ตอนที่ 29 — ผีเสื้อโบยบินในแดนสวรรค์
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาบนผืนน้ำทะเลสีครามใส ราวกับอัญมณีที่ส่องประกาย ลลิตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น เธอขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงอ้อมแขนที่โอบกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคนดี” เสียงทุ้มต่ำของวิรัชดังขึ้น เขาบดเปลือกตาข้างหนึ่งมองเธอ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ลลิตาตอบรับ พลางหันไปมองใบหน้าของเขาอย่างมีความสุข “เมื่อคืน… นอนหลับสบายจังเลยค่ะ”
“ผมก็เหมือนกัน” วิรัชกล่าว “การได้อยู่กับคุณ… ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายที่สุด”
เขาพลิกตัวขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะดึงลลิตาให้เข้ามานั่งข้างๆ “วันนี้เราจะไปเดินเล่นชายหาดกันไหม”
“ดีเลยค่ะ” ลลิตากล่าว “หนูอยากจะสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด”
ทั้งสองคนแต่งตัวด้วยชุดลำลองสบายๆ ก่อนจะเดินจูงมือกันออกไปยังชายหาด ท้องฟ้าแจ่มใส ไร้เมฆหมอก มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะ บรรยากาศเงียบสงบและงดงาม
“สวยจังเลยค่ะ” ลลิตากล่าว พลางยืนปล่อยให้ลมทะเลพัดปะทะใบหน้า “เหมือนสวรรค์บนดินเลย”
“ที่นี่… คือสวรรค์ของเราสองคนนะ” วิรัชกล่าว พลางดึงเธอเข้ามาสวมกอด “หลังจากนี้… เราจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่นี่”
“หนู… รู้สึกเหมือนเป็นผีเสื้อที่เพิ่งจะได้โบยบินอย่างอิสระ” ลลิตากล่าว “หลังจากถูกขังอยู่ในกรงมานาน”
“ผมรู้ดี” วิรัชกระชับอ้อมกอด “แต่วันนี้… คุณได้อิสระแล้วนะลลิตา คุณจะไปที่ไหนก็ได้… ทำอะไรก็ได้… กับผม”
“หนูอยากจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข… สร้างครอบครัวที่อบอุ่น… มีลูกๆ ที่น่ารัก… แล้วก็… เปิดร้านดอกไม้ของหนูให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ” ลลิตาเอ่ยถึงความฝันของเธอ
“ทุกอย่าง… ที่คุณต้องการ… ผมจะทำให้มันเป็นจริง” วิรัชกล่าวอย่างหนักแน่น “เราจะสร้างความฝันของเราให้เป็นจริงไปด้วยกัน”
พวกเขาเดินเล่นริมหาด ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับสายลม เสียงหัวเราะของทั้งสองดังสะท้อนไปกับเสียงคลื่น ราวกับบทเพลงแห่งความสุข
“คุณวิรัชคะ” ลลิตาเอ่ยขึ้น “หนูมีเรื่องจะบอกค่ะ”
“ว่ามาสิครับ” วิรัชหันมามองเธอ
“หนู… กำลังตั้งท้องค่ะ” ลลิตากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่แววตาของเธอฉายประกายแห่งความสุข
วิรัชยืนนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลคำพูดนั้น ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะค่อยๆ เผยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ “จริงเหรอ! ลลิตา! เธอ… เธอไม่ได้ล้อผมเล่นนะ?”
“จริงค่ะ” ลลิตาพยักหน้า “หนูเพิ่งจะรู้เมื่อสองวันก่อนค่ะ”
วิรัชปล่อยมือจากเอวของเธอ แล้วคว้าเธอเข้าไปกอดแน่น “โอ้… ลลิตา! นี่มัน… นี่มันข่าวดีที่สุดเลยนะ!” เขาอุ้มเธอหมุนไปรอบๆ ด้วยความดีใจ “เรา… เรากำลังจะมีลูก!”
“ใช่ค่ะ” ลลิตาหัวเราะเบาๆ “เรากำลังจะมีสมาชิกใหม่ในครอบครัวของเรา”
“ผม… ผมจะดีใจเกินไปแล้ว” วิรัชพูดตะกุกตะกัก “ผมไม่เคยคิดเลยว่า… ชีวิตของเราจะมีความสุขได้ถึงขนาดนี้”
เขาค่อยๆ วางเธอลง แล้วมองใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะลลิตา… ขอบคุณที่ให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตกับผม”
“หนูต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ” ลลิตากล่าว “ที่คุณทำให้หนูมีความสุข… และมอบชีวิตใหม่ให้กับหนู”
“เราจะดูแลเขาให้ดีที่สุดนะ” วิรัชกล่าว “เขาจะต้องเป็นเด็กที่น่ารัก… ฉลาด… แล้วก็… แข็งแรงเหมือนพ่อ”
“หรืออาจจะสวยเหมือนแม่ก็ได้ค่ะ” ลลิตาหยอกล้อ
“แน่นอนอยู่แล้ว” วิรัชตอบรับ “แต่ไม่ว่าจะเหมือนใคร… เขาก็จะเป็นลูกของเรา… และเราจะรักเขา… ที่สุดในโลก”
พวกเขานั่งลงบนผืนทราย มองออกไปยังทะเลอันกว้างใหญ่ จินตนาการถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง อ้อมกอดที่โอบกระชับกันไว้ คือเครื่องพิสูจน์ถึงความรักที่มั่นคง และความหวังที่กำลังจะผลิบาน
“คุณแม่… คุณพ่อ…” ลลิตาพึมพำเบาๆ “หนูรักพวกคุณนะคะ”
“ผมก็รักคุณนะ… ที่รัก” วิรัชกล่าว พลางจุมพิตหน้าผากของเธอ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในช่วงฮันนีมูนแห่งความสุข พวกเขาได้ไปในที่ต่างๆ ทั่วเกาะ ได้ลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ด้วยกัน และได้ใช้เวลาพูดคุยถึงเรื่องราวในอนาคตอย่างเพลิดเพลิน
“คุณวิรัชคะ” ลลิตาเอ่ยขึ้นในเช้าวันสุดท้ายของการพักผ่อน “หลังจากกลับบ้านแล้ว… หนูอยากจะไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ค่ะ”
“แน่นอนครับ” วิรัชตอบรับทันที “ผมก็คิดถึงท่านเหมือนกัน เราจะไปพร้อมกัน”
“หนูอยากจะกราบขอบพระคุณท่านอีกครั้ง… สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำให้” ลลิตากล่าว “ถ้าไม่มีท่าน… หนูคงไม่มีวันนี้”
“ท่านก็คงจะดีใจมาก ที่ได้เห็นคุณมีความสุขนะ” วิรัชกล่าว
ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวกลับ ทั้งสองคนก็ยืนมองทะเลเป็นครั้งสุดท้าย ลลิตากอดเอวของวิรัชแน่น
“หนูรู้สึกเหมือนฝันไปเลยค่ะ” ลลิตากล่าว “ทุกอย่างมันดีเกินกว่าที่หนูจะจินตนาการได้”
“ความฝัน… มันเป็นจริงได้เสมอ… ถ้าเรามีความกล้า… และความรัก… ที่จะไขว่คว้ามันมา” วิรัชกล่าว พลางหันไปมองเธอ “และตอนนี้… เราก็มีทุกอย่างแล้ว”
เขาจุมพิตเธออย่างอ่อนหวาน ก่อนจะพาเธอกลับไปยังชีวิตจริงที่กำลังรอคอยด้วยความสุขที่ท่วมท้น
3,773 ตัวอักษร