็นสิ่งสำคัญ แต่การรักษาเอกภาพและวิสัยทัศน์ขององค์กรนั้น สำคัญยิ่งกว่า
3,501 ตัวอักษร