สามีที่ฉันไม่เคยเลือก

ตอนที่ 5 / 39

ตอนที่ 5 — รอยร้าวที่เผยตัวอย่างเงียบเชียบ

ความสัมพันธ์ของทิพยรัตน์และภาคินัยที่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ค่อยๆ เติบโต แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปอย่างมั่นคง การใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น การแสดงความใส่ใจต่อกัน ทำให้บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่เริ่มอบอุ่นขึ้น ทิพยรัตน์รู้สึกดีใจที่ชีวิตคู่ของเธอไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่เคยคาดหวังไว้ เธอเริ่มมองเห็นอนาคตที่มีความสุขกับภาคินัย แต่แล้ว วันหนึ่ง ขณะที่ทิพยรัตน์กำลังเดินสำรวจส่วนต่างๆ ของคฤหาสน์ เธอก็ได้พบกับห้องทำงานห้องหนึ่งที่ถูกปิดตายอยู่เสมอ เมื่อลองเปิดประตูเข้าไป เธอก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น ภายในห้องทำงานนั้นเต็มไปด้วยเอกสารกองโต รูปถ่ายเก่าๆ และสิ่งของต่างๆ มากมายที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทิพยรัตน์มากที่สุด คือกรอบรูปใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน รูปนั้นเป็นรูปของภาคินัยในวัยหนุ่ม เขากำลังยืนยิ้มอย่างสดใส เคียงข้างหญิงสาวคนหนึ่งที่สวยงามราวกับนางฟ้า "นี่มันรูปใครกันนะ" ทิพยรัตน์พึมพำกับตัวเอง มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู ใบหน้าของหญิงสาวในรูปดูคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลังก็ทำให้ทิพยรัตน์สะดุ้งโหยง เธอรีบวางรูปนั้นลงที่เดิม และหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง "คุณกำลังทำอะไรอยู่ที่นี่" ภาคินัยถาม ใบหน้าของเขาฉายแววตกใจระคนไม่พอใจ "ฉัน… ฉันแค่เดินสำรวจน่ะค่ะ" ทิพยรัตน์ตอบเสียงสั่น "บังเอิญเปิดประตูเข้ามา แล้วก็เจอรูปนี้" ภาคินัยกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "ห้องนี้เป็นห้องทำงานเก่าของผมเอง มีของหลายอย่างที่ผมยังไม่ได้ย้ายออกไป" "ผู้หญิงในรูป… เป็นใครคะ" ทิพยรัตน์ถามอย่างอดไม่ได้ ภาคินัยนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขามองไปยังรูปถ่ายนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "เธอ… เป็นคนสำคัญคนหนึ่งของผม" "คนสำคัญ… หมายความว่ายังไงคะ" ทิพยรัตน์ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวล "เธอคือ… อดีตคนรักของผม" ภาคินัยตอบเสียงเรียบ "เราเคยหมั้นกันไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกรากันไป" คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของทิพยรัตน์ ความรู้สึกอบอุ่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ กลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบ เธอรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลง "แล้ว… ทำไมคุณถึงยังเก็บรูปของเธอไว้อยู่คะ" ทิพยรัตน์ถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "มันเป็นความทรงจำ… ที่ผมยังลืมไม่ได้" ภาคินัยตอบ "แต่คุณไม่ต้องกังวลนะ ทิพยรัตน์ เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว" "แต่… ฉันเห็นคุณ… คุณดูมีความสุขมากในรูปนั้น" ทิพยรัตน์พูด น้ำตาเริ่มคลอหน่วย ภาคินัยเดินเข้ามาใกล้ เอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา "นั่นมันอดีตนะทิพยรัตน์ สิ่งที่สำคัญคือปัจจุบัน และอนาคตของเรา" "แต่… คุณบอกว่าคุณยังลืมเธอไม่ได้" ทิพยรัตน์พูดเสียงสั่นเครือ "การเก็บความทรงจำไว้ ไม่ได้หมายความว่าผมจะกลับไปหาเธอ" ภาคินัยอธิบาย "ผมอยู่ตรงนี้กับคุณนะทิพยรัตน์ ผมกำลังสร้างอนาคตร่วมกับคุณ" แม้ภาคินัยจะพยายามปลอบโยน แต่รอยร้าวในใจของทิพยรัตน์ก็เริ่มปรากฏขึ้น เธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่ภาคินัยมีต่อเธอเป็นความรักที่แท้จริง หรือเป็นเพียงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ต้องรับผิดชอบต่อการแต่งงานครั้งนี้ หลังจากวันนั้น บรรยากาศระหว่างทิพยรัตน์และภาคินัยก็เริ่มเปลี่ยนไป ความสนิทสนมที่เคยมีดูเหมือนจะถดถอยลง ทิพยรัตน์มักจะเผลอมองรูปถ่ายใบนั้นในความทรงจำ ทำให้รู้สึกไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ "คุณดูเหม่อลอยนะ มีอะไรไม่สบายใจเหรอ" ภาคินัยถามในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังทานอาหารเย็นร่วมกัน ทิพยรัตน์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป "ฉัน… ฉันยังคงคิดถึงเรื่องรูปถ่ายในห้องทำงานของคุณอยู่ค่ะ" ภาคินัยวางส้อมลง มองหน้าเธออย่างจริงจัง "ผมบอกคุณแล้วว่ามันเป็นแค่อดีต" "แต่… คุณก็บอกว่าคุณยังลืมเธอไม่ได้" ทิพยรัตน์ย้ำ "ผมอาจจะใช้คำพูดที่ผิดไป" ภาคินัยกล่าว "ผมหมายถึง ผมยังจำเรื่องราวที่ผ่านมาได้ แต่มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับปัจจุบันของผมอีกแล้ว" "ฉันไม่รู้จะเชื่อคุณดีไหม" ทิพยรัตน์ตอบอย่างตรงไปตรงมา ภาคินัยถอนหายใจ "ทิพยรัตน์ ผมรู้ว่ามันอาจจะยากสำหรับคุณ แต่ผมอยากให้คุณเชื่อใจผม" "ฉัน… จะพยายามค่ะ" ทิพยรัตน์กล่าว แต่ในใจของเธอยังคงมีความรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ การค้นพบรูปถ่ายใบนั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทิพยรัตน์เริ่มตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ของเธอและภาคินัย ความรู้สึกมั่นคงที่เคยมี เริ่มถูกบั่นทอนลงด้วยความไม่แน่ใจและความหวาดระแวง ความสัมพันธ์ที่กำลังจะเติบโตอย่างสวยงาม กำลังเผชิญกับรอยร้าวที่มองเห็นได้ยาก แต่กลับส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อหัวใจของทิพยรัตน์

3,720 ตัวอักษร