ย้อนเวลามาเป็นเมียตัวร้าย

ตอนที่ 28 / 50

ตอนที่ 28 — การเผชิญหน้าในคืนอันตราย

สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง กลบเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่แล่นฝ่าความมืดไปตามถนนสายเปลี่ยว แพรวาซบหน้ากับกระจกเย็นเฉียบ ดวงตาจับจ้องไปยังภาพเงาสะท้อนของตัวเอง ความกังวลและความไม่แน่ใจถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน เหตุการณ์ในห้องลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ภาพบันไดที่ทอดยาวลงไปในความมืด เงามืดที่วายุเห็น และคำพูดของชายปริศนาที่ว่า "ข้า... ข้าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย" ทุกสิ่งล้วนแต่เป็นปริศนาที่ยังรอการคลี่คลาย "คุณแน่ใจนะครับว่าเห็นเงาจริงๆ" เสียงของอนาวินดังขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมภายในรถอย่างอึดอัด วายุพยักหน้าอย่างหนักแน่น ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าเดิม "ผมแน่ใจครับอนาวิน มันไม่ใช่ภาพหลอน มันเป็นเงาที่เคลื่อนไหวได้ ผมเห็นมันเลือนรางอยู่ตรงปากทางลงบันไดก่อนที่ไฟฉายของคุณจะส่องเข้าไป" "แล้วมันเป็นเงาของใครล่ะ" แพรวาถาม เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่ความหวาดหวั่นมันเล็ดลอดออกมาจนยากจะปิดบัง "นั่นแหละคือสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ" วายุตอบ เขากลืนน้ำลายลงคอ "มันเหมือนกับเงาของคน แต่ผมมองไม่ชัด มันเร็วมาก... แล้วมันก็หายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีอยู่" อนาวินพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา "คฤหาสน์หลังนี้มีประวัติยาวนาน และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ถูกซุกซ่อนไว้มากมาย แต่ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะมีอะไรแบบนี้อยู่ภายใน" "คุณเคยได้ยินข่าวลืออะไรเกี่ยวกับคฤหาสน์หลังนี้บ้างไหมครับ" วายุถาม เขาหันไปมองอนาวินด้วยแววตาคาดหวัง "เรื่องราวเกี่ยวกับห้องลับ หรืออะไรที่ผิดปกติ" อนาวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ "เท่าที่ผมรู้ หลักๆ ก็เป็นเรื่องของความร่ำรวยของตระกูล และบ้างก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความลึกลับของเจ้าของคนก่อนๆ ที่ชอบเก็บตัว แต่ไม่มีใครเคยพูดถึงห้องลับ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติที่ชัดเจนขนาดนี้" "แต่คุณต้องรู้สิ" แพรวาพูดแทรกขึ้น "ในฐานะที่คุณเป็นทายาท คุณต้องได้รับรู้ประวัติของตระกูล และสถานที่แห่งนี้" อนาวินสบตาแพรวา "แพรวา ผมบอกคุณได้เลยว่า ผมไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ เอกสารเก่าแก่ที่ผมเคยเห็น ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สิน หรือบันทึกทั่วไป ไม่มีอะไรที่บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของห้องลับใต้พื้นแบบนั้น" "แล้วใครคือชายปริศนาคนนั้น" วายุถามขึ้นอีกครั้ง "เขาอยู่ที่นั่นได้อย่างไร ทำไมเขาถึงแสดงท่าทีตกใจเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งๆ ที่เหมือนจะรู้เรื่องบางอย่าง" "ผมก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน" อนาวินตอบ "เขาดูเหมือนจะรู้ที่ตั้งของห้องลับได้ไม่ยาก แต่ท่าทีของเขาก็ดูเหมือนจะตกใจจริงๆ" "เขาอาจจะตกใจที่แผนของเขาถูกเปิดโปงก็ได้" แพรวาเอ่ยขึ้น ลิ้นของเธอแลบเลียริมฝีปากแห้งผาก "บางที เขาอาจจะแอบเข้ามาในคฤหาสน์ของคุณเพื่อค้นหาบางสิ่งในห้องนั้น หรือบางที เขาอาจจะเป็นคนที่สร้างมันขึ้นมาก็ได้" "แต่ถ้าเขาเป็นคนสร้าง มันก็แปลกที่เขาจะทำท่าทีไม่รู้อะไรเลย" วายุแย้ง "และถ้าเขาแอบเข้ามาเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง ทำไมเขาถึงไม่ลงไปสำรวจทันทีที่เห็นปากทางเข้า" "นั่นสิ" อนาวินพยักหน้า "มันมีหลายอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล" รถยนต์ยังคงแล่นต่อไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เสียงใบปัดน้ำฝนปะทะกับกระจกหน้ารถดังเป็นจังหวะ ชวนให้รู้สึกหดหู่ยิ่งขึ้น แพรวาหลับตาลง เธอพยายามรวบรวมสติ คิดทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การที่เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ 'แพรไหม' ตัวร้ายในนิยาย จนมาถึงเหตุการณ์ในวันนี้ "แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป" แพรวาถามเมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง "เราจะกลับไปที่คฤหาสน์อีกครั้งไหม" "ผมคิดว่าเราควรจะปรึกษาเรื่องนี้กับทนายความของครอบครัวเสียก่อน" อนาวินเอ่ย "เขาอาจจะมีข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวกับเอกสารเก่าแก่ หรือเรื่องราวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน" "แต่ถ้าชายคนนั้นรู้เรื่องห้องลับ และความลับบางอย่างที่อยู่ข้างใน เขาอาจจะกลับไปที่นั่นอีกครั้งก็ได้" วายุเสริม "เราควรจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น" "ผมเห็นด้วย" อนาวินกล่าว "จากนี้ไป เราทุกคนต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ" "แต่ผมยังคงกังวลเรื่องเงาที่ผมเห็น" วายุพูดต่อ "มันทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังจับตามองเราอยู่" "คุณหมายถึงอะไร" แพรวาถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล "ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน" วายุตอบ "แต่มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก มันเหมือนกับ... ความรู้สึกของอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา" อนาวินกำพวงมาลัยแน่นขึ้น "เราจะหาคำตอบของเรื่องนี้ให้ได้ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายคุณ หรือเข้ามาสร้างความเดือดร้อนในครอบครัวของผม" คำพูดของอนาวินทำให้แพรวารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่ความกังวลยังคงเกาะกุมหัวใจของเธออยู่ไม่หาย การที่วายุเห็นเงาในห้องลับนั้นมันเป็นสัญญาณอันตรายที่ชัดเจน และชายปริศนาคนนั้นก็ดูเหมือนจะมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าที่คิด "คุณว่า... เงาที่วายุเห็น มันอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในอดีตที่เราเคยพูดถึงไหม" แพรวาถาม "เรื่องราวของตระกูลที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน" อนาวินครุ่นคิด "เป็นไปได้ แพรวา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้ มันเชื่อมโยงกันไปหมด ผมรู้สึกได้ว่าความลับที่ถูกซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาทีละอย่าง" "แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าความลับนั้นคืออะไร" วายุถาม "เราต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง" อนาวินตอบเสียงหนักแน่น "เราจะไปหาทนายความของครอบครัวพรุ่งนี้เช้า และจะพยายามรวบรวมข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับคฤหาสน์หลังนี้" "แล้วถ้าชายคนนั้นกลับไปที่ห้องลับอีกครั้งล่ะ" แพรวาถาม "เราควรจะทำอย่างไร" "เราจะวางแผนรับมือ" อนาวินกล่าว "ผมจะสั่งให้คนของเราเฝ้าระวังคฤหาสน์ตลอด 24 ชั่วโมง และถ้ามีอะไรผิดปกติ เราจะรีบดำเนินการทันที" ตลอดทางกลับบ้าน แพรวายังคงรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ราวกับว่ามีสายตาที่มองไม่เห็นกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่ เหตุการณ์ในห้องลับและการปรากฏตัวของชายปริศนา ได้นำพาพวกเขาไปสู่เส้นทางที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม ความลับที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้กำลังจะเปิดเผยออกมา แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความลับก็คือ อันตรายที่แฝงตัวอยู่เบื้องหลัง เมื่อรถยนต์จอดเทียบหน้าบ้าน แพรวาก็รีบลงจากรถทันที เธอหันไปมองอนาวิน "คืนนี้ ฉันจะอยู่บ้านของคุณนะ" อนาวินพยักหน้า "ได้สิ ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลคุณเอง" วายุก้มศีรษะให้ทั้งสอง "ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ถ้ามีอะไร โทรหาผมได้ตลอดเวลา" แพรวาพยักรับ พลางมองตามหลังรถของวายุที่ค่อยๆ หายลับไปในความมืดของรัตติกาล เธอรู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นไปทั่วสันหลังเมื่อนึกถึงเงาที่วายุเห็น "เข้ามาข้างในเถอะ" อนาวินเอ่ย เขาจับมือแพรวาเบาๆ "ข้างนอกนี่อากาศเย็น" แพรวายอมให้เขาจูงมือเข้าไปในบ้าน ทันทีที่เท้าก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน เธอก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเล็กน้อย แต่ภาพห้องลับและเงาประหลาดก็ยังคงติดตา ราวกับว่ามันกำลังจะก้าวตามเข้ามาจากความมืดภายนอก "คุณนอนพักผ่อนก่อนนะ" อนาวินกล่าว "ผมจะไปเตรียมเครื่องดื่มอุ่นๆ ให้" แพรวาพยักหน้า เธอเดินตรงไปยังห้องนั่งเล่น ปล่อยให้ความคิดของเธอโลดแล่นไปกับปริศนาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เธอรู้ดีว่าการกลับมาในร่างของแพรไหม ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง แต่ยังเป็นการก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและความลับที่คาดไม่ถึง

5,735 ตัวอักษร