ตอนที่ 11 — การเผชิญหน้าที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
เย็นวันต่อมา พรรณรายตัดสินใจที่จะกลับไปหาที่ทำงานอีกครั้ง เธอไม่สามารถหลบหนีจากสถานการณ์นี้ไปได้ตลอด และการหลบหน้ารามิลก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจเพิ่มมากขึ้น เธอต้องการเผชิญหน้ากับเขา เพื่อหาทางออกร่วมกัน แม้ว่าหัวใจของเธอจะยังคงเจ็บปวดและเต็มไปด้วยความสับสนก็ตาม
เมื่อเธอเดินเข้าไปในออฟฟิศ บรรยากาศที่คุ้นเคยกลับดูแตกต่างไป ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นระรัวของเธอ พนักงานบางส่วนมองมาที่เธอด้วยความสงสัย แต่เธอก็พยายามยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
เธอเดินตรงไปยังห้องทำงานของรามิล หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกก้าวที่เข้าใกล้ ภาพใบหน้าของเขาเมื่อคืนนี้วนเวียนอยู่ในความคิด เธอควรจะเริ่มพูดอย่างไรดี? จะตำหนิเขา? จะร้องไห้? หรือจะพยายามทำเป็นเข้มแข็ง?
เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้เธอชะงักเล็กน้อย รามิลนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา ดวงตาจับจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่แววตาของเขาดูเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความกังวล เขาเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงประตู และเมื่อสายตาของเราประสานกัน เธอก็เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวปนเปกัน
“พรรณราย…” เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย “คุณมาแล้ว”
“ค่ะ” เธอตอบ เสียงของเธอเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ผม… รอนานแล้วนะ” รามิลลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไป
“คุณ… ฉัน… ฉันอยากจะคุยกับคุณ” พรรณรายพูด พยายามรวบรวมสติ
“ผมก็เหมือนกัน” รามิลตอบ “ผมนั่งคิดมาทั้งคืน ผมอยากจะอธิบายทุกอย่างให้คุณฟัง”
“อธิบายเหรอคะ” พรรณรายถาม เสียงของเธอเริ่มสั่น “คุณคิดว่าคุณจะอธิบายอะไรได้บ้างในเมื่อคุณหลอกฉันมาตลอด”
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณนะพรรณราย” รามิลรีบแก้ตัว “ผมแค่… ผมกลัว”
“กลัวอะไรคะ” เธอถาม “กลัวว่าฉันจะรู้ความจริง? กลัวว่าฉันจะเห็นธาตุแท้ของคุณ?”
“กลัวว่าคุณจะเกลียดผม” รามิลตอบ เสียงของเขาอ่อนลง “กลัวว่าคุณจะเดินจากผมไป”
“แล้วตอนนี้… คุณไม่กลัวแล้วเหรอคะ” พรรณรายถาม เสียงของเธอเริ่มดังขึ้น “ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าฉันรู้ความจริง คุณไม่กลัวแล้วจริงๆ เหรอ”
“ผมกลัวครับ” รามิลยอมรับ “ผมกลัวมาก แต่ผมก็รู้ว่าการปกปิดความจริงมันไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด”
“แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกฉันตั้งแต่แรกคะ” เธอถาม ย้ำคำถามเดิมที่ค้างคาใจ
“ผม… ผมคิดว่าผมสามารถจัดการมันได้เอง” รามิลกล่าว “ผมคิดว่าผมจะหาทางออกให้ได้ก่อนที่คุณจะรู้ หรือก่อนที่มันจะส่งผลกระทบอะไร ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องของผม”
“แต่สุดท้าย… ฉันก็ต้องมารู้เรื่องนี้อยู่ดี” พรรณรายพูด “และมันก็กระทบกับฉันจริงๆ”
“ผมขอโทษครับ” รามิลกล่าว “ผมขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณเจ็บปวด”
พรรณรายหลับตาลง เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ แต่ก็ทำได้ยาก “คุณอาสมชาย… เล่าเรื่องบางอย่างให้ฉันฟังเมื่อวานนี้” เธอพูด เปิดประเด็นใหม่
รามิลเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยความสงสัย “คุณอาสมชาย? เขา… เล่าอะไรให้คุณฟังครับ”
“เขาเล่าว่า… เรื่องที่คุณปกปิด อาจจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวคุณ ที่เคยส่งผลกระทบต่อธุรกิจของครอบครัวฉันเมื่อหลายปีก่อน” พรรณรายบอก
สีหน้าของรามิลเปลี่ยนไปทันที เขาดูตกใจ และมีความรู้สึกผิดฉายชัดในดวงตา “คุณอา… รู้เรื่องนั้นด้วยเหรอครับ”
“เขากำลังสืบหาข้อมูลอยู่ค่ะ” พรรณรายกล่าว “แต่เขาบอกว่า… มีความเป็นไปได้สูง”
รามิลทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของเขา ใบหน้าซีดเผือด “ผม… ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี”
“คุณรู้ใช่ไหมคะ ว่าเรื่องมันเกี่ยวข้องกัน” พรรณรายถาม
รามิลพยักหน้าช้าๆ “ผม… รู้อะไรบางส่วนครับ”
“แล้วทำไมคุณถึงยังปกปิดเรื่องนี้อีก” พรรณรายถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “คุณรู้ว่ามันสำคัญกับฉันมากแค่ไหน”
“ผม… ผมกลัวครับ” รามิลตอบ “ผมกลัวว่าถ้าคุณรู้ความจริงทั้งหมด คุณจะมองผมเป็นคนไม่ดี เป็นคนที่ทำร้ายครอบครัวคุณ”
“คุณคิดว่าฉันจะมองคุณแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ” พรรณรายถาม “หลังจากที่เราผ่านมาด้วยกันขนาดนี้”
“ผมไม่แน่ใจเลยครับ” รามิลกล่าว “ผม… รู้สึกผิดกับเรื่องในอดีตของผมมากจริงๆ พรรณราย ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะส่งผลกระทบมาถึงคุณ”
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปคะ” พรรณรายถาม “ถ้าเรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับธุรกิจของเราจริงๆ คุณจะรับผิดชอบมันยังไง”
“ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างครับ” รามิลตอบอย่างหนักแน่น “ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และเพื่อไม่ให้มันส่งผลกระทบต่อครอบครัวคุณ”
“คุณจะทำได้จริงๆ เหรอคะ” พรรณรายถามด้วยความไม่แน่ใจ
“ผมจะพยายามให้ถึงที่สุด” รามิลกล่าว “ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ผมไม่ใช่คนแบบที่คุณคิด”
“ฉัน… ไม่รู้จะเชื่อคุณได้ยังไง” พรรณรายพูด “ทุกอย่างมันดูซับซ้อนไปหมด”
“ผมเข้าใจครับ” รามิลพยักหน้า “ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดครั้งใหญ่ไปแล้ว และผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผลที่จะตามมา”
“คุณควรจะบอกความจริงทั้งหมดกับฉันนะรามิล” พรรณรายกล่าว “บอกทุกอย่างที่คุณรู้ เกี่ยวกับอดีตของครอบครัวคุณ และเกี่ยวกับสิ่งที่มันเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา”
“ผมจะบอกครับ” รามิลตอบ “ผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟัง”
“และฉัน… ฉันต้องการเวลา” พรรณรายกล่าว “ฉันต้องการเวลาเพื่อทำความเข้าใจทุกอย่าง เพื่อทบทวนความรู้สึกของฉัน”
“ผมเข้าใจครับ” รามิลกล่าว “ผมจะรอคุณนะ ผมจะให้เวลาคุณเท่าที่คุณต้องการ”
บรรยากาศในห้องทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ก็มีความหวังเล็กๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น พรรณรายรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ยากลำบาก เธอจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ซับซ้อน และจะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต
“ฉัน… ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” พรรณรายพูด
“ครับ” รามิลตอบ “ถ้าคุณต้องการอะไร หรืออยากจะคุยเมื่อไหร่ บอกผมได้เสมอ”
พรรณรายพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้รามิลยืนอยู่เพียงลำพังกับความรู้สึกผิดและความหวังที่ยังคงริบหรี่อยู่ในหัวใจ
เมื่อเดินออกมาจากออฟฟิศ พรรณรายรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกไปได้บ้าง แต่ก็ยังคงมีก้อนหินอีกก้อนที่ทับถมอยู่ในใจ เธอรู้ว่าเธอได้ก้าวข้ามผ่านความกลัวที่จะเผชิญหน้าไปแล้ว แต่การยอมรับและให้อภัยจะเป็นเรื่องที่ยากกว่านั้นมากนัก
เธอเดินไปตามทางเดินของอาคารอย่างช้าๆ แสงไฟนีออนสว่างไสวสะท้อนกับใบหน้าของเธอ ดวงตาของเธอมองตรงไปข้างหน้า ราวกับกำลังมองหาหนทางที่จะก้าวผ่านอุปสรรคที่อยู่เบื้องหน้า
เธอรู้ว่ารามิลได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะบอกความจริงทั้งหมด และเธอก็พร้อมที่จะรับฟัง แต่การยอมรับความจริงนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับเธอ
เธอจะต้องกลับไปคุยกับคุณอาสมชายอีกครั้ง เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ และเพื่อหาทางรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้
ในขณะที่ก้าวออกจากอาคาร พรรณรายสูดหายใจลึก เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตของเธอ ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทาย ความไม่แน่นอน และความเป็นไปได้ของความรักที่จะต้องผ่านบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่
5,419 ตัวอักษร