หวนรักร่ายมนตรา ณ อยุธยา

ตอนที่ 31 / 49

ตอนที่ 31 — ความรู้สึกที่เปิดเผย

"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครสามารถทำให้ข้า...รู้สึกเช่นนี้ได้" องค์ชายบุรินทร์ตรัส พระสุรเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น ดวงพระเนตรทอดมองลลิตาอย่างมีความหมายที่ยากจะตีความ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง มีเพียงเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านใบไม้ให้ได้ยิน ลลิตารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นระรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ขององค์ชายบุรินทร์อีกครั้ง คราวนี้สายตาของทั้งสองประสานกันอย่างจัง เธอเห็นประกายบางอย่างในดวงพระเนตรนั้นที่แตกต่างไปจากที่เคยเห็น ไม่ใช่ความเยือกเย็น หรือความห่างเหินอีกต่อไป แต่เป็นความอบอุ่นที่แฝงไว้ด้วยความลังเล "หม่อมฉัน..." ลลิตาเอ่ยเสียงสั่น "ไม่เข้าใจที่องค์ชายตรัสเพคะ" องค์ชายบุรินทร์ทรงยิ้มบางๆ ที่มุมพระโอษฐ์ "เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่เข้าใจ?" พระองค์ทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปแตะที่แก้มของลลิตาเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้ลลิตาตัวสั่นสะท้านไปทั้งกาย "ตั้งแต่ครั้งแรกที่ข้าได้พบเจ้า ที่โรงหมอหลวง ข้าก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป" "แตกต่างอย่างไรเพคะ?" ลลิตาถามอย่างแผ่วเบา พยายามรวบรวมสติ "เจ้าไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่ข้าเคยพบเจอ" องค์ชายบุรินทร์ตรัสต่อ "เจ้าทั้งเก่ง ฉลาด กล้าหาญ และที่สำคัญ เจ้าไม่เคยเกรงกลัวอำนาจใดๆ แม้แต่ตัวข้าเอง" พระองค์ทรงถอนพระหัตถ์ออก แต่ยังคงประทับยืนอยู่ใกล้ๆ "ในยามที่บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในอันตราย เจ้าคือคนเดียวที่ข้าไว้วางใจให้เข้ามาช่วยเหลือ" "หม่อมฉันเป็นเพียงหมอหลวงธรรมดาเพคะ" ลลิตาถ่อมตน "ไม่...เจ้าไม่ใช่แค่หมอหลวงธรรมดา" องค์ชายบุรินทร์ตรัสเน้น "เจ้าคือผู้หญิงที่ทำให้ข้าได้เห็นถึงความหวังอีกครั้งหนึ่ง" พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองท้องฟ้าสีครามก่อนจะหันกลับมามองลลิตาอีกครั้ง "ก่อนที่จะมีเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ข้าเป็นคนเย็นชา ไร้หัวใจ ข้าจมอยู่กับความเศร้าเสียใจกับการสูญเสียมารดา และความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง" "หม่อมฉันทราบดีว่าองค์ชายทรงแบกรับภาระอันหนักอึ้ง" ลลิตากล่าว "แต่เจ้า...เจ้าทำให้ข้าได้สัมผัสถึงความอบอุ่นที่ข้าเคยคิดว่าสูญเสียไปตลอดกาล" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เวลาที่เจ้าดูแลรักษาองค์จักรพรรดิ์ เวลาที่เราต้องเผชิญหน้ากับอันตราย ข้ากลับรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด" ลลิตาพยายามหลบสายพระเนตรของพระองค์ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในใจของเธอราวกับจะเอ่อล้นออกมา เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า องค์ชายผู้สูงศักดิ์และเย็นชาผู้นี้ จะมีความรู้สึกเช่นนี้ต่อเธอ "องค์ชายเพคะ..." ลลิตาเอ่ย "หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่รู้จะตอบพระองค์อย่างไรดี" "ไม่ต้องตอบก็ได้" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "เพียงแค่รับรู้ไว้ก็พอ" พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ไปจับมือของลลิตาไว้ "ข้าไม่ได้ต้องการเร่งรัดอันใด แต่ข้าอยากให้เจ้าได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงในใจของข้า" มือของลลิตาสั่นเล็กน้อยภายใต้สัมผัสของพระองค์ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่าพระหัตถ์ขององค์ชายบุรินทร์ ความรู้สึกนี้มันช่างแตกต่างจากความรู้สึกที่เธอเคยมีต่อแพทย์หนุ่มในความทรงจำของเธอ ความรู้สึกนี้มันลึกซึ้งและจริงจังกว่ามาก "องค์ชายทรงหมายความว่าอย่างไรเพคะ?" ลลิตาถามอีกครั้ง พยายามทำความเข้าใจ "ข้า...ข้ารักเจ้า ลลิตา" องค์ชายบุรินทร์ตรัสออกมาอย่างตรงไปตรงมา คำพูดนั้นทำให้ลลิตาแทบจะยืนไม่อยู่ หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก "เพคะ?" ลลิตาร้องอุทานออกมาเบาๆ ไม่เชื่อหูตัวเอง "ใช่" องค์ชายบุรินทร์ตรัสยืนยัน "ข้ารักเจ้า ข้าไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เมื่อข้าได้อยู่ใกล้ๆ เจ้า ข้ามีความสุข ข้าอยากดูแลปกป้องเจ้า ข้าอยากให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้าเสมอไป" ลลิตาก้มหน้าลงมองพื้น ไม่สามารถสบพระเนตรของพระองค์ได้อีกต่อไป ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวไปหมด เธอไม่เคยมีความคิดฝันถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย "ลลิตา" องค์ชายบุรินทร์ตรัสเรียกอีกครั้ง "ข้าขอเวลาให้เจ้าได้คิดทบทวน" "หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่คิดว่าจะมีวันที่หม่อมฉันจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากองค์ชายเพคะ" ลลิตากล่าวเสียงสั่น "และข้าเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ข้าจะสามารถบอกความรู้สึกเช่นนี้กับใครได้" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ข้าก็ไม่คิดจะปิดบังมันอีกต่อไป" พระองค์ทรงบีบมือของลลิตาเบาๆ "ข้าเข้าใจดีว่าสถานะของเรานั้นแตกต่างกันมาก แต่ข้าก็หวังว่า...หวังว่าเจ้าจะลองเปิดใจให้กับข้า" ลลิตาเงยหน้าขึ้นมองพระองค์อีกครั้ง คราวนี้เธอเห็นความจริงใจในแววพระเนตรนั้นอย่างชัดเจน มันไม่ใช่เพียงคำพูดที่หลุดออกมาจากปาก แต่เป็นความรู้สึกที่แท้จริงจากส่วนลึกของหัวใจ "หม่อมฉัน...หม่อมฉันต้องการเวลาเพคะ" ลลิตากล่าวอย่างแผ่วเบา "แน่นอน" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "ข้าจะรอ" พระองค์ทรงยิ้มบางๆ "ข้าจะรอให้เจ้าพร้อม" องค์ชายบุรินทร์ประทับยืนมองลลิตาอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงค้อมพระเศียรลงเล็กน้อย "ข้าขอตัวก่อน" พระองค์ตรัส "หากมีสิ่งใด ต้องการให้ข้าช่วยเหลือ หรือเพียงแค่ต้องการใครสักคนอยู่เป็นเพื่อน จงบอกข้าได้เสมอ" เมื่อองค์ชายบุรินทร์เสด็จกลับไปแล้ว ลลิตาก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สวนดอกไม้ที่เคยสงบเงียบ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงของหัวใจเธอเอง คำพูดขององค์ชายบุรินทร์ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท "ข้ารักเจ้า ลลิตา" เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะพลิกผันได้มากขนาดนี้ จากหมอหลวงธรรมดาที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย และอำนาจมืด บัดนี้เธอกลับต้องมาเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเอง และความรู้สึกที่องค์ชายผู้สูงศักดิ์มีต่อเธอ เธอเดินเข้าไปในตัวเรือน นั่งลงบนเก้าอี้ไม้สักอย่างช้าๆ มือของเธอกำแน่น เธอพยายามประมวลผลทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น "นี่มันเรื่องจริงหรือ?" เธอพึมพำกับตัวเอง ความสัมพันธ์ของเธอกับองค์ชายบุรินทร์เริ่มต้นขึ้นจากความไม่ไว้วางใจ ความสงสัย และความบาดหมาง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ ด้วยกัน ความรู้สึกเหล่านั้นก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป เธอได้เห็นความเข้มแข็ง ความเด็ดเดี่ยว และความยุติธรรมของพระองค์ ได้เห็นมุมที่อ่อนโยนและเป็นมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย็นชา และพระองค์...พระองค์ก็ได้เห็นอะไรในตัวเธอ? ความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์ หรือเพียงแค่ความสามารถในการรักษา? ลลิตายิ้มให้กับความคิดของตัวเอง มันคงเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะ หากมันไม่ใช่เรื่องจริง เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป เธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถตอบสนองความรู้สึกขององค์ชายบุรินทร์ได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้คือ ชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบกระดาษและพู่กันขึ้นมา เธอต้องระบายความรู้สึกที่อัดอั้นนี้ออกมา "ข้ารักเจ้า ลลิตา" คำพูดนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ

5,338 ตัวอักษร