เมียลับของนักการเมืองหนุ่ม

ตอนที่ 10 / 42

ตอนที่ 10 — การตัดสินใจที่ต้องแลก

วราลีวางสายโทรศัพท์จากเมธาวีลงด้วยมือที่สั่นเทา หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก คำพูดของเมธาวียังคงดังก้องอยู่ในหู “ถ้าเธอรักเขามากขนาดนั้น...เธอก็ควรจะปล่อยเขาไป! ปล่อยเขาไปอยู่กับครอบครัวของเขา!” คำพูดนั้นเสียดแทงเข้าไปในใจของเธออย่างจัง มันคือความจริงที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอด การรักภาคินในยามนี้ มันไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันหมายถึงการเข้าไปก้าวก่ายชีวิตของคนอื่น การทำลายครอบครัวที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ “ปล่อยเขาไป...” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางยกมือขึ้นกุมขมับ ภาพของภาคินยามที่เขาบอกรักเธอเมื่อคืนนี้ ภาพรอยยิ้มเศร้าๆ ของเขา ภาพแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกผิด ทั้งหมดมันวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ เธอรักภาคิน รักเขามากจริงๆ จนบางครั้งก็รู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจถ้าไม่มีเขาอยู่ใกล้ๆ แต่ความรักของเธอ กำลังจะกลายเป็นดาบสองคม ที่ไม่เพียงแต่ทิ่มแทงหัวใจของเธอเอง แต่ยังจะย้อนกลับมาทำร้ายภาคินและเมธาวีอีกด้วย เธอเดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปนอกสวนอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเธอไม่ได้มองหาเพียงความสวยงามของธรรมชาติ แต่เธอกำลังมองหาทางออก มองหาหนทางที่จะทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อใครมากไปกว่านี้ “ฉันทำแบบนี้ไม่ได้” เธอพูดเสียงหนักแน่น “ฉันไม่สามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตของใครต้องพังลงได้” แต่การจะตัดใจจากภาคิน มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นมานานหลายปี มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถดับสูญไปได้ในชั่วพริบตา แม้ว่าเธอจะพยายามย้ำเตือนตัวเองเสมอว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันไม่มีทางเป็นไปได้ “ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันเคยเขียนจดหมายถึงเขา” เธอนึกย้อนกลับไป “ฉันเคยหวังว่าสักวันเขาจะรับรู้ความรู้สึกของฉัน... แต่ในความเป็นจริง... โชคชะตามันกลับเล่นตลก” เธอเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง สายตาของเธอเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษที่กองระเกะระกะ เธอค่อยๆ หยิบมันออกมา เปิดมันออกช้าๆ ข้างในนั้นเต็มไปด้วยรูปถ่ายเก่าๆ และจดหมายหลายฉบับ ที่เธอเคยเขียนถึงภาคิน แต่ไม่เคยได้ส่งให้เขา "ภาคิน... วันนี้ฉันเห็นคุณที่งานเลี้ยง เขายิ้มให้ฉัน... หัวใจของฉันเต้นแรงมาก... ฉันอยากจะวิ่งเข้าไปหาคุณ... อยากจะบอกคุณว่าฉันคิดถึงคุณมากแค่ไหน... แต่... ฉันทำไม่ได้..." เธอกล่านข้อความในจดหมายฉบับหนึ่งด้วยเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ "ถ้าวันนั้น... คุณรู้ใจฉัน... ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้..." น้ำตาเม็ดเล็กๆ เริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตา ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา วราลียกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมอง เป็นภาคิน เขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและอ่อนล้า “วราลี...” เขาเรียกชื่อเธอเสียงเบา “เธอโอเคไหม” วราลีพยักหน้า พยายามเก็บอาการไม่ให้เขาเห็นความเศร้าที่กำลังปกคลุมหัวใจเธออยู่ “ค่ะ ฉันโอเค” ภาคินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ เธอ เขาเอื้อมมือมาคว้ามือของวราลีไว้แน่น “ผม... ขอโทษ” เขาพูดเสียงตะกุกตะกัก “ผมรู้ว่าผมทำให้เธอเสียใจ” “ไม่เป็นไรค่ะ” วราลีตอบ พยายามยิ้มให้เขา “ฉันเข้าใจ” “เธอเข้าใจจริงๆ เหรอ” ภาคินถาม สายตาของเขามองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างมีความหวัง “เธอรู้ไหมว่าการต้องเจอหน้าเธอทุกวันแล้วทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันทรมานแค่ไหน” “ฉันก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ” วราลีตอบ “แต่... เราทั้งคู่ก็รู้ว่า... มันเป็นไปไม่ได้” “ทำไมมันถึงเป็นไปไม่ได้” ภาคินถามเสียงดังขึ้น “เพราะผมมีเมียแล้วอย่างนั้นเหรอ! ถ้าผมไม่แต่งงานกับเมธาวี... เราก็คงจะ... ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วใช่ไหม” “คุณภาคินคะ” วราลีพยายามพูดให้เขาใจเย็น “เรื่องมันผ่านมานานแล้ว... เราควรจะมองไปข้างหน้า” “มองไปข้างหน้าอย่างนั้นเหรอ” ภาคินหัวเราะอย่างขมขื่น “แล้วมองไปข้างหน้าอย่างที่เราเป็นอยู่ตอนนี้... มันมีความสุขตรงไหน! ฉันต้องโกหกตัวเองทุกวัน... ต้องซ่อนความรู้สึกที่มีต่อเธอ... ต้องทำเหมือนว่าเธอเป็นแค่คนรู้จักธรรมดาๆ คนหนึ่ง... มันไม่ต่างอะไรกับการมีชีวิตอยู่ในนรก!” “แต่... คุณก็มีครอบครัวของคุณ” วราลีเตือนเสียงเบา “คุณมีเมธาวี... คุณมีชีวิตของคุณที่นี่” “ชีวิตของผม... มันไม่ใช่ชีวิตจริงๆ” ภาคินพูด “มันเป็นแค่ภาพลวงตาที่ผมต้องสร้างขึ้นมาเพื่อรักษาทุกอย่างเอาไว้... แต่ผมทนไม่ไหวแล้ววราลี... ผมทนไม่ไหวที่จะต้องเห็นเธออยู่ตรงหน้าแล้วทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร” เขาบีบมือของวราลีแรงขึ้น “ผมอยากจะบอกเธอ... ว่าผมรักเธอ... รักเธอมากเหลือเกิน” วราลีได้ยินดังนั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลรินออกมา “คุณภาคินคะ... อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ” “ทำไมฉันจะพูดไม่ได้” ภาคินถาม “ในเมื่อมันคือความจริง! ความจริงที่ผมต้องเก็บซ่อนไว้... มาตลอดหลายปี” “แต่... ความจริงนี้... มันจะทำร้ายคนอื่นนะคะ” วราลีกล่าว “มันจะทำร้ายเมธาวี... แล้วก็... ทำร้ายคุณด้วย” “ผมไม่สนแล้ว!” ภาคินตะโกน “ผมไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว! ผมอยากจะเลือกทางที่ทำให้ผมมีความสุข... และทางที่ทำให้ผมมีความสุข... ก็คือเธอ!” เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากวราลีเพียงไม่กี่นิ้ว “วราลี... บอกผมมาสิ... ว่าเธอจะเลือกอะไร” วราลีสบตาภาคิน ดวงตาของเขาสะท้อนความเจ็บปวดและความหวังที่ปะปนกันอยู่ เธอเห็นความรักที่เขามีให้เธออย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็นึกถึงคำพูดของเมธาวีถึงเรื่องธุรกิจ เรื่องครอบครัว เรื่องอำนาจ “คุณภาคินคะ...” เธอเริ่มพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ฉัน... ฉันไม่สามารถ...” “ไม่สามารถอะไร!” ภาคินถามอย่างร้อนรน “ไม่สามารถรักผมได้งั้นเหรอ! หรือว่า... ไม่สามารถที่จะเลือกผมได้!” “ไม่ใช่ค่ะ!” วราลีรีบปฏิเสธ “ฉันรักคุณ... ฉันรักคุณจริงๆ... แต่...” “แต่!” ภาคินย้ำ “แต่มีอะไร!” “แต่... ฉันไม่อยากเป็นคนที่ทำลายชีวิตของใคร” วราลีพูดเสียงแผ่วเบา “ฉันไม่อยากให้เรื่องของเรา... มันกลายเป็นรอยร้าวในครอบครัวของคุณ” ภาคินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาปล่อยมือจากวราลี แล้วยกมือขึ้นกุมหน้าผากของตัวเอง “ผม... ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” เขาพึมพำ “ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายอยู่ทุกวัน” วราลีมองดูเขาด้วยความสงสาร เธออยากจะโอบกอดเขา อยากจะปลอบประโลมเขา แต่เธอรู้ว่าการกระทำนั้น อาจจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก “คุณภาคินคะ” เธอพูดอย่างนุ่มนวล “บางที... การปล่อยวาง... อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด” “ปล่อยวาง!” ภาคินเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “เธอพูดเหมือนว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ อย่างนั้นแหละ! แล้วคุณจะให้ผมปล่อยวางความรู้สึกที่มีต่อเธอได้อย่างไร! ความรู้สึกที่มันก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เรายังเด็ก!” “ฉันรู้ว่ามันยากค่ะ” วราลีกล่าว “แต่... บางครั้ง... ความรักที่แท้จริง... ก็คือการเสียสละ” “เสียสละอย่างนั้นเหรอ” ภาคินถาม “แล้วผมต้องเสียสละอะไร! เสียสละความสุขของตัวเอง... เพื่อไปให้คนอื่นมีความสุขอย่างนั้นเหรอ!” “มันไม่ใช่แค่ความสุขของคุณค่ะ” วราลีตอบ “มันคือความสุขของทุกคนที่เกี่ยวข้อง” ภาคินมองวราลีอยู่นาน เขาเห็นความจริงใจในแววตาของเธอ เห็นความเจ็บปวดที่เธอพยายามซ่อนเอาไว้ “เธอ... กำลังจะบอกให้ผมเลิกกับเมธาวี... แล้วก็... ไปจากชีวิตเธอใช่ไหม” ภาคินถามเสียงเบา วราลีพยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม “ฉัน... ฉันไม่อยากให้คุณต้องมาลำบากใจเพราะฉันค่ะ” “ลำบากใจอย่างนั้นเหรอ” ภาคินหัวเราะอย่างเจ็บปวด “ผมลำบากใจมาตลอดหลายปีแล้ววราลี! ตั้งแต่ผมต้องแต่งงานกับเมธาวี... ชีวิตผมก็ไม่มีความสุขอีกเลย” เขาเอื้อมมือมาปาดน้ำตาให้เธอ “แล้วนี่... ถ้าผมปล่อยเธอไป... ผมจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่... อย่างไร” “คุณจะหาความสุขเจอค่ะ” วราลีพูดอย่างมั่นใจ “คุณจะค่อยๆ ก้าวผ่านมันไปได้” “แต่ผมไม่อยากก้าวผ่านมันไปคนเดียว” ภาคินพูด “ผมอยากให้เธออยู่ข้างๆ ผม” วราลีส่ายหน้า “ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ” ภาคินมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “เธอ... ตัดสินใจแล้วใช่ไหม” วราลีพยักหน้า “งั้น...” ภาคินลุกขึ้นยืน “ผม... คงไม่มีอะไรจะพูดกับเธออีกแล้ว” เขาหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้วราลีนั่งอยู่เพียงลำพัง พร้อมกับน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด

6,485 ตัวอักษร