ตอนที่ 17 — แผนสำรองที่ทำให้ใจหวั่นไหว
ความเงียบปกคลุมห้องรับแขกริมทะเลสาบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันหนักอึ้งไปด้วยความไม่แน่นอน เมลิสาก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันแน่น เธอรู้สึกถึงความหวังที่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
“ทางเลือกอื่น... สำหรับหนู?” เมลิสาถามเสียงแผ่ว พลางเงยหน้ามองคุณนลินี “หมายความว่ายังไงคะ”
คุณนลินีถอนหายใจเบาๆ “หมายความว่า... ฉันคงไม่สามารถเข้าไปช่วยพยุงธุรกิจของครอบครัวเธอได้โดยตรงอีกแล้ว” เธอกล่าว “แต่... ฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก เขากำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจบันเทิงและไลฟ์สไตล์”
เมลิสายังคงตั้งใจฟัง “เขา... เขาจะลงทุนในธุรกิจของหนูเหรอคะ”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังจะเสนอ” คุณนลินีตอบ “ฉันจะแนะนำให้เขารู้จักกับครอบครัวของเธอ และถ้าเขาเห็นศักยภาพ... เขาก็อาจจะตัดสินใจลงทุน”
ธนินท์มองคุณนลินีด้วยความสงสัย “แล้ว... ข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขอะไรแอบแฝงหรือเปล่าครับ”
คุณนลินีหันไปมองธนินท์ “แน่นอนสิจ๊ะ” เธอตอบ “นักธุรกิจคนนี้... เขาค่อนข้างพิเศษ เขาต้องการใครสักคนที่จะเป็นเหมือน ‘หน้าตา’ หรือ ‘ตัวแทน’ ของบริษัทใหม่ที่จะก่อตั้งขึ้นมา”
“ตัวแทน?” เมลิสาทวนคำ “หมายถึง... ให้หนูเป็นผู้บริหารเหรอคะ”
“มากกว่านั้นจ้ะ” คุณนลินีกล่าว “เขาต้องการคนที่สามารถเป็น ‘หน้าเป็นตา’ ให้กับโครงการใหม่ได้... คนที่มีภาพลักษณ์ที่ดี มีเสน่ห์ และเป็นที่รู้จัก”
เมลิสาเริ่มจับเค้าลางบางอย่างได้ “แล้ว... คนคนนั้น... คือใครคะ”
คุณนลินียิ้มบางๆ “เขาคือ... ภวินท์จ้ะ”
คำว่า ‘ภวินท์’ หลุดออกจากปากคุณนลินี ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเมลิสา เธอตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะหนึ่ง ภาพความทรงจำเก่าๆ ความสัมพันธ์ที่เคยมีกับภวินท์ ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ภวินท์?” เมลิสาอุทานเสียงเบา “คุณป้าหมายถึง... ภวินท์... คนรักเก่าของหนูเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ” คุณนลินียืนยัน “ภวินท์เป็นคนที่ฉันหมายมั่นปั้นมือให้เป็นทายาทธุรกิจของฉันมาตลอด เขาเป็นคนฉลาด มีวิสัยทัศน์ และมีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง”
“แต่... หนู... กับภวินท์...” เมลิสาพูดติดขัด “เราเลิกกันไปแล้วนะคะ”
“ฉันรู้จ้ะ” คุณนลินีกล่าว “แต่บางครั้ง... ความสัมพันธ์เก่าๆ ก็สามารถนำกลับมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้นะ”
ธนินท์มองเมลิสาด้วยความกังวล เขาเห็นสีหน้าของเธอที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“คุณนลินีครับ” ธนินท์พูดขึ้น “ผมคิดว่าข้อเสนอนี้อาจจะไม่เหมาะสม”
“ไม่เหมาะสมอย่างไรจ๊ะ ธนินท์” คุณนลินีถาม “นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับครอบครัวของเมลิสา และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับภวินท์ที่จะพิสูจน์ตัวเอง”
“แต่ผมรู้จักภวินท์ดีพอสมควรครับ” ธนินท์กล่าว “ผมรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร และผมไม่แน่ใจว่าเขาจะจริงใจกับเมลิสาในครั้งนี้”
“ความจริงใจ...” คุณนลินีหัวเราะเบาๆ “เป็นสิ่งที่หายากยิ่งกว่าทองในโลกธุรกิจนะจ๊ะ ธนินท์”
เมลิสาเงยหน้าขึ้นมองคุณนลินี ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามและความสับสน “แล้ว... ภวินท์... เขารู้เรื่องนี้หรือยังคะ”
“ยังจ้ะ” คุณนลินีตอบ “ฉันเพิ่งจะคิดแผนนี้ได้เมื่อสักครู่หลังจากได้ยินว่าพวกเธอตัดสินใจไม่แต่งงานกัน”
“หนู... หนูไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ” เมลิสาสารภาพ “หนู... หนูยังคงรู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง”
“ฉันเข้าใจจ้ะ” คุณนลินีพูดอย่างอ่อนโยน “แต่เธอต้องตัดสินใจนะเมลิสา”
“ถ้าเธอเลือกทางนี้” คุณนลินีกล่าวต่อ “ครอบครัวของเธอจะได้รับการช่วยเหลือ และเธอจะได้ทำงานใกล้ชิดกับภวินท์อีกครั้ง”
“แต่ถ้าเธอไม่เลือก... ฉันก็ไม่สามารถช่วยอะไรครอบครัวเธอได้อีก”
เมลิสารู้สึกเหมือนถูกบีบคั้น เธอหันไปมองธนินท์ ขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ธนินท์ก็เพียงแค่มองตอบด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ
“เมลิสา...” ธนินท์เรียกชื่อเธอเบาๆ
“ฉันรู้ค่ะ” เมลิสาตอบ “หนู... หนูขอเวลาคิดสักครู่นะคะ”
คุณนลินีพยักหน้า “ได้สิจ๊ะ” เธอกล่าว “แต่เวลาของเรามีจำกัดนะ”
เมลิสาเดินออกไปที่ระเบียง มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพทะเลสาบที่เคยสงบเงียบ บัดนี้กลับดูเหมือนพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของเธอคนเดียวอีกต่อไป แต่มันเกี่ยวข้องกับอนาคตของครอบครัว และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของเธอ
เธอคิดถึงคำพูดของคุณนลินีเกี่ยวกับ ‘หน้าตา’ และ ‘ตัวแทน’ ของบริษัท เธอรู้ดีว่าภวินท์เองก็ต้องการตำแหน่งที่สูงขึ้น และการร่วมงานกับเธอในฐานะ ‘หน้าตา’ อาจจะเป็นบันไดที่สำคัญสำหรับเขา
แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดคิดถึงธนินท์ไม่ได้ ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะปฏิเสธเขาไป เขาอยู่ตรงนี้ข้างๆ เธอ แสดงความห่วงใย และให้เกียรติการตัดสินใจของเธอ
“คุณนลินีคะ” เมลิสาหันกลับมา “หนู... หนูมีคำถามอีกหนึ่งคำถามค่ะ”
“ว่ามาสิจ๊ะ” คุณนลินีตอบ
“ถ้าหนูตกลงที่จะร่วมงานกับภวินท์... แล้ว... แล้วธนินท์ล่ะคะ” เมลิสาถาม “เขาจะได้รับอะไรจากข้อตกลงนี้”
คุณนลินียิ้ม “ธนินท์... เขาจะได้เห็นว่าเธอเลือกทางไหน” เธอกล่าว “และบางที... เขาอาจจะหาทางช่วยครอบครัวของเขาได้ด้วยตัวเอง”
คำตอบของคุณนลินีไม่ได้ทำให้เมลิสาสบายใจขึ้นเลย เธอรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
3,939 ตัวอักษร