ตอนที่ 10 — การเผชิญหน้าท่ามกลางความเข้าใจผิด
เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนของเมลิสา ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งความฝัน ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการนอนน้อยยังคงตามติด แต่เมื่อนึกถึงภารกิจที่ต้องทำ เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันสำคัญ วันที่เธอจะต้องไปเลือกชุดแต่งงานกับธนินท์
เมลิสาเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว หยิบชุดเดรสผ้าไหมสีขาวสะอาดตาที่เตรียมไว้สำหรับวันนี้ขึ้นมาสวม มันเป็นชุดเรียบง่าย แต่ดูสง่างาม เธอใช้เวลาแต่งหน้าแต้มเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ใบหน้าดูสดใสมีชีวิตชีวา ก่อนจะเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังห้องรับประทานอาหารเช้า
เมื่อเธอลงมาถึง ธนินท์ก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ปลดกระดุมบนสุดออก ดูผ่อนคลายกว่าทุกวัน เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เธอทันทีที่เห็น
"อรุณสวัสดิ์ครับเมลิสา" ธนินท์เอ่ยทักทาย "นอนหลับสบายดีไหม"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณธนินท์" เมลิสาตอบพลางนั่งลงตรงข้ามเขา "หลับสบายดีค่ะ ขอบคุณที่ถาม"
บริกรนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ เป็นอาหารฝรั่งที่จัดวางอย่างสวยงาม เมลิสาหยิบมีดส้อมขึ้นมา แต่ก็ยังรู้สึกเกร็งๆ อยู่ในใจ
"วันนี้เราจะไปร้าน 'พริมโรส' นะครับ" ธนินท์พูดพลางตักไข่คนเข้าปาก "เป็นร้านชุดแต่งงานที่คุณนลินีแนะนำมา บอกว่ามีแบบที่สวยงามและมีเอกลักษณ์"
"ค่ะ" เมลิสาตอบ "ฉันเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เห็นค่ะ"
"ผมรู้" ธนินท์ยิ้ม "เธอจะสวยมากในชุดแต่งงาน"
คำชมนั้นทำให้เมลิสาใจเต้นแรงอีกครั้ง เธอพยายามเก็บอาการ และก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อไป
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เมลิสากับธนินท์หันไปมองพร้อมกัน ภวินท์ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา
"อรุณสวัสดิ์ครับ คุณธนินท์ คุณเมลิสา" ภวินท์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมเห็นคุณทั้งสองกำลังจะออกไปข้างนอกพอดี"
"อ้าว คุณภวินท์" ธนินท์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ "ใช่ครับ เรากำลังจะไปเลือกชุดแต่งงาน"
ภวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "อ้อ จะเร็วไปหน่อยไหมครับ" เขาเดินเข้ามาใกล้ เขย่งปลายเท้ากระซิบข้างหูเมลิสา "ผมคิดว่าเรายังมีเรื่องที่ต้องคุยกันนะ เมลิสา"
เมลิสาสะดุ้งเล็กน้อย เธอมองหน้าภวินท์ด้วยความไม่เข้าใจ
"เรื่องอะไรครับ คุณภวินท์" ธนินท์ถามแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาเริ่มแฝงความไม่พอใจ
"เรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับเมลิสาครับ" ภวินท์หันไปตอบธนินท์ "คุณธนินท์คงจะไม่ว่าอะไรนะครับ"
"ผมว่า คุณภวินท์ควรจะพูดเรื่องที่เกี่ยวกับคุณเมลิสาต่อหน้าผมนะครับ" ธนินท์พูดเสียงเย็น "ในฐานะคู่หมั้นของเธอ"
ภวินท์หัวเราะในลำคอ "คู่หมั้นที่เพิ่งจะตกลงปลงใจกันไม่นาน" เขาหันกลับมามองเมลิสา "หรือว่า... เมลิสาจะเปลี่ยนใจแล้ว"
เมลิสาสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น เธอรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้น
"คุณภวินท์คะ" เมลิสาเอ่ยเสียงสั่น "คุณเข้าใจผิดไปแล้วค่ะ"
"เข้าใจผิดเรื่องอะไรครับ" ภวินท์ถาม กลับกัน "เรื่องที่ฉันเห็นคุณอยู่กับธนินท์สองต่อสองในห้องทำงานเมื่อคืน หรือเรื่องที่ฉันได้ยินบทสนทนาของคุณกับธนินท์เกี่ยวกับ... การแต่งงาน"
เมลิสากลืนน้ำลาย เธอไม่คิดว่าภวินท์จะบังเอิญได้ยินเรื่องราวบางส่วน
"คุณภวินท์คะ" เมลิสาพยายามอธิบาย "เรื่องมันซับซ้อนกว่านั้นค่ะ"
"ซับซ้อนยังไงครับ" ภวินท์ย้ำ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความระแวง "หรือว่า... แผนการของคุณคือการใช้ธนินท์เป็นบันไดไปสู่เป้าหมายอะไรบางอย่าง"
"หยุดนะ ภวินท์!" ธนินท์แทรกขึ้นมาทันที ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ "คุณกำลังกล่าวหาเมลิสาอย่างไม่มีมูลความจริง"
"ผมแค่สงสัยครับ" ภวินท์ยังคงยืนกราน "และผมก็มีเหตุผลที่ต้องสงสัย"
"เหตุผลของคุณคืออะไร" ธนินท์ถาม "คุณเห็นอะไรที่คุณคิดว่าสำคัญ"
"ผมเห็น... ความสัมพันธ์ที่เกินเลยครับ" ภวินท์พูด "ระหว่างคุณกับเมลิสา"
เมลิสาทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอพูดเสียงดังขึ้น "คุณภวินท์คะ คุณไม่รู้เรื่องอะไรเลย! อย่าตัดสินอะไรเพียงแค่เห็นเพียงด้านเดียว"
"ถ้าอย่างนั้น... ก็อธิบายมาสิ" ภวินท์ท้าทาย "ให้ฉันเข้าใจ"
เมลิสากลืนน้ำลาย เธอหันไปมองธนินท์ ธนินท์พยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าให้เธอพูด
"ดิฉัน... ดิฉันตกลงที่จะแต่งงานกับคุณธนินท์ เพราะมีเหตุผลบางอย่าง" เมลิสาเริ่มพูด "มันเป็นแผนการที่... ที่เราทั้งสองคนตกลงกัน"
"แผนการอะไรครับ" ภวินท์ถามอย่างไม่ไว้ใจ
"มันเป็นแผนการที่เกี่ยวข้องกับ... คุณนลินีครับ" เมลิสาบอก "และเกี่ยวข้องกับ... มรดกของครอบครัว"
ภวินท์นิ่งอึ้งไป เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องจะซับซ้อนขนาดนี้
"มรดกของคุณนลินี?" ภวินท์ถาม "แล้วเกี่ยวอะไรกับเมลิสา"
"คุณนลินี... กำลังจะเสียทรัพย์สินทั้งหมดให้กับ... องค์กรการกุศล" เมลิสาพูดเสียงเบา "หากเธอไม่มีทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมาย"
"แล้ว... คุณธนินท์กับเมลิสา..." ภวินท์มองหน้าทั้งสองคนอย่างจับผิด
"เรากำลังจะแต่งงานกัน เพื่อให้มีทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมาย" ธนินท์ตอบแทน "และเพื่อรักษาทรัพย์สินของครอบครัวไว้"
ภวินท์อึ้งไป เขาจ้องมองไปที่เมลิสา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและผิดหวัง
"นี่... นี่คือความจริงทั้งหมดเหรอเมลิสา" ภวินท์ถามเสียงแผ่ว "เธอ... ไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยใช่ไหม"
เมลิสาทนไม่ไหวกับสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของภวินท์ เธอตอบเสียงเบา "ดิฉัน... ดิฉันต้องทำเพื่อครอบครัวของดิฉันค่ะ"
"ครอบครัวของคุณ..." ภวินท์พึมพำ "แล้วครอบครัวของฉันล่ะ... ที่ต้องเจ็บปวดเพราะความเห็นแก่ตัวของคุณ"
คำพูดนั้นทำให้เมลิสาสะอึก เธอรู้สึกผิดอย่างมาก
"ผมว่าพอแล้ว คุณภวินท์" ธนินท์พูดเสียงแข็ง "คุณเข้าใจผิดมาตลอด"
"ผมจะไป" ภวินท์พูด "แต่ผมจะกลับมา... เพื่อทวงความยุติธรรม" เขาหันหลังเดินออกไปจากห้องอาหาร ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความอึดอัด
เมลิสารู้สึกเหมือนหัวใจของเธอแตกสลาย เธอหันไปมองธนินท์ น้ำตาคลอเบ้า
"ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ คุณธนินท์" เมลิสาเอ่ยเสียงสั่น "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เรื่องมันบานปลาย"
ธนินท์ถอนหายใจยาว เขาเดินเข้ามาหาเมลิสา วางมือบนไหล่ของเธอ
"ไม่เป็นไรนะเมลิสา" ธนินท์พูด "มันไม่ใช่ความผิดของคุณ"
"แต่... แต่เขาเข้าใจผิดไปหมดแล้ว" เมลิสาพูด "และฉันก็... ฉันไม่รู้ว่าจะแก้ไขมันยังไง"
"เราจะหาวิธีแก้ไขมันเอง" ธนินท์ปลอบ "ตอนนี้... เราไปเลือกชุดแต่งงานกันก่อนดีกว่า"
เมลิสาก้มหน้าลง มองจานอาหารตรงหน้า เธอรู้สึกเหนื่อยล้าและสับสนไปหมด
"ฉัน... ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะไปต่อได้ไหมค่ะ" เมลิสาบอก "ฉันรู้สึก... แย่มาก"
"ไม่เป็นไร" ธนินท์พูด "ถ้าเธออยากพัก... เราก็พัก" เขาจับมือเธอไว้ "จำไว้นะเมลิสา... เรากำลังทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่า"
เมลิสาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความรู้สึกเสียใจเอาไว้ เธอรู้ว่าการแสดงนี้ยังอีกยาวไกล และการเผชิญหน้ากับความเข้าใจผิดของภวินท์ก็เป็นเพียงบททดสอบบทหนึ่งเท่านั้น
5,312 ตัวอักษร