ตอนที่ 10 — ความรู้สึกที่ค่อยๆ เปิดเผย
"ผม… ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันในตอนแรก" ภาคินัยยอมรับ เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาของทิพยรัตน์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "แต่หลังจากที่ผมได้ใช้ชีวิตอยู่กับคุณ ผมได้เห็นความดีของคุณ ได้เห็นความอดทนของคุณ คุณไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมเลย ทั้งๆ ที่รู้ว่าสถานะของเรามันไม่ปกติ คุณทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้"
ภาคินัยถอนหายใจยาว "ผมเห็นคุณพยายามปรับตัวเข้ากับครอบครัวผม เห็นคุณพยายามทำความเข้าใจทุกอย่าง แม้ว่าบางครั้งผมเองก็เป็นคนทำให้คุณเสียใจ ผมรู้ตัวดีว่าผมไม่ได้เป็นสามีที่ดีเลยในช่วงแรกๆ ผมเย็นชา ผมห่างเหิน ผมไม่เคยแสดงความรู้สึกอะไรให้คุณเห็นเลย"
เขาหันไปมองทิพยรัตน์ที่กำลังเงียบฟังอย่างตั้งใจ "แต่คุณ… คุณไม่เคยถอย คุณยังคงอยู่ตรงนี้ คุณยังคงดูแลผม และทำให้ผมรู้สึก… อบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน"
"อบอุ่นเหรอคะ" ทิพยรัตน์พูดเสียงเบา "ฉันไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอบอุ่นกับฉันจริงๆ หรือแค่รู้สึกสบายใจที่ได้มีใครสักคนมาอยู่ข้างๆ ในเวลาที่คุณกำลังเจ็บปวด"
"ผมคิดว่ามันมากกว่านั้นนะ ทิพยรัตน์" ภาคินัยพยายามจะสื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงของเขา "ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณมันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย มันไม่ใช่ความรักที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่มันเป็นความรู้สึกที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น จากความผูกพัน จากความเข้าใจ จากความชื่นชมในตัวคุณ"
เขาเอื้อมมือไปวางบนมือของทิพยรัตน์เบาๆ "ผมยอมรับว่าตอนแรกผมมองคุณเป็นแค่คนที่มาแทนที่อลิสา เป็นแค่คนที่ต้องรับผิดชอบ ผมไม่เคยคิดว่าผมจะรู้สึกอะไรกับคุณเลย แต่คุณทำให้ผมมองเห็นอะไรหลายๆ อย่าง คุณทำให้ผมรู้ว่า การที่จะรักใครสักคน มันไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันที แต่มันคือการที่เราพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขา พร้อมจะเข้าใจเขา และพร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน"
ทิพยรัตน์มองมือของเขาที่วางทับมือเธออยู่ รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา แต่ในใจก็ยังมีความกังวลและความสับสนไม่หายไป "แล้ว… แล้วเรื่องที่พี่อลิสา… พี่เขาเป็นยังไงบ้างคะ หลังจากนั้น"
ภาคินัยถอนหายใจอีกครั้ง "หลังจากที่ผมตัดสินใจแต่งงานกับคุณ ผมก็ไม่ได้ติดต่อกับอลิสาอีกเลย ผมตัดขาดเธอไปจริงๆ ผมพยายามจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคุณ ผมอยากจะลืมเรื่องในอดีต และสร้างอนาคตที่ดีให้กับเรา"
"แล้วทำไม… ทำไมพี่อลิสาถึงกลับมาอีกคะ" ทิพยรัตน์ถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ถ้าคุณตัดขาดเธอไปแล้วจริงๆ"
"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน" ภาคินัยตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงกลับมา หรือว่าเธอต้องการอะไร ผมไม่เคยได้รับข่าวคราวจากเธอเลยตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่ง… จนกระทั่งเธอปรากฏตัวอีกครั้งในงานเลี้ยงของครอบครัวคุณ"
เขาบีบมือทิพยรัตน์เบาๆ "ผมขอโทษนะทิพยรัตน์ ที่ผมปกปิดเรื่องนี้กับคุณ ผมกลัวว่าคุณจะเสียใจ ผมกลัวว่าคุณจะรู้สึกไม่ดี และผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะอธิบายทุกอย่างให้คุณเข้าใจได้อย่างไร"
"คุณไม่เคยเชื่อมั่นในตัวฉันเลยใช่ไหมคะ" ทิพยรัตน์พูดเสียงเบา "คุณไม่เคยคิดว่าฉันจะเข้าใจ หรือจะรับฟังเรื่องราวของคุณได้"
"ไม่ใช่แบบนั้นครับ" ภาคินัยรีบปฏิเสธ "ผมแค่… ผมแค่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ผมกลัวว่าถ้าคุณรู้ความจริงทั้งหมด คุณจะตัดสินใจทิ้งผมไป ผมกลัวที่จะต้องเสียคุณไป"
คำสารภาพของเขาทำให้ทิพยรัตน์นิ่งไป เธอไม่เคยคิดว่าภาคินัยจะมีความรู้สึกที่เปราะบางขนาดนี้ เขาดูเป็นคนที่เข้มแข็ง เด็ดขาด และมั่นคงเสมอมา การที่เขาเอ่ยปากยอมรับความกลัวของตัวเอง ทำให้เธอรู้สึก… เข้าใจเขามากขึ้น
"คุณเคยรู้สึกกลัวมาก่อนไหมคะ" ทิพยรัตน์ถาม "ก่อนที่จะมีฉัน"
ภาคินัยส่ายหน้าช้าๆ "ไม่เคย ผมคิดว่าผมผ่านอะไรมาเยอะแล้ว ผมแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับทุกอย่างได้ แต่พอเจอเรื่องอลิสา… ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ผมไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน ผมรู้สึกไร้ค่า"
เขาเงยหน้าขึ้นมองทิพยรัตน์ ดวงตาของเขาฉายแววของความเจ็บปวดที่เขาเคยแบกรับ "การแต่งงานกับคุณในตอนแรก มันเหมือนเป็นทางออกเดียวที่ผมมองเห็น เป็นการหนีจากความเจ็บปวด เป็นการหาที่พักพิง แต่คุณ… คุณไม่ได้เป็นแค่ที่พักพิงของคุณทิพยรัตน์ คุณกลายเป็นบ้านของผม"
คำว่า 'บ้าน' ทำให้หัวใจของทิพยรัตน์อบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เธอค่อยๆ ปล่อยมือจากเขา แล้วยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของเขาเบาๆ "ฉันก็… ฉันก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ"
ภาคินัยนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะจับมือของเธอที่วางอยู่บนแก้มของเขา แล้วประทับจูบลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบา "ผมรักคุณนะ ทิพยรัตน์"
คำว่า 'รัก' หลุดออกจากปากเขาอย่างง่ายดาย แต่สำหรับทิพยรัตน์ มันมีความหมายยิ่งใหญ่ เธอไม่เคยได้ยินคำนี้จากเขามาก่อนเลย ไม่ใช่ในความหมายที่แท้จริงแบบนี้
"ฉันก็รักคุณค่ะ ภาคินัย" เธอตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยน้ำตา
3,748 ตัวอักษร