รักหลอกที่กลายเป็นจริง

ตอนที่ 25 / 37

ตอนที่ 25 — หลักฐานที่ถูกซ่อนเร้น

“ถึงแม้จะมีเอกสารฉบับนี้” ทนายฝ่ายโจทก์กล่าวต่อ “ก็ยังไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า เงินที่คุณพิมพ์ดาวได้รับมานั้น ไม่ใช่เงินที่ได้มาจากการทุจริต” พิมพ์ดาวยิ้มเย็น “ท่านอาจจะมองข้ามบางสิ่งไปค่ะ” เธอหันไปทางพัฒน์ “คุณพัฒน์คะ” “ครับ” พัฒน์ตอบรับ “ช่วยหยิบเอกสารชิ้นนั้นให้หน่อยได้ไหมคะ” พิมพ์ดาวเอ่ย พัฒน์เดินไปที่โต๊ะทนายความ หยิบแฟ้มเอกสารหนาๆ ชุดหนึ่งขึ้นมา แล้วยื่นให้พิมพ์ดาว พิมพ์ดาวยื่นส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ศาล “เอกสารชุดนี้” พิมพ์ดาวกล่าว “เป็นรายการเดินบัญชีของบริษัท ที่เราได้มาจากการค้นคว้าเพิ่มเติม ร่วมกับคุณชาญ” ทนายฝ่ายโจทก์รับเอกสารมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไป “ในเอกสารนี้” พิมพ์ดาวอธิบายต่อไป “เราพบรายการโอนเงินที่น่าสงสัยจำนวนหลายครั้ง จากบริษัทที่สมชายเคยร่วมงานด้วย ไปยังบัญชีของวิรัตน์ เป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควร และเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการกู้ยืมเงินของสมชาย” “ผมไม่เข้าใจครับ” ทนายฝ่ายโจทก์ถาม “แล้วมันเกี่ยวกับเงินที่คุณได้รับมาอย่างไร” “มันเกี่ยวกับเงินที่สมชายใช้คืนค่ะ” พิมพ์ดาวตอบ “ในสัญญาเงินกู้ มีการระบุว่าสมชายจะนำเงินส่วนหนึ่งมาจากการขายหุ้น และอีกส่วนหนึ่งจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่จากเอกสารนี้ เราพบว่าเงินส่วนใหญ่ที่สมชายได้รับมา ไม่ได้มาจากสองช่องทางนั้น แต่มาจากการที่เขากู้ยืมเงินก้อนใหญ่จากธุรกิจที่เขาทำร่วมกับวิรัตน์มาเป็นทอดๆ” “คุณกำลังจะบอกว่า…” ทนายฝ่ายโจทก์เริ่มลังเล “เงินที่คุณได้รับมา เป็นเงินที่สมชายยืมจากวิรัตน์ แล้วนำมาคืนคุณ?” “ไม่ค่ะ” พิมพ์ดาวส่ายหน้าช้าๆ “ดิฉันกำลังจะบอกว่า เงินที่คุณพิมพ์ดาวได้รับมา เป็นเงินที่สมชายโอนเข้าบัญชีของดิฉันโดยตรง เป็นเงินของเขาเอง ซึ่งเขาได้มาจากธุรกิจของเขา” “แล้วที่บอกว่า เป็นการชำระหนี้ที่กู้ยืมจากวิรัตน์ล่ะครับ” “สัญญาเงินกู้ฉบับนั้น” พิมพ์ดาวอธิบาย “เป็นเพียงข้ออ้างค่ะ” “ข้ออ้าง?” ทนายฝ่ายโจทก์เลิกคิ้ว “ใช่ค่ะ” พิมพ์ดาวกล่าว “เอกสารชุดนี้แสดงให้เห็นว่า สมชายพยายามจะโอนเงินจำนวนมากออกไปจากบริษัท โดยอ้างว่าเป็นการชำระหนี้ให้กับวิรัตน์ แต่ความจริงแล้ว เงินจำนวนนั้น ถูกโอนไปยังบัญชีส่วนตัวของเขาเองก่อน จากนั้น จึงค่อยนำมาเข้าบัญชีดิฉัน” “แต่ในสัญญาเงินกู้ ระบุว่าเป็นการกู้ยืมเงินระหว่างสมชายกับวิรัตน์” “ถูกต้องค่ะ” พิมพ์ดาวกล่าว “และนั่นคือสิ่งที่เอกภพพยายามจะใช้ประโยชน์” พิมพ์ดาวยื่นเอกสารอีกชุดหนึ่งให้เจ้าหน้าที่ “เอกสารฉบับนี้ คือการยืนยันจากธนาคารค่ะ” ทนายฝ่ายโจทก์รับเอกสารไปดู “นี่คือ…รายการเดินบัญชีของบริษัทนายวิรัตน์?” “ใช่ค่ะ” พิมพ์ดาวตอบ “เราได้ขอให้คุณวินัยช่วยตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากได้สัญญาเงินกู้มา และคุณวินัยก็พบเอกสารชุดนี้ ซึ่งถูกเก็บซ่อนไว้อย่างดีในลิ้นชักลับของห้องทำงานสมชาย” “ในเอกสารนี้” พิมพ์ดาวชี้ไปที่บางจุด “เราเห็นการโอนเงินจำนวนมหาศาล จากบัญชีของบริษัทนายวิรัตน์ ไปยังบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่เอกภพเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่” เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องพิจารณาคดี “นี่มัน…” ทนายฝ่ายโจทก์พึมพำ “หมายความว่า…เงินที่สมชายอ้างว่ายืมจากวิรัตน์…จริงๆ แล้ว คือเงินที่มาจากบริษัทของเอกภพ?” “ไม่เชิงค่ะ” พิมพ์ดาวกล่าว “แต่เป็นเงินที่ถูกนำไปหมุนเวียนผ่านบริษัทของเอกภพ เพื่ออำพรางที่มาที่แท้จริง” “และจากรายการเดินบัญชีนี้” พิมพ์ดาวยังคงอธิบายต่อไป “เรายังพบว่า หลังจากที่เงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีของบริษัทเอกภพแล้ว ไม่นานก็มีการโอนเงินจำนวนใกล้เคียงกัน กลับเข้ามายังบัญชีของสมชาย” “แล้วคุณจะบอกว่า…” ทนายฝ่ายโจทก์เริ่มเข้าใจ “เงินที่คุณได้รับมา… แท้จริงแล้ว คือเงินที่สมชายได้รับคืนจากเอกภพ หลังจากการหมุนเงินผ่านบริษัทของเอกภพ?” “ใช่ค่ะ” พิมพ์ดาวพยักหน้า “สมชายไม่ได้กู้ยืมเงินจากวิรัตน์ แต่เขากำลังพยายามอำพรางการรับเงินที่ได้มาจากการทุจริต โดยการสร้างสัญญาเงินกู้ปลอมขึ้นมา และใช้เงินจำนวนหนึ่งที่เขาได้มาจากเอกภพ มาเข้าบัญชีดิฉัน เพื่อให้ดูเหมือนว่าเขาได้คืนเงินให้ดิฉันแล้ว” “และวัตถุประสงค์ของการกระทำนี้คืออะไรครับ” “ก็เพื่อที่จะให้เอกภพสามารถฟ้องร้องดิฉันในคดีฉ้อโกงได้ง่ายขึ้นค่ะ” พิมพ์ดาวกล่าว “โดยการสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมา ว่าดิฉันรับเงินไปโดยไม่ชอบธรรม ทั้งที่ความจริงแล้ว เงินก้อนนั้นคือเงินที่สมชายตั้งใจจะให้ดิฉันเป็นค่าตอบแทนจากการทำงานในอดีตของดิฉัน” ทนายฝ่ายโจทก์มองหน้าพิมพ์ดาว สลับกับมองไปยังเอกสารที่อยู่ตรงหน้า “ผม…ต้องการเวลาในการตรวจสอบเอกสารเหล่านี้” “เชิญค่ะ” พิมพ์ดาวตอบอย่างมั่นใจ “และผมขอเรียนต่อศาลว่า” พิมพ์ดาวยื่นเอกสารอีกแผ่นหนึ่งให้เจ้าหน้าที่ “นี่คือหลักฐานเพิ่มเติม ที่เราได้มาจากการสืบสวนเกี่ยวกับธุรกรรมของบริษัทเอกภพ” “เอกสารนี้คืออะไรครับ” ทนายฝ่ายโจทก์ถาม “นี่คือสำเนาสัญญาการว่าจ้างที่เอกภพทำกับบริษัทแห่งหนึ่ง” พิมพ์ดาวกล่าว “ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการด้านการเงินที่ผิดกฎหมายบางประการ โดยมีสมชายเป็นที่ปรึกษา” “และในสัญญานี้” พิมพ์ดาวกล่าวต่อ “มีการระบุถึงค่าตอบแทนที่เอกภพจะต้องจ่ายให้กับบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สอดคล้องกับเงินที่ถูกโอนไปจากบัญชีของวิรัตน์” “หมายความว่า…” ทนายฝ่ายโจทก์อึ้งไป “เอกภพ…เป็นผู้บงการทั้งหมด?” “เอกภพต้องการทำลายดิฉันค่ะ” พิมพ์ดาวกล่าว “เขาใช้สมชายเป็นเครื่องมือ และใช้เงินที่ได้มาจากการทุจริต มาสร้างเรื่องราวทั้งหมดนี้ขึ้น เพื่อให้ดิฉันติดคุก” เอกภพลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “ไม่จริง! เป็นข้อกล่าวหาที่ไร้สาระ!” “จริงหรือไม่จริง” พิมพ์ดาวหันไปเผชิญหน้ากับเอกภพ “ก็คงต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสินค่ะ”

4,466 ตัวอักษร