เจ้าสาวในสัญญาเลือด

ตอนที่ 14 / 44

ตอนที่ 14 — รอยร้าวที่มองไม่เห็นในความสัมพันธ์

หลังจากวันที่ราเมศเปิดใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดของเขากับลลิตาให้อนิสาฟัง ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เหมือนจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม อนิสาเองก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากที่ได้เข้าใจเบื้องหลังทั้งหมด เธอเชื่อมั่นในความรักของราเมศ และตัดสินใจที่จะก้าวต่อไปข้างหน้ากับเขา แต่ถึงกระนั้น… ความกังวลเล็กๆ ก็ยังคงแฝงตัวอยู่ในมุมลึกของหัวใจ วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราเมศพยายามทุ่มเทเวลาให้กับอนิสาอย่างเต็มที่ เขาชวนเธอไปทานข้าว ดูหนัง หรือแม้แต่ใช้เวลาพูดคุยกันในคฤหาสน์อย่างสม่ำเสมอ แต่บางครั้ง… เมื่ออารมณ์ของทั้งคู่กำลังจะหวานชื่น ราเมศก็มักจะมีอาการเหม่อลอย หรือบางทีก็เงียบไปเฉยๆ ทำให้อนิสาอดสงสัยไม่ได้ “คุณราเมศคะ” อนิสาเอ่ยขึ้น ขณะที่ทั้งคู่นั่งจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่นยามบ่าย “วันนี้คุณดู… แปลกๆ ไปนะคะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ?” ราเมศหันมามองอนิสา เขายิ้มบางๆ “เปล่าครับ… ผมสบายดี” “แน่ใจนะคะ?” อนิสาถามอย่างกังวล “หนูรู้สึกเหมือนคุณกำลังคิดถึงเรื่องอะไรบางอย่างอยู่” ราเมศถอนหายใจเบาๆ “ผม… ผมแค่กำลังคิดถึงเรื่องงานครับ” เขาโกหก อนิสาไม่เชื่อ “เรื่องงาน… หรือว่าเรื่องของคุณลลิตาคะ?” เธอถาม เสียงของเธอแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ราเมศชะงักไปเล็กน้อย “คุณหนูอนิสา…” เขาเริ่ม “ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าผมไม่ได้คิดถึงเธอในแบบนั้นอีกแล้ว” “หนูรู้ค่ะ” อนิสาตอบ “แต่บางที… หนูแค่กลัวว่า… คุณจะยังรู้สึกผิดอยู่” “ผมไม่ได้รู้สึกผิดครับ” ราเมศยืนยัน “ผมแค่… กำลังพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์” “สถานการณ์?” “ใช่ครับ” ราเมศกล่าว “การที่ผม… ได้อยู่ใกล้คุณมากขึ้น… มันทำให้ผมยิ่งตระหนักถึงความรู้สึกของตัวเอง… แต่ในขณะเดียวกัน… มันก็ทำให้ผมยิ่งรู้สึก… ว่าผมยังมีความรับผิดชอบต่อคุณ” “ความรับผิดชอบ… ในเรื่องอะไรคะ?” อนิสาถาม “ก็… เรื่องของเราสองคนไงครับ” ราเมศตอบ “ผมอยากให้คุณมีความสุข… ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเจอเรื่องวุ่นวาย หรือเรื่องไม่สบายใจ เพราะผม” “แต่หนู… หนูไม่ได้รู้สึกวุ่นวายเลยนะคะ” อนิสาพูด “หนู… หนูมีความสุขที่เราได้อยู่ด้วยกัน” “ผมรู้ครับ” ราเมศยิ้ม “และผมก็มีความสุขมากเช่นกัน” แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของราเมศจะไม่ได้ช่วยให้อาการของอนิสาดีขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงกำแพงบางๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา แม้ว่าราเมศจะพยายามแสดงความรักและความใส่ใจ แต่บางครั้ง… อนิสาก็รู้สึกเหมือนเขากำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ “คุณราเมศคะ” อนิสาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คือ… หนูอยากจะถามอะไรบางอย่างค่ะ” “ครับ… ถามมาได้เลย” “เรื่อง… เรื่องที่พ่อแม่ของคุณลลิตา… บังคับให้เธอไปแต่งงานกับคนอื่น…” อนิสาเริ่ม “แล้ว… พวกเขา… มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลของเราด้วยหรือเปล่าคะ?” คำถามนั้นทำเอา ราเมศถึงกับอึ้งไป เขาหันมามองอนิสาอย่างไม่คาดคิด “คุณ… คุณหมายความว่ายังไงครับ?” “ก็… หนูแค่สงสัยน่ะค่ะ” อนิสาตอบ “คือ… มันเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปหรือเปล่าคะ ที่… คนที่มีอำนาจในวงสังคม… จะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของคุณลลิตา… แล้วก็… อาจจะมีส่วน… ในเรื่องสัญญาของคุณกับหนูด้วย” ราเมศนิ่งไปนาน เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้อนิสา มองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างจริงจัง “คุณหนูอนิสา… คุณ… คิดมากไปหรือเปล่าครับ?” “หนูไม่รู้ค่ะ” อนิสาตอบ “แต่… หนูแค่รู้สึก… เหมือนมีบางอย่าง… ที่คุณยังไม่ได้บอกหนู” “ผมบอกทุกอย่างแล้วนะครับ” ราเมศกล่าว “ผมบอกคุณเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับลลิตา… และผมก็บอกคุณถึงความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณ” “แต่… เรื่องสัญญาของเราล่ะคะ?” อนิสาถาม “มันเกิดขึ้นได้อย่างไร… ทำไม… ทำไมต้องเป็นหนู?” ราเมศหลบสายตาของอนิสาไปมองที่อื่น “เรื่องนั้น… มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนครับ” เขาตอบ “ผม… ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะรับได้ไหม” “หนูอยากรู้ค่ะ” อนิสาคะยั้นคะยอ “หนูอยากเข้าใจทุกอย่างจริงๆ นะคะ” ราเมศถอนหายใจยาว “เอาล่ะครับ… ถ้าคุณอยากจะรู้จริงๆ…” เขาเริ่ม “คือ… สัญญานี้… มันไม่ใช่เรื่องที่ผมเป็นคนเริ่มต้นครับ” “หมายความว่ายังไงคะ?” อนิสาถามด้วยความสงสัย “คือ… พ่อของผม… เป็นคนทำสัญญานี้กับคุณตาของคุณครับ” ราเมศกล่าว “ก่อนที่ผมจะเกิดด้วยซ้ำ” อนิสาเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ? คุณตาของหนู?” “ใช่ครับ” ราเมศยืนยัน “พ่อของผม… เป็นหนี้ก้อนใหญ่กับคุณตาของคุณ… ซึ่งตอนนั้น… ท่านก็มีปัญหาทางการเงินอย่างหนักเช่นกัน” “หนี้…?” อนิสาพึมพำ “ครับ” ราเมศกล่าว “แล้ว… เพื่อที่จะชดใช้หนี้… พ่อของผม… ก็ได้ทำสัญญาไว้กับคุณตาของคุณว่า… ถ้าลูกชายของผม… โตขึ้นมา… เขาจะต้องแต่งงานกับหลานสาวของคุณตา… ซึ่งก็คือ… คุณนั่นเอง” อนิสาถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง ภาพทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเธอเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างน่ากลัว เธอมองราเมศด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและเสียใจ “แล้ว… คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดเลยเหรอคะ?” อนิสาถาม เสียงของเธอเบาหวิว “ผม… ผมรู้เรื่องนี้ตอนที่ผมอายุได้ราวๆ สิบหกปีครับ” ราเมศตอบ “พ่อของผม… เขาบอกผมเอง” “แล้ว… ทำไม… ทำไมคุณไม่เคยบอกหนูล่ะคะ?” อนิสาถาม น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม “ผม… ผมกลัวครับ” ราเมศสารภาพ “ผมกลัวว่าคุณจะคิดว่าผม… ใช้คุณ… ผมกลัวว่าคุณจะไม่เชื่อในความรักของผม” “แต่… นี่มันก็คือ… คุณกำลังใช้หนูอยู่ไม่ใช่เหรอคะ?” อนิสาตะคอกเสียงดัง “คุณหลอกหนูมาตลอด!” “ไม่นะครับคุณหนูอนิสา!” ราเมศรีบเข้ามาจับแขนเธอไว้ “ผมไม่ได้หลอกคุณ… ผม… ผมรักคุณจริงๆ” “รักหนู?” อนิสาหัวเราะทั้งน้ำตา “คุณรักหนูได้ยังไง ในเมื่อคุณถูกบังคับให้มาอยู่กับหนูตั้งแต่แรก!” “แต่… แต่ผมก็เลือกที่จะรักคุณนะครับ” ราเมศกล่าว “ผม… ผมพยายามหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับคุณมาตลอด… แต่พอได้เจอคุณ… ได้รู้จักคุณ… ผมก็… ผมก็ตกหลุมรักคุณ” “แล้ว… คุณลลิตา… เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้คะ?” อนิสาถาม พยายามรวบรวมสติ ราเมศถอนหายใจยาว “เธอ… เธอเป็นเหมือนคนที่ผมเคยอยากจะหนีไปอยู่ด้วยครับ” เขาตอบ “แต่สุดท้าย… ผมก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้” “ทำไมคะ?” “เพราะ… ผมรู้ว่าผมมีสัญญากับคุณ” ราเมศกล่าว “ผม… ผมไม่อยากเป็นคนผิดสัญญา… และผมก็ไม่อยากให้ครอบครัวของผมต้องมีปัญหา” “แล้ว… ที่คุณบอกว่า… คุณจะแต่งงานกับหนู… เพื่อช่วยหนู… นั่นมันคือเรื่องจริงหรือเปล่าคะ?” อนิสาถาม “เป็นเรื่องจริงครับ” ราเมศตอบ “ตอนนั้น… คุณกำลังมีปัญหาเรื่องมรดก… ผมก็เลย… ใช้โอกาสนี้… ที่จะเข้ามาช่วยคุณ… และ… เพื่อที่จะได้… อยู่กับคุณ” อนิสาเงียบไป เธอพยายามประมวลผลทุกอย่างที่ราเมศเพิ่งจะบอก เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ความรู้สึกรัก ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีให้กับราเมศ กำลังถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง “หนู… หนูต้องการเวลาค่ะ” อนิสาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ราเมศยืนอยู่คนเดียวด้วยความเสียใจ

5,245 ตัวอักษร