ตอนที่ 16 — บททดสอบหัวใจที่รุนแรง
วราลีพิงศีรษะกับกระจกเย็นเฉียบของหน้าต่างบานใหญ่ มองดูทิวทัศน์เมืองยามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยแสงไฟนับล้านดวง แต่ในใจกลับมีแต่ความมืดมิดไร้แสงสว่าง เธอขยำกระดาษแผ่นเล็กที่ภาคินยื่นให้เมื่อวานนี้ มันเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่ถูกตัดแต่งอย่างตั้งใจ ภาพของเธอกับภาคินในอดีตที่กำลังมีความสุขถูกนำมาวางซ้อนทับกับภาพของเมธาวีที่กำลังยิ้มหวานอยู่เคียงข้างนักการเมืองคนดังอีกคนหนึ่ง ข้อความกำกับด้านล่างเขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคย "ความสัมพันธ์ที่แท้จริงอยู่ตรงหน้าคุณ" คำพูดที่ภาคินเคยกล่าวไว้เมื่อครั้งที่เขามาหาเธอที่ออฟฟิศ "ผมรักคุณ วราลี ผมอยากให้คุณกลับมา" มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับเป็นเพลงเศร้าที่บรรเลงไม่จบสิ้น
"คุณวราลีคะ คุณทานอะไรหน่อยไหมคะ" เสียงของแอนนา ผู้ช่วยคนสนิทดังขึ้น ดึงเธอออกจากภวังค์
วราลีหันไปยิ้มบางๆ ให้แอนนา "ยังไม่หิวเลยค่ะ แอนนา"
"แต่คุณพักผ่อนน้อยนะคะ ดูจากสายตาแล้ว" แอนนาเดินเข้ามาใกล้ "มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ เล่าให้หนูฟังได้นะคะ"
แววตาของแอนนาเต็มไปด้วยความห่วงใย วราลีถอนหายใจยาว "มันเป็นเรื่องของ... ความสัมพันธ์น่ะค่ะ"
"คุณภาคินใช่ไหมคะ" แอนนาถามอย่างรู้ทัน
วราลีพยักหน้าช้าๆ "ใช่ค่ะ เขา... เขาบอกว่าเขารักฉัน เขาขอโอกาสอีกครั้ง แต่... มันไม่ง่ายเลยแอนนา"
"หนูเข้าใจค่ะคุณวราลี" แอนนาเดินไปหยิบแก้วน้ำมาวางให้ "แต่ถ้าคุณภาคินเขาจริงจัง เขาก็ต้องพิสูจน์ตัวเองนะคะ ความรู้สึกของคุณวราลีสำคัญที่สุดค่ะ"
"ฉันก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น" วราลีรับแก้วน้ำมาจิบ "แต่รูปนี้..." เธอชูรูปถ่ายขึ้น "มันทำให้ฉันสับสนไปหมด มันเหมือนใครบางคนกำลังพยายามจะ... บิดเบือนความจริง"
แอนนาขมวดคิ้วมองรูปนั้น "นี่มันอะไรกันคะ? ทำไมถึงมีภาพคุณกับคุณภาคิน แล้วก็... คุณเมธาวีด้วย"
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน" วราลีตอบเสียงเบา "แต่ฉันรู้สึกไม่ดีเลย"
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักของภาคิน บรรยากาศก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน ภาคินกำลังเผชิญหน้ากับพ่อของเขา พลเอกทรงยศ ที่ยืนเท้าสะเอวอย่างไม่พอใจ
"แกคิดว่าแกกำลังทำอะไรอยู่ ภาคิน!" เสียงของพลเอกทรงยศดังขึ้น "การยุติความสัมพันธ์กับคุณเมธาวีในตอนนี้ มันเป็นไปไม่ได้! แกกำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ความสัมพันธ์ของแกกับคุณเมธาวีเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุด!"
ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ "พ่อครับ ผมบอกพ่อแล้วไงครับ ผมไม่ได้รักเมธาวี ผมรักวราลี"
"รัก? ความรักมันจะไปเลี้ยงปากเลี้ยงท้องใครได้! ความรักมันจะพาแกไปสู่ตำแหน่งที่เราวางแผนไว้ได้หรือไง!" พลเอกทรงยศตวาดกลับ "แกอย่าได้โง่เขลา! ผู้หญิงอย่างวราลี เขาไม่มีอะไรจะให้แก นอกจากความวุ่นวาย! กลับไปคืนดีกับคุณเมธาวีซะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!"
"ผมทำไม่ได้ครับพ่อ" ภาคินยืนกราน "ผมไม่สามารถหลอกลวงใครได้อีกแล้ว โดยเฉพาะวราลี"
"แกกำลังจะทำลายทุกอย่างที่พ่อสร้างมาเพื่อแกนะ! แกเข้าใจไหม!" พลเอกทรงยศก้าวเข้ามาประชิดหน้าลูกชาย "ถ้าแกยังยืนกรานที่จะเลือกผู้หญิงคนนั้น พ่อก็จะไม่มีลูกชายคนนี้อีกต่อไป!"
คำพูดของพ่อเหมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในใจภาคิน แต่เขาก็ยังคงยืนหยัด "ผมขอโทษครับพ่อ"
พลเอกทรงยศมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธแค้น "แกมันลูกอกตัญญู!" เขากล่าวขาดคำ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งภาคินไว้กับความเงียบงันและภาระอันหนักอึ้ง
หลายวันต่อมา วราลีตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความจริง เธอรู้ดีว่าการรอคอยโดยไม่ทำอะไรเลย จะยิ่งทำให้หัวใจของเธอแหลกสลายไปมากกว่าเดิม เธอโทรศัพท์หาภาคิน และนัดพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาเคยมีความสุขในอดีต
เมื่อภาคินมาถึง วราลีก็กำลังนั่งรออยู่แล้ว เธอสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของเขา แต่ดวงตายังคงฉายแววแห่งความรักที่เธอคุ้นเคย
"มาแล้วเหรอ" วราลีเอ่ยทักเสียงเรียบ
"ขอโทษทีนะที่มาช้า" ภาคินทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามเธอ "วันนี้ที่พรรคประชุมยาวไปหน่อย"
"คุณดู... เหนื่อยนะ" วราลีมองเขาอย่างพิจารณา
"ก็มีเรื่องให้คิดเยอะน่ะ" ภาคินตอบ พลางเหลือบมองไปรอบๆ ร้าน "ที่นี่... จำได้ไหม"
"จำได้สิ" วราลีตอบเสียงเบา "ครั้งแรกที่เรามาด้วยกัน คุณสั่งลาเต้รสเข้ม แล้วฉันสั่งคาปูชิโน่หวานๆ"
"แล้วฉันก็แอบชิมคาปูชิโน่ของเธอ" ภาคินยิ้มบางๆ "เธอบอกว่ามันหวานเกินไป"
บทสนทนาเริ่มขึ้นอย่างเนือยๆ แต่ก็ค่อยๆ นำพาพวกเขาไปสู่ประเด็นสำคัญ
"ภาคิน" วราลีเรียกชื่อเขาเสียงจริงจัง "ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย"
ภาคินมองเธอ "ครับ ว่ามาเลย"
"รูปนั้น... รูปที่ตัดต่อ" วราลีหยิบรูปถ่ายออกมาวางบนโต๊ะ "ใครเป็นคนทำ"
ภาคินมองรูปนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงทุ้ม "ผม... ผมไม่รู้จริงๆ ว่าใครทำ"
"คุณแน่ใจนะ" วราลีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "เพราะมันเหมือนกับว่า... มีคนกำลังพยายามจะทำให้ฉันเชื่อว่าความสัมพันธ์ของเรามันเป็นไปไม่ได้"
"วราลี" ภาคินเอื้อมมือมาวางทาบบนหลังมือเธอ "ผมรู้ว่ามันยาก แต่ผมอยากให้เธอเชื่อผม"
"แล้วเรื่องพ่อของคุณล่ะ" วราลีถามต่อ "ท่านไม่เห็นด้วยใช่ไหม"
ภาคินถอนหายใจ "พ่อผม... ท่านเป็นห่วงอนาคตทางการเมืองของผม ท่านคิดว่าคุณเมธาวีเหมาะสมกว่า"
"เหมาะสมกว่า... ในสายตาของท่าน" วราลีเน้นคำ "แล้วในสายตาของคุณล่ะ"
"ในสายตาของผม... มีแค่เธอคนเดียว" ภาคินตอบหนักแน่น "ผมพร้อมที่จะพิสูจน์ให้พ่อเห็น ให้ทุกคนเห็น และที่สำคัญที่สุด... ให้เธอเห็น"
"พิสูจน์อย่างไร" วราลีถาม "คุณจะทำอย่างไรกับทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามา"
"ผมจะสู้" ภาคินตอบอย่างมุ่งมั่น "ผมจะสู้เพื่อความรักของเรา"
วราลียังคงมองเขาอย่างประเมิน เธอเห็นความจริงใจในแววตาของเขา เห็นความเจ็บปวดที่เขาแบกรับ แต่เธอก็ยังมีความกังวลที่ยากจะละทิ้ง
"ฉัน... ฉันอยากจะเชื่อคุณนะภาคิน" เธอกล่าว "แต่หลายสิ่งหลายอย่างมัน... มันซับซ้อนเกินไป"
"ผมรู้" ภาคินบีบมือเธอเบาๆ "แต่เราจะค่อยๆ แก้ปัญหากันไปทีละอย่างนะ"
"แล้วถ้า... ถ้ามันไม่สำเร็จล่ะ" เสียงของวราลีสั่นเครือ
"ถ้ามันไม่สำเร็จจริงๆ..." ภาคินหยุดไปครู่หนึ่ง "ผมก็พร้อมที่จะยอมรับผลที่จะตามมา แต่ผมอยากให้โอกาสตัวเองสักครั้ง... ที่จะทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง"
วราลีหลับตาลง เธอพยายามรวบรวมสติและความกล้าหาญ เธอรู้ดีว่านี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ
"ฉัน... ขอเวลาคิดอีกนิดนะ" เธอกล่าวในที่สุด
ภาคินพยักหน้า "ได้ ผมเข้าใจ"
เมื่อวราลีกลับถึงบ้าน เธอก็พบว่ามีกล่องของขวัญวางรออยู่หน้าประตู เมื่อเปิดออกดู ข้างในเป็นดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์หลายดอก พร้อมกับการ์ดใบเล็กๆ เขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคย "เพื่อความเข้มแข็งของคุณ - ว"
วราลีรู้ทันทีว่านี่คือของขวัญจากแอนนา ผู้ช่วยคนสนิทของเธอ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอหยิบดอกกุหลาบดอกหนึ่งขึ้นมา สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ มันช่วยปลอบประโลมหัวใจที่กำลังปั่นป่วนของเธอ
"ขอบคุณนะแอนนา" เธอพึมพำกับตัวเอง "ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง"
5,434 ตัวอักษร