สามีที่ฉันไม่เคยเลือก

ตอนที่ 22 / 39

ตอนที่ 22 — การเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อน

"คุณสมชายได้รับโทษจำคุก 15 ปีครับ และต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งอีกจำนวนหนึ่ง" ทนายความของภาคินัยแจ้งข่าวทางโทรศัพท์ น้ำเสียงของเขามีความพึงพอใจอยู่ลึกๆ ภาคินัยนั่งฟังอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในห้องนั่งเล่น มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกข้างหนึ่งวางทาบบนหน้าท้องของทิพยรัตน์ที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ แววตาของเขามีความโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด เขาปิดตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ดีมากครับคุณทนาย" ภาคินัยกล่าว "ผมขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่คุณทำ" "เป็นหน้าที่ของผมครับ คุณภาคินัย" ทนายความตอบ "และผมต้องขอแสดงความยินดีกับข่าวดีเรื่องที่คุณกับคุณทิพยรัตน์กำลังจะมีทายาทด้วยนะครับ" "ขอบคุณครับ" ภาคินัยยิ้มกว้าง "เราตื่นเต้นกันมาก" หลังจากวางสาย ทิพยรัตน์ก็เงยหน้าขึ้นมามองเขา "ใครคะ" "คุณทนายของเราครับ" ภาคินัยบอก "เรื่องคดีของคุณสมชาย… สิ้นสุดลงแล้ว เขาจะไม่ได้มาทำให้เราลำบากใจอีกต่อไป" ทิพยรัตน์ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเธอทอประกายแห่งความโล่งใจ แต่ก็ยังมีความระแวงบางอย่างหลงเหลืออยู่ "จริงๆ เหรอคะ" เธอถามเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "เขาจะถูกจำคุกตลอดไปเลยหรือคะ" "15 ปีครับ" ภาคินัยตอบ "และต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกมากพอสมควร" เขาบีบมือเธอเบาๆ "คุณไม่ต้องกังวลอีกแล้วนะ" ทิพยรัตน์พยักหน้าช้าๆ แม้จะพยายามคลายความกังวล แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างยังค้างคาอยู่ในใจ "ฉันดีใจนะคะ" เธอเอ่ย "แต่… บางทีฉันก็ยังอดนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาไม่ได้" "ผมรู้" ภาคินัยดึงเธอเข้าไปกอด "แต่คุณเห็นไหม เราผ่านมันมาได้แล้ว" "ค่ะ" ทิพยรัตน์ซบหน้ากับอกของเขา "แต่ฉันก็ยังรู้สึก… ไม่มั่นคงเท่าที่ควร" "ผมเข้าใจครับ" ภาคินัยลูบหลังเธอเบาๆ "มันต้องใช้เวลา แต่ผมจะอยู่ตรงนี้เสมอ เพื่อให้คุณรู้สึกมั่นคงที่สุด" "ขอบคุณนะคะ" ทิพยรัตน์กล่าว "ฉันรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่มีคุณ" "ผมก็เหมือนกันครับ" ภาคินัยกระซิบ "และตอนนี้เรากำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มเข้ามาอีกคน" เขาเลื่อนมือไปวางบนหน้าท้องของเธออีกครั้ง สัมผัสถึงความนุ่มนิ่มภายใต้เนื้อผ้า "ลูกของเรา" ภาคินัยกล่าวด้วยความปลื้มปิติ "เขาจะเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรัก" "ใช่ค่ะ" ทิพยรัตน์ยิ้ม "ครอบครัวของเรา" แม้ว่าเรื่องราวร้ายๆ จะจบลงไปแล้ว แต่ผลกระทบทางใจยังคงมีอยู่บ้าง ทิพยรัตน์ยังคงมีอาการตื่นตกใจง่ายในบางครั้ง หรือเมื่อได้ยินเสียงดังผิดปกติ "อะไรน่ะ" เธอสะดุ้งเมื่อมีเสียงกิ่งไม้หักดังมาจากนอกหน้าต่างยามค่ำคืน ภาคินัยวางมือบนแขนเธอ "ไม่เป็นไรนะ ที่รัก เป็นแค่ลมพัด" "แต่… ถ้าเป็นเขาอีกล่ะคะ" ทิพยรัตน์ถามเสียงสั่น "ผมอยู่ที่นี่ไงครับ" ภาคินัยกอดเธอไว้แน่น "ไม่มีใครสามารถเข้ามาทำร้ายคุณได้อีกแล้ว" เขาพยายามทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็รู้ดีว่าการเยียวยาทางใจนั้นต้องใช้เวลา "เราจะไปพบนักจิตบำบัดกันอีกครั้งนะ" ภาคินัยเสนอ "คุณหมอจะได้ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น" "ก็ได้ค่ะ" ทิพยรัตน์ตอบ "ฉันอยากจะหายดีจริงๆ" การบำบัดครั้งต่อๆ ไปก็ยังคงดำเนินต่อไป จิตแพทย์พยายามให้ทิพยรัตน์เข้าใจว่าอดีตได้ผ่านพ้นไปแล้ว และเธอควรจะก้าวต่อไปข้างหน้า "คุณทิพยรัตน์คะ" จิตแพทย์กล่าว "ความรู้สึกกลัวและความไม่มั่นคงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง" "แต่ฉันก็ยังคงรู้สึกเหมือนมีเงาตามตัวอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ" ทิพยรัตน์สารภาพ "นั่นเป็นเพราะคุณยังไม่ได้อนุญาตให้ตัวเองก้าวข้ามมันไปอย่างเต็มที่" จิตแพทย์อธิบาย "ลองค่อยๆ ฝึกที่จะเชื่อมั่นในความปลอดภัยรอบตัว และเชื่อมั่นในตัวคุณภาคินัยที่คอยปกป้องคุณอยู่" "ฉันจะพยายามนะคะ" ทิพยรัตน์กล่าว ช่วงเวลาแห่งการเตรียมงานแต่งงานก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น ภาคินัยและทิพยรัตน์ช่วยกันเลือกแบบการ์ด เชิญแขก และวางแผนเรื่องอาหาร "ฉันอยากให้งานแต่งงานของเราเรียบง่ายที่สุดค่ะ" ทิพยรัตน์บอกภาคินัยในขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่บนระเบียงบ้าน มองดูสวนที่กำลังจะออกดอก "ผมก็คิดแบบนั้น" ภาคินัยเห็นด้วย "เราจะจัดที่บ้านของเรานี่แหละ จะได้อบอุ่น เป็นกันเอง" "ใช่ค่ะ" ทิพยรัตน์ยิ้ม "ฉันอยากให้แขกทุกคนรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อน" "แล้วก็มีข่าวดีอีกอย่าง" ภาคินัยยิ้มกว้าง "คุณพ่อของผมท่านดีขึ้นมากแล้วนะครับ ท่านจะไปร่วมงานแต่งงานของเราด้วย" "จริงเหรอคะ" ทิพยรัตน์ดีใจ "ฉันดีใจจริงๆ ที่ท่านจะมา" "ท่านเองก็ตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นเราแต่งงาน" ภาคินัยพูด "ท่านบอกว่าท่านอยากจะมอบแหวนหมั้นให้คุณด้วยตัวเอง" "โอ้… ไม่เป็นไรนะคะ" ทิพยรัตน์รีบปฏิเสธ "แค่นี้ก็ดีมากแล้วค่ะ" "ไม่เป็นไรเลยครับ" ภาคินัยยืนยัน "ท่านอยากจะทำ ท่านจะรู้สึกดี" เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย "แต่… มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะคุยกับคุณก่อน" ทิพยรัตน์มองเขาด้วยความสงสัย "เรื่องอะไรคะ" ภาคินัยอึกอักเล็กน้อย "เรื่อง… มรดกของผม" ทิพยรัตน์ขมวดคิ้ว "มรดกของคุณ? มันเกี่ยวกับอะไรคะ" "คุณพ่อของผม ท่าน… ท่านได้ปรับเปลี่ยนพินัยกรรมครั้งสุดท้ายก่อนที่คุณสมชายจะก่อเรื่อง" ภาคินัยเล่า "และในพินัยกรรมฉบับใหม่นี้… ท่านได้ระบุว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่ของท่านจะถูกแบ่งให้ผมและ… คุณสมชาย" ทิพยรัตน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณสมชาย! เป็นไปได้ยังไงคะ! เขาทำเรื่องเลวร้ายกับเราขนาดนั้น" "ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน" ภาคินัยถอนหายใจ "ผมได้คุยกับคุณพ่อแล้ว ท่านบอกว่า… ท่านรู้สึกผิดที่เคยทำอะไรให้คุณสมชายเสียใจในอดีต และท่านก็อยากจะชดเชยให้" "แต่… แต่นั่นมันไม่ยุติธรรมเลยนะคะ" ทิพยรัตน์คัดค้าน "แล้ว… แล้วเราล่ะคะ" "ไม่ต้องห่วงครับ" ภาคินัยรีบปลอบ "ผมได้คุยกับคุณพ่อแล้ว ท่านให้ความมั่นใจว่าส่วนที่สำคัญที่สุดของธุรกิจและทรัพย์สินทั้งหมดจะยังคงอยู่ที่ผม" "แล้วส่วนของคุณสมชายล่ะคะ" ทิพยรัตน์ถามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด "ส่วนนั้น… ค่อนข้างมากครับ" ภาคินัยยอมรับ "แต่… ผมได้ปรึกษาคุณทนายแล้ว" เขาจับมือของทิพยรัตน์ไว้แน่น "ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าเงินทองเหล่านั้น จะไม่สามารถนำไปใช้ทำร้ายใครได้อีก" ทิพยรัตน์มองใบหน้าของภาคินัย เธอเห็นความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในแววตาของเขา "ฉันเชื่อใจคุณค่ะ" เธอกล่าว "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะผ่านมันไปด้วยกัน" "ใช่ครับ" ภาคินัยยิ้ม "เราจะผ่านมันไปด้วยกันเสมอ" แม้ว่าความกังวลเรื่องมรดกของคุณสมชายจะเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง แต่ทิพยรัตน์ก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้เผชิญหน้ากับปัญหานี้เพียงลำพัง การมีภาคินัยอยู่เคียงข้าง ทำให้เธอรู้สึกเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม

5,142 ตัวอักษร