เมียหลวงในเกมลับ

ตอนที่ 1 / 40

ตอนที่ 1 — ภาพสะท้อนในกระจกยามบ่าย

สายลมยามบ่ายพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิจากสวนข้างบ้านลอยเข้ามาในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหรา เปลือกตาของพิมพ์ลดาค่อยๆ ปรือขึ้น รับแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องลอดม่านลูกไม้เข้ามา ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานสูงสีขาวสะอาดตา ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงมาสำรวจห้องนอนที่คุ้นเคย แต่กลับรู้สึกแปลกแยกอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนกึก โต๊ะเครื่องแป้งที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางแบรนด์เนมที่เธอไม่เคยแตะต้องราวกับมันเป็นของใครอีกคน “ตื่นแล้วเหรอคะคุณผู้หญิง” เสียงทุ้มต่ำของแม่บ้านดังขึ้นจากนอกประตู หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างงัวเงีย พลางยกมือขึ้นกุมขมับ ความมึนงงยังคงเกาะกุมสมอง ราวกับเพิ่งผ่านค่ำคืนที่หนักหนาสาหัสมา ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอจำอะไรไม่ได้เลยหลังจากที่เขาพาเธอมาที่นี่ “คุณผู้ชายบอกให้ไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารค่ะ” แม่บ้านเปิดประตูเข้ามา พร้อมกับถือถาดอาหารเช้าที่จัดวางอย่างสวยงาม น่าจะเป็นอาหารเช้าสำหรับหนึ่งคนเท่านั้น พิมพ์ลดาลุกขึ้นนั่งบนเตียงที่นุ่มยวบ หญิงสาวมองสำรวจตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ปลายเตียง ร่างสูงโปร่งในชุดนอนผ้าไหมสีชมพูอ่อน ใบหน้าเรียวสวย คิ้วโก่ง ดวงตากลมโตสีดำขลับ จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ นี่คือใบหน้าของเธออย่างแท้จริง แต่แววตาที่สะท้อนกลับมานั้นกลับดูเลื่อนลอยและว่างเปล่า ราวกับจิตวิญญาณของเธอได้หลุดลอยไปจากร่างนี้แล้ว “ฉันอยู่ที่ไหนคะ” เธอถามเสียงแหบพร่า “ที่นี่คือบ้านของคุณผู้ชายค่ะ” แม่บ้านตอบอย่างสุภาพ “คุณผู้หญิงมาพักที่นี่ได้สักพักแล้วค่ะ” “สักพักแล้วเหรอคะ” พิมพ์ลดาทวนคำ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสับสน “ฉันจำอะไรไม่ได้เลย” “ไม่เป็นไรนะคะคุณผู้หญิง ค่อยๆ ทำความคุ้นเคยไปนะคะ” แม่บ้านยิ้มให้กำลังใจ “เชิญค่ะ ไปทานอาหารเช้าก่อนนะคะ” เธอพยักหน้ารับ เดินตามแม่บ้านไปยังห้องอาหารที่โอ่อ่ากว้างขวาง โต๊ะกลมยาวตัวใหญ่ถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม ตรงกลางมีแจกันดอกไม้สดตั้งอยู่ แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น แต่กลับไม่สามารถคลายความเย็นเยียบในใจของเธอได้ “คุณผู้ชายรออยู่แล้วค่ะ” แม่บ้านบอก พิมพ์ลดาก้มลงมองพื้นอย่างประหม่า เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ เขาอยู่ในชุดสูทสีเข้มที่ดูภูมิฐาน ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่งรับกับปากหยักได้รูป ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว จ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา รอยยิ้มมุมปากที่ดูเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “มาแล้วเหรอ ที่รัก” เขาเอ่ยทักทาย เสียงของเขาทุ้ม นุ่ม แต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุก “มานั่งสิ” พิมพ์ลดาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เขาอย่างช้าๆ ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในหัว แต่ก็จับต้องไม่ได้ ราวกับภาพฝันที่เลือนราง “คุณ…เป็นใครคะ” เธอถามเสียงเบา ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ “ถามอะไรแปลกๆ พิมพ์ลดาที่รัก คืนนี้เราดื่มกันเยอะไปหน่อยเหรอ” “ฉัน…ฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะ” เธอตอบอย่างสั่นเครือ “เหมือนฉันจะจำอะไรไม่ได้เลย” สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “คุณแน่ใจนะ” “ค่ะ” เธอตอบเสียงหนักแน่น “ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนแปลกหน้าในร่างนี้” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ “ไม่เป็นไรนะ ผมจะค่อยๆ ดูแลคุณเอง” สัมผัสของเขาเย็นเฉียบ แต่การกระทำของเขากลับดูอ่อนโยนอย่างประหลาด มันทำให้ความสับสนในใจของเธอเพิ่มมากขึ้น ผู้ชายคนนี้คือใคร ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมเขาถึงเรียกเธอว่าที่รัก “คุณ…ชื่ออะไรคะ” เธอถามอีกครั้ง “ผมชื่อ ชานนท์” เขาตอบ “สามีของคุณ” คำว่า “สามี” ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอ ชานนท์ สามีของฉัน? หญิงสาวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอพยายามรวบรวมสติ พยายามค้นหาความทรงจำที่หายไป แต่มีเพียงความว่างเปล่า “ฉัน…ขอโทษค่ะ” เธอพูดออกมาเสียงแผ่ว “ฉันคงทำให้คุณลำบากใจ” “ไม่เลย” ชานนท์บีบมือเธอเบาๆ “แค่นี้เอง ผมจะพาคุณไปหาหมอ เพื่อตรวจดูอาการของคุณ” พิมพ์ลดาพยักหน้าเห็นด้วย เธอรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในความฝันอันเลือนราง เธอไม่รู้ว่าสิ่งใดกำลังจะเกิดขึ้นต่อไป แต่สิ่งเดียวที่เธอรู้คือ ชีวิตของเธอได้เปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ “คุณดูไม่สบายเลยนะ” ชานนท์พูดพลางใช้หลังมือแตะที่หน้าผากของเธอ “ตัวก็ไม่ร้อน” “ฉันแค่…รู้สึกไม่คุ้นเคยค่ะ” เธอตอบ “ทุกอย่างมันดูใหม่ไปหมด” “ไม่เป็นไรนะ” ชานนท์ยิ้มให้ “หลังจากทานอาหารเสร็จ ผมจะพาคุณไปเดินเล่นรอบๆ บ้านนะ คุณจะได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น” เขาพูดพลางหยิบส้อมขึ้นมาตักไข่คนใส่จานให้เธอ “ทานอะไรหน่อยนะ เดี๋ยวไม่มีแรง” พิมพ์ลดามองไข่คนในจานอย่างไม่ค่อยอยากทานนัก แต่เมื่อเห็นสายตาของชานนท์ เธอก็หยิบส้อมขึ้นมาทานอย่างจำใจ รสชาติของอาหารอร่อยเลิศ แต่กลับไม่สามารถกลบความรู้สึกอึดอัดในใจของเธอได้เลย เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ในวังวนของเกมบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจกฎกติกา “คุณชอบดอกมะลิไหม” ชานนท์ถามขึ้นขณะที่กำลังทานอาหาร “ผมปลูกไว้เยอะเลย” “ชอบค่ะ” เธอตอบ “มันหอม” “ดีเลย” เขาพูดพลางมองไปรอบๆ ห้องอาหาร “ผมจะให้คนจัดสวนให้ใหม่นะ เอาให้มีแต่ดอกมะลิเยอะๆ เลย” การกระทำที่ดูเหมือนจะเอาใจใส่ของเขา ทำให้พิมพ์ลดารู้สึกสับสนมากขึ้นไปอีก เขาเป็นสามีที่แสนดี หรือเป็นคนที่กำลังกักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้? คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเธอ แต่คำตอบกลับไม่มีให้เห็น “หลังจากทานอาหารเสร็จ เราไปดูห้องทำงานของผมกันไหม” ชานนท์เสนอ “เผื่อคุณจะช่วยผมดูแบบอะไรได้บ้าง” “ห้องทำงานของคุณเหรอคะ” เธอถามอย่างสงสัย “ใช่” ชานนท์พยักหน้า “คุณเคยช่วยผมดูงานตลอดนะ” อีกแล้ว คำพูดที่บอกว่าเธอเคยทำสิ่งเหล่านั้น มันเหมือนเป็นการตอกย้ำว่าเธอควรจะจำได้ แต่ทำไมความทรงจำเหล่านั้นถึงได้เลือนรางนัก “ฉัน…ไม่แน่ใจว่าฉันจะช่วยอะไรได้นะคะ” เธอตอบอย่างลังเล “ไม่เป็นไรน่า” ชานนท์ยิ้ม “ผมเชื่อว่าคุณทำได้” เขาพูดพลางเอื้อมมือมาลูบผมของเธอเบาๆ สัมผัสของเขาทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็พยายามเก็บอาการ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกชักนำไปสู่สิ่งที่ไม่คาดฝัน “ทานให้อิ่มนะที่รัก” ชานนท์พูดพลางใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดปากของเธอเบาๆ “วันนี้เรามีเรื่องต้องทำอีกเยอะ” พิมพ์ลดาได้แต่พยักหน้าตอบรับ เธอไม่รู้ว่า “เรื่อง” ที่เขาพูดถึงคืออะไร แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าชีวิตของเธอได้เริ่มต้นขึ้นใหม่แล้ว ในเกมที่เธอไม่รู้แม้แต่ชื่อ

5,142 ตัวอักษร