รักหลอกที่กลายเป็นจริง

ตอนที่ 11 / 37

ตอนที่ 11 — มรสุมลูกใหม่มาเยือน

หลังจากค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความหวัง ความสัมพันธ์ระหว่างพัฒน์กับพิมพ์ดาวก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้น การเริ่มต้นใหม่ด้วยความเชื่อใจเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่สามารถเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ ที่จะตามมาได้ พัฒน์เริ่มเปิดใจมากขึ้น เล่าเรื่องราวในอดีตที่เขาไม่เคยบอกใครให้กับพิมพ์ดาวฟัง ขณะที่พิมพ์ดาวเองก็พยายามทำความเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่พัฒน์เป็น เช้าวันต่อมา ขณะที่พัฒน์กำลังเตรียมตัวจะไปทำงาน เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเลขาส่วนตัว "สวัสดีครับคุณพัฒน์" เสียงปลายสายเอ่ยขึ้น "มีเรื่องด่วนที่ต้องเรียนให้ทราบครับ" "เรื่องอะไรครับ" พัฒน์ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล "คือ…มีข่าวลือเกี่ยวกับบริษัทของเราครับ" เลขาตอบ "ว่าเรากำลังจะถูกเทคโอเวอร์" พัฒน์ขมวดคิ้วทันที "เทคโอเวอร์เหรอครับ ใครเป็นคนปล่อยข่าว" "ไม่ทราบเลยครับคุณพัฒน์" เลขาตอบ "แต่ข่าวลือมันแพร่กระจายเร็วมากครับ ตอนนี้มีนักลงทุนหลายรายที่กำลังจับตาดูสถานการณ์ของเราอยู่" "แย่แล้ว" พัฒน์พึมพำกับตัวเอง "ผมต้องรีบไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้" เขาตัดสายไปอย่างรวดเร็ว และรีบแต่งตัวเพื่อเดินทางไปยังบริษัททันที หัวใจของเขากระหน่ำเต้นแรง ความกังวลเริ่มกัดกินจิตใจ เขาไม่เคยคิดว่าจะมีปัญหาใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ที่กองถ่าย พิมพ์ดาวก็กำลังสนุกสนานกับการทำงาน บทบาทใหม่ของเธอเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เธอเริ่มคุ้นเคยกับบทสนทนาและอารมณ์ของตัวละคร แต่แล้ว โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น "สวัสดีค่ะ" พิมพ์ดาวรับสาย "พิมพ์ดาว! เป็นไงบ้าง" เสียงของอรทัยดังขึ้นมาอย่างร่าเริง "แม่คะ" พิมพ์ดาวตอบ "หนูสบายดีค่ะ กำลังถ่ายทำอยู่เลย" "ดีแล้วจ้ะ" อรทัยพูด "แม่มีข่าวดีจะบอก" "ข่าวดีอะไรเหรอคะ" พิมพ์ดาวถามด้วยความสงสัย "คือ…มีบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง สนใจที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจของที่บ้านเราน่ะ" อรทัยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ปัญหาทางการเงินของเราก็จะคลี่คลายไปได้เลย" พิมพ์ดาวยิ้มกว้างด้วยความโล่งใจ "จริงเหรอคะแม่! ดีจังเลยค่ะ" "ใช่แล้วจ้ะ" อรทัยตอบ "แต่…มีเงื่อนไขนิดหน่อย" "เงื่อนไขอะไรเหรอคะ" พิมพ์ดาวถาม "คือ…ผู้บริหารของบริษัทนั้น เขาต้องการจะพบกับพิมพ์ดาวด้วย" อรทัยกล่าว "เพื่อพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติม" พิมพ์ดาวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "ทำไมต้องให้พิมพ์ดาวไปพบด้วยล่ะคะ" "แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันจ้ะ" อรทัยตอบ "แต่เขาระบุชื่อพิมพ์ดาวมาเลย" พิมพ์ดาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "แล้วเขาเป็นใครคะ" "เขาชื่อ…คุณวินัย" อรทัยตอบ "เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก" ชื่อ "วินัย" ไม่ได้คุ้นหูสำหรับพิมพ์ดาวเลย เธอไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน "โอเคค่ะแม่" พิมพ์ดาวตอบ "แล้วต้องไปพบเมื่อไหร่คะ" "เขาบอกว่า…เขาจะติดต่อพิมพ์ดาวมาโดยตรง" อรทัยกล่าว "พิมพ์ดาวเตรียมตัวไว้นะ" "ค่ะแม่" พิมพ์ดาวรับคำ หลังวางสายจากมารดา พิมพ์ดาวก็ยังคงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เธอพยายามนึกว่าเคยได้ยินชื่อ "วินัย" มาจากที่ไหนหรือไม่ แต่ก็ไม่พบความทรงจำใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกัน ที่บริษัทของพัฒน์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด พัฒน์รีบประชุมกับทีมผู้บริหารระดับสูงทันที "ผมต้องการทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด" พัฒน์กล่าวเสียงเข้ม "ใครเป็นคนปล่อยข่าวลือนี้ และมีหลักฐานอะไรยืนยันบ้าง" ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายรายงานว่า "เท่าที่เราตรวจสอบเบื้องต้น เป็นไปได้ว่าข่าวลือนี้ถูกปล่อยออกมาจากคู่แข่งทางการค้าของเราครับคุณพัฒน์" "คู่แข่ง? ใคร" พัฒน์ถาม "มีบริษัทหนึ่งครับ ที่กำลังพยายามเจรจาซื้อหุ้นของเรามาสักพักแล้ว" ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายอธิบาย "แต่เรายังไม่สามารถตกลงราคาที่เหมาะสมกันได้" "แล้วพวกเขา…มีกำลังพอที่จะทำแบบนี้ไหม" พัฒน์ถาม "มีครับ" ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายตอบ "ถ้าข่าวลือนี้เป็นจริง และนักลงทุนเกิดความกังวล พวกเขาอาจจะใช้โอกาสนี้ในการกดราคา หรือเข้าซื้อหุ้นของเราในราคาที่ถูกลง" พัฒน์กำหมัดแน่น ความคิดของเขาแล่นไปถึงเรื่องการเทคโอเวอร์ที่เขาเคยทำกับบริษัทอื่น เขาเข้าใจดีถึงวิธีการ และรู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน "เราต้องตอบโต้ทันที" พัฒน์กล่าว "เราต้องแถลงข่าวชี้แจง และแสดงความมั่นใจในสถานการณ์ของบริษัท" "แต่…ถ้าเราแถลงข่าวไป แล้วมันไม่เป็นไปตามที่เราคาดไว้" ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายทักท้วง "เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" พัฒน์ยืนกราน "เราต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้" ตลอดทั้งวัน พัฒน์ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับวิกฤตการณ์ของบริษัท เขาแทบไม่มีเวลาติดต่อกับพิมพ์ดาวเลย การสื่อสารของทั้งสองคนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เย็นวันนั้น ขณะที่พิมพ์ดาวกำลังจะเดินทางกลับบ้าน เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย "สวัสดีครับ คุณพิมพ์ดาว" เสียงผู้ชายทุ้มดังมาจากปลายสาย "สวัสดีค่ะ" พิมพ์ดาวตอบรับ "ผมวินัยครับ" ชายคนนั้นแนะนำตัว "ผมเป็นผู้บริหารของบริษัทที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจของครอบครัวคุณ" พิมพ์ดาวนึกขึ้นได้ทันที "อ๋อ คุณวินัยเองค่ะ" "ผมโทรมาเพื่อจะนัดหมายวันเวลาที่คุณจะสะดวกเข้ามาพบครับ" วินัยกล่าว "ผมอยากจะพูดคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว" "ได้ค่ะ" พิมพ์ดาวตอบ "แล้วคุณวินัยสะดวกวันไหนคะ" "วันพรุ่งนี้…เวลาประมาณบ่ายโมง พอจะสะดวกไหมครับ" วินัยถาม "บ่ายโมง…พรุ่งนี้" พิมพ์ดาวคิดตาม "ได้ค่ะ พิมพ์ดาวสะดวกค่ะ" "ดีมากครับ" วินัยกล่าว "ผมจะส่งที่อยู่ให้คุณทางข้อความนะครับ" เมื่อวางสาย พิมพ์ดาวก็รู้สึกใจเต้นแรงเล็กน้อย การพบปะกับนักธุรกิจที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ทำให้เธอรู้สึกประหม่า แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือครอบครัว ในขณะที่พัฒน์กำลังเผชิญหน้ากับมรสุมลูกใหญ่ในธุรกิจ พิมพ์ดาวเองก็กำลังจะก้าวเข้าสู่สถานการณ์ที่อาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งใหม่ เธอไม่รู้เลยว่าการพบปะกับคุณวินัยในครั้งนี้ จะนำพาเธอไปสู่เรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าที่คิด พัฒน์กลับถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้า เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะส่งข้อความหาพิมพ์ดาว แต่เมื่อเห็นว่ามีข้อความจากเธอที่ส่งมาในช่วงบ่าย ซึ่งเขาไม่ทันได้เปิดอ่าน "พัฒน์คะ วันนี้ยุ่งมากเลยใช่ไหมคะ" เป็นข้อความจากพิมพ์ดาว "ไม่เป็นไรนะคะ พักผ่อนเยอะๆ นะคะ พรุ่งนี้พิมพ์ดาวมีนัดพบกับนักธุรกิจที่จะเข้ามาช่วยเรื่องธุรกิจที่บ้านค่ะ เขาชื่อคุณวินัยค่ะ" พัฒน์อ่านข้อความนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป เขาดีใจที่พิมพ์ดาวกำลังจะมีข่าวดีเกี่ยวกับครอบครัว แต่ในขณะเดียวกัน ชื่อ "วินัย" ก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เขาจำไม่ได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนหรือไม่ และทำไมผู้บริหารคนนี้ถึงต้องการพบพิมพ์ดาวเป็นการส่วนตัว "ใครคือวินัย" เขาพึมพำกับตัวเอง "และทำไมเขาถึงต้องติดต่อพิมพ์ดาว" ความสงสัยและความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของพัฒน์ เขาพยายามจะปัดเป่าความคิดเหล่านั้นออกไป แต่ก็ทำได้ยาก ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มต้นใหม่ด้วยความเชื่อใจ กำลังจะต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งสำคัญอีกครั้ง มรสุมลูกใหม่ได้พัดเข้ามาโดยที่ทั้งสองคนยังไม่ทันตั้งตัว

5,515 ตัวอักษร