ตอนที่ 7 — มรดกที่มาพร้อมความทรงจำ
"คือ...ผมเพิ่งจะได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของที่ดินแปลงนี้มาครับ" ภาคย์กล่าวต่อ เสียงของเขาอึกอักเล็กน้อย "และพบว่า...คุณกวินท์คือผู้รับมรดกที่แท้จริงของที่ดินแปลงนี้"
กวินท์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างแรง ภาพในอดีตไหลย้อนกลับมาในหัว เขาจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณตานั้นไม่เคยแสดงความรักความอบอุ่นให้เขาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความคาดหวังในฐานะทายาทธุรกิจเท่านั้น แต่กระนั้น คุณตาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องการยกมรดกให้เขาโดยตรง การที่เขาเป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งร้านกาแฟของลลิตาอยู่ เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง
"คุณแน่ใจนะภาคย์" กวินท์ถาม เสียงแหบพร่า "นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นใช่ไหม"
"ผมแน่ใจครับคุณกวินท์" ภาคย์ตอบ นัยน์ตาฉายแววเห็นใจ "ผมได้ตรวจสอบเอกสารทุกอย่างแล้ว เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของคุณกวินท์อย่างถูกต้อง แต่เป็นเอกสารเก่าเก็บ และทางทนายความของคุณตาได้เก็บรักษาไว้ให้"
"ทำไม...ทำไมถึงไม่มีใครบอกผมเลย" กวินท์พึมพำ เขารู้สึกสับสน มึนงง และเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่เคยมีกับคุณตาเป็นเรื่องซับซ้อนเสมอมา เขาเติบโตมาภายใต้เงาของชายผู้ทรงอิทธิพล แต่ก็เย็นชาเสมอมา เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมถึงไม่เคยได้รับความรักจากผู้เป็นตาเลย แม้จะพยายามทำตัวให้ดีที่สุดก็ตาม
"คุณย่าของคุณกวินท์เป็นผู้จัดการเรื่องมรดกส่วนใหญ่ครับ" ภาคย์อธิบาย "เธออาจจะเห็นว่าคุณกวินท์ไม่สนใจเรื่องธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ และเป็นกังวลว่าคุณกวินท์จะเหนื่อยกับการต้องจัดการเรื่องนี้ เธอจึงตัดสินใจที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน จนกว่าคุณกวินท์จะพร้อม หรือจนกว่าจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้คุณกวินท์ต้องรับรู้"
"เหตุการณ์บางอย่าง..." กวินท์พ่นลมหายใจออกมา "ก็คือการที่ผมกำลังจะทำลายร้านของลลิตาไงล่ะ"
ความขัดแย้งในใจกวินท์ทวีความรุนแรง เขาไม่ใช่แค่กำลังจะซื้อที่ดินของคนอื่น แต่เขากำลังจะทำลายร้านของหญิงสาวที่กำลังทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขาอ่อนไหวลง "ผม...ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดีภาคย์"
"ผมเข้าใจครับคุณกวินท์" ภาคย์กล่าว "แต่นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่คุณจะได้จัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
"หมายความว่ายังไง"
"ก็ในเมื่อคุณกวินท์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นอยู่แล้ว" ภาคย์อธิบาย "คุณกวินท์สามารถตัดสินใจทุกอย่างได้เอง ไม่ต้องรอการอนุมัติจากใคร และที่สำคัญที่สุด คุณกวินท์สามารถเลือกที่จะไม่รื้อถอนร้านของคุณลลิตาได้"
คำพูดของภาคย์เหมือนแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในความมืด กวินท์มองไปยังเอกสารในมือของภาคย์ ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของลลิตาปรากฏขึ้นในความคิด เขานึกถึงวันที่เธอหัวเราะอย่างมีความสุขในร้านกาแฟของเธอ นึกถึงความมุ่งมั่นที่ฉายในแววตาของเธอ
"แต่...ถ้าผมไม่รื้อถอนร้านของเธอ" กวินท์ถาม "ผมจะพัฒนาโครงการใหญ่ของบริษัทได้อย่างไร"
"คุณกวินท์สามารถปรับแผนการพัฒนาได้ครับ" ภาคย์เสนอ "อาจจะลดขนาดของโครงการลงเล็กน้อย หรือหาพื้นที่อื่นมาทดแทน หรือแม้กระทั่ง...รวมร้านกาแฟของคุณลลิตาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา"
"รวมร้านกาแฟของเธอเข้ามา..." กวินท์ครุ่นคิด การรวมร้านกาแฟของลลิตาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เขาจะได้ไม่ทำลายร้านของเธอ และยังสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับเธอไว้ได้
"คุณคิดว่าเธอจะยอมไหม" กวินท์ถาม
"ถ้าคุณกวินท์เสนอเงื่อนไขที่ดีพอ ผมว่าเธอน่าจะยอมนะครับ" ภาคย์ตอบ "แถมตอนนี้คุณกวินท์ก็มีอำนาจต่อรองมากกว่าเดิมเยอะเลย"
"อำนาจต่อรอง..." กวินท์หัวเราะเบาๆ "ผมกลายเป็นเจ้าของที่ดินที่เธออยู่เสียแล้ว"
"ใช่ครับ" ภาคย์ยิ้ม "นี่อาจจะเป็นโชคชะตาที่ทำให้คุณกวินท์ได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
กวินท์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาหยิบเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ขึ้นมาดู ชื่อของเขาปรากฏเด่นชัดบนกระดาษแผ่นนั้น มันคือมรดกที่เขาไม่เคยคาดคิด มรดกที่มาพร้อมกับความทรงจำอันขมขื่นในวัยเด็ก และมรดกที่กำลังจะเชื่อมโยงเขากับอนาคตของหญิงสาวที่ชื่อลลิตา
"ภาคย์" กวินท์เอ่ยขึ้น "ช่วยร่างข้อเสนอใหม่ให้ผมหน่อย"
"ข้อเสนอแบบไหนครับคุณกวินท์"
"ข้อเสนอที่จะรวมร้านกาแฟของลลิตาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ" กวินท์ตอบ "และให้สิทธิ์เธอในการบริหารจัดการร้านของเธอเองภายใต้การร่วมทุนกับบริษัทของเรา"
ภาคย์พยักหน้า "เข้าใจแล้วครับ"
"และที่สำคัญ" กวินท์กล่าวต่อ "ผมต้องการจะบอกเธอเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
ภาคย์มองหน้าเจ้านายอย่างแปลกใจ "คุณกวินท์จะบอกเธอเรื่อง...ที่คุณเป็นเจ้าของที่ดิน?"
"ใช่" กวินท์ตอบ ใบหน้าของเขาดูมุ่งมั่นขึ้น "ผมต้องการให้เธอรู้ความจริงทั้งหมด"
เขาไม่รู้ว่าลลิตาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่าคนที่กำลังจะทำลายร้านของเธอ แท้จริงแล้วคือคนที่ได้มอบโอกาสครั้งใหม่ให้แก่เธอ และในขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าของที่ดินที่ร้านของเธอตั้งอยู่ ความรู้สึกผิดที่เคยมีเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้อง
3,927 ตัวอักษร