ตอนที่ 2 — เศษเสี้ยวที่เธอไม่รู้
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานในตึกวรัญญู กรุ๊ป กวินท์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนตัวใหญ่ ใบหน้ายังคงฉายแววเคร่งขรึมเช่นเคย เขาเพิ่งกลับมาจากการเดินทางไปตรวจดูความคืบหน้าของโปรเจกต์ในต่างประเทศ ซึ่งกินเวลาไปเกือบสองสัปดาห์ ภาคย์ เลขาฯ คู่ใจกำลังรายงานความคืบหน้าของงานต่างๆ ที่เข้ามาในช่วงที่เขาไม่อยู่
"คุณกวินท์ครับ โปรเจกต์ที่ภูเก็ตคืบหน้าไปมากครับ ทางเราได้เริ่มการก่อสร้างเฟสแรกไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน" ภาคย์กล่าว "ส่วนเรื่องการประมูลที่ดินริมทะเลสาบที่เชียงใหม่ เราได้ส่งข้อเสนอไปแล้วครับ คาดว่าผลจะออกภายในอาทิตย์หน้า"
"ดี" กวินท์ตอบสั้นๆ "แล้วมีเรื่องอะไรที่ต้องให้ผมตัดสินใจเป็นพิเศษไหม"
"มีเรื่องเดียวครับที่อาจจะต้องรบกวนการตัดสินใจของคุณกวินท์" ภาคย์เว้นจังหวะ "เป็นเรื่องของทางร้าน "มุมกาแฟของลลิ" ที่เราเช่าพื้นที่อยู่ครับ ทางเจ้าของเดิมเขาเสียชีวิตลง และทายาทได้ประกาศขายตึกทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ร้านกาแฟของคุณลลิตาด้วยครับ"
กวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ร้านกาแฟเล็กๆ แถวสี่แยกนั้นนะเหรอ"
"ใช่ครับคุณกวินท์" ภาคย์พยักหน้า "ทางทายาทต้องการปิดการขายให้เร็วที่สุด และเสนอราคามาค่อนข้างสูง"
"แล้วไง" กวินท์ถาม น้ำเสียงเรียบเฉย
"ทางคุณลลิตาเองก็พยายามหาทางเจรจาต่อรองอยู่ครับ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีปัญหาสภาพคล่องพอสมควร" ภาคย์กล่าว "ผมจึงอยากเรียนปรึกษาคุณกวินท์ว่า เราจะดำเนินการอย่างไรต่อไปดีครับ"
กวินท์เงียบไปครู่หนึ่ง เขากำลังนึกถึงภาพของผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่มีดวงตาเป็นประกายราวกับดวงดาว และรอยยิ้มที่สดใสอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ "เธอ...มีปัญหาสภาพคล่องจริงๆ หรือ"
"เท่าที่ผมตรวจสอบข้อมูลมา ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ" ภาคย์ตอบ "เธอทุ่มเททุกอย่างให้กับร้านกาแฟแห่งนี้"
"ตึกนั่น...ราคาเท่าไหร่" กวินท์ถาม น้ำเสียงติดจะเย็นชา
"ราคากลางที่ทายาทเสนอมาอยู่ที่ประมาณห้าสิบล้านบาทครับ" ภาคย์ตอบ
กวินท์พ่นลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา "ห้าสิบล้าน...เป็นไปได้ยังไง" เขาพึมพำกับตัวเอง "ฉันจำได้ว่าตึกแถวแถวนั้นราคาไม่น่าจะสูงขนาดนั้น"
"อาจจะเป็นเพราะทำเลของที่ตั้งครับคุณกวินท์ บริเวณนั้นกำลังจะมีการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ ซึ่งจะทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในย่านนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วครับ" ภาคย์อธิบาย
"เข้าใจแล้ว" กวินท์พูดเสียงเครียด "เดี๋ยวผมจัดการเอง"
"คุณกวินท์จะ...?" ภาคย์ถามอย่างไม่แน่ใจ
"ก็แค่...จัดการให้มันเรียบร้อย" กวินท์ตอบ "ไม่ต้องกังวล"
เขาหันกลับไปมองภาพวิวเมืองหลวงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร และทำไปเพื่ออะไร แต่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมเรื่องของผู้หญิงคนนั้นถึงได้เข้ามาอยู่ในความคิดของเขาได้
"ไปเอากาแฟมาให้ฉันแก้วหนึ่ง" กวินท์สั่งภาคย์ "เอาแบบเข้มๆ หน่อย"
ภาคย์รีบรับคำและเดินออกไป กวินท์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ปล่อยให้ความคิดของเขาไหลไปเรื่อยๆ เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาสนใจเรื่องของใครบางคนนอกเหนือจากเรื่องงานมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องของ "ความรัก" ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยอยู่ในสารบบความคิดของเขาเลย
"ทำไมฉันถึงต้องมาสนใจเรื่องของเธอด้วยนะ" เขาถามตัวเองซ้ำๆ "ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากเธอ"
แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่นั้น ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน เป็นความรู้สึกที่ปะปนไปด้วยความหงุดหงิด ความสงสัย และ...ความอยากรู้อยากเห็น
อีกด้านหนึ่ง ณ ร้าน "มุมกาแฟของลลิ" ลลิตากำลังนั่งกุมขมับอยู่กับกองเอกสาร เธอเพิ่งได้รับแจ้งจากทนายความของทายาทว่า ราคาที่เสนอขายตึกนั้นสูงเกินกว่าที่เธอจะหาเงินมาซื้อได้ เธอมองไปรอบๆ ร้าน ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความเสียดาย
"เป็นไปได้ยังไง" เธอพึมพำกับตัวเอง "ฉันทุ่มเททุกอย่างให้กับที่นี่ ทำไมมันถึงได้มาถึงจุดนี้"
"คุณลิคะ" เสียงของ "แพรว" พนักงานประจำร้านดังขึ้น "คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูหน้าซีดๆ นะคะ"
"เปล่าจ้ะแพรว" ลลิตาพยายามยิ้ม "แค่...คิดเรื่องนิดหน่อย"
"เรื่องร้านเหรอคะ" แพรวถามอย่างห่วงใย "ฉันเข้าใจนะคะว่ามันยาก แต่เราต้องเข้มแข็งนะคะ"
"ขอบใจจ้ะแพรว" ลลิตาพูดอย่างซาบซึ้ง "ถ้าไม่มีเธอ ฉันคงผ่านมันไปไม่ได้แน่ๆ"
"เราจะช่วยกันนะคะคุณลิ" แพรวพูดด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ประตูร้านก็เปิดออกอีกครั้ง และกวินท์ก็ก้าวเข้ามา เขาสวมสูทสีเทาเข้มในวันนี้ ซึ่งดูอ่อนโยนลงกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย แต่แววตาเย็นชาของเขาก็ยังคงเหมือนเดิม
"ขอลาเต้เย็นแก้วนึง" เขาพูด น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย
ลลิตาหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เธอจำเขาได้ทันที ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความเย็นชาที่ทำให้เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
"คุณ..." เธอเอ่ยเรียกชื่อเขา แต่ก็หยุดไป เพราะเธอไม่รู้ชื่อเขา
"ผมชื่อกวินท์" เขาตอบ ราวกับอ่านใจเธอออก "แล้วคุณคือลลิตา ใช่ไหม"
"ค่ะ" ลลิตาตอบ รับรู้ได้ถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเขาเรียกชื่อเธอ "ฉัน...คือลลิตาค่ะ"
"ผมได้ยินมาว่าคุณกำลังมีปัญหากับเรื่องร้านนี้" กวินท์พูดตรงประเด็น "ผมอยากจะช่วย"
ลลิตาอึ้งไป "ช่วย...ยังไงคะ"
"ผมจะซื้อตึกนี้" กวินท์พูด "แล้วผมจะให้คุณเช่าต่อในราคาที่ถูกลงมากๆ"
"อะไรนะคะ!" ลลิตาอุทานด้วยความตกใจ "คุณ...จะซื้อตึกนี้จริงๆ เหรอคะ"
"ใช่" กวินท์ตอบ "ผมไม่ชอบเห็นใครต้องมาเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองรัก"
ลลิตามองหน้าเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้ถึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอ แต่เธอก็รู้สึกขอบคุณเขาอย่างสุดซึ้ง "ฉัน...ขอบคุณมากค่ะคุณกวินท์"
"ไม่ต้องขอบคุณ" กวินท์พูด "ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมคิดว่าถูกต้อง"
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา "ผมจะให้ทนายของผมติดต่อกับทนายของทางทายาท เดี๋ยวเราคุยรายละเอียดกันอีกที"
ลลิตามองเขาอย่างตะลึงงัน เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตของเธอจะพลิกผันไปได้ถึงขนาดนี้ ชายหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้ ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง โดยที่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงของเขา
"แล้ว...ทำไมคุณถึงยอมช่วยฉันคะ" ลลิตาถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
กวินท์หันมามองเธอ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "เพราะ...ฉันรู้สึกผิด" เขาตอบ น้ำเสียงแผ่วเบาลงอย่างน่าประหลาด "เมื่อครั้งที่แล้ว ที่ฉันมาที่นี่ ฉันอาจจะพูดจาไม่ดีกับคุณ ฉันเลยอยากจะชดเชยให้"
ลลิตาพยักหน้ารับ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำพูดของเขา แม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะยังคงความเย็นชาอยู่บ้างก็ตาม
"ฉันเข้าใจค่ะ" ลลิตาพูด "ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณกวินท์"
"ไม่เป็นไร" กวินท์ตอบ "แล้วเจอกัน"
เขาเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้ลลิตายืนนิ่งอยู่กับที่ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เป็นความอบอุ่นที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
"คุณกวินท์..." เธอพึมพำชื่อเขาเบาๆ
ในขณะที่กวินท์กำลังเดินกลับไปยังรถ เขาไม่หันกลับไปมองร้านกาแฟนั้นเลย แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยภาพของผู้หญิงคนนั้น ภาพของรอยยิ้มที่สดใสของเธอ และสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง
"ฉันไม่ได้รู้สึกผิด" เขาบอกตัวเอง "ฉันแค่...อยากให้ทุกอย่างมันลงตัว"
แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ดีว่า มันไม่ใช่แค่นั้นแน่ๆ
5,695 ตัวอักษร