แผนรักลวงใจ

ตอนที่ 18 / 36

ตอนที่ 18 — ทางแยกที่ต้องเลือกระหว่างหัวใจกับเหตุผล

เมลิสากลับเข้ามานั่งที่โซฟาอีกครั้ง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความครุ่นคิด เธอเหลือบมองธนินท์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกผิดปนเปไปกับความขอบคุณ “หนู... หนูเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วค่ะ คุณป้า” เมลิสาเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “หนูขอบคุณมากสำหรับข้อเสนอในการช่วยเหลือครอบครัวของหนู” เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ “แต่... หนูขอปฏิเสธข้อเสนอนี้ค่ะ” คุณนลินีมองเมลิสาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “แน่ใจนะจ๊ะ” “หนูแน่ใจค่ะ” เมลิสาตอบ “หนูคิดว่าหนูยังไม่พร้อมที่จะกลับไปร่วมงานกับภวินท์อีกครั้งในลักษณะนี้” “และ... หนูเชื่อว่าหนูจะสามารถหาทางออกอื่นสำหรับธุรกิจของครอบครัวได้ค่ะ” เมลิสาเสริม “อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย แต่หนูจะพยายามให้ถึงที่สุด” คุณนลินีพยักหน้าช้าๆ “เข้าใจแล้วจ้ะ” เธอพูด “ถ้าอย่างนั้น... ก็คงไม่มีอะไรที่ฉันจะช่วยเธอได้อีกแล้ว” คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเมลิสาหล่นวูบลงไป เธอรู้ดีว่านี่คือผลลัพธ์ของการตัดสินใจของเธอ การปฏิเสธคุณนลินี หมายถึงการสูญเสียโอกาสในการช่วยเหลือครอบครัวอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณอีกครั้งค่ะ คุณป้า” เมลิสาพูดเสียงเบา ธนินท์หันมามองเมลิสา เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผิดที่เธอมี แต่เขาก็ชื่นชมความกล้าหาญของเธอเช่นกัน “คุณนลินีครับ” ธนินท์พูดขึ้น “ผมขอขอบคุณคุณนลินีด้วยเช่นกันครับ สำหรับข้อเสนอต่างๆ” “ผมอาจจะไม่ได้ตกลงที่จะแต่งงานกับเมลิสา” ธนินท์กล่าว “แต่ผมก็ยังอยากจะช่วยเหลือครอบครัวของเมลิสาในรูปแบบอื่น หากมีสิ่งใดที่ผมพอจะทำได้” คุณนลินีหันไปมองธนินท์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ดูเหมือนว่า... ฉันจะประเมินเธอต่ำไปนะ ธนินท์” เธอพูด “เธอเป็นคนที่มีน้ำใจจริงๆ” “ผมแค่ทำในสิ่งที่ผมคิดว่าถูกต้องครับ” ธนินท์ตอบอย่างสุภาพ “เอาล่ะ” คุณนลินีกล่าว “ถ้าพวกเธอตัดสินใจแบบนี้แล้ว ฉันก็คงไม่สามารถก้าวก่ายอะไรได้อีก” เธอเดินไปหยิบกระเป๋าถือใบหรูที่วางอยู่บนโต๊ะ “ฉันมีนัดต่อ” เมลิสาและธนินท์ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน “คุณนลินีคะ” เมลิสาเอ่ย “แล้ว... แล้วเรื่องที่ดินริมทะเลสาบที่หนูเคยขอ... ยังพอจะ...” “อ้อ... เรื่องนั้นเหรอจ๊ะ” คุณนลินีตอบ “ฉันได้มอบที่ดินแปลงนั้นให้กับภวินท์ไปแล้ว เมื่อวานนี้เอง” คำพูดของคุณนลินีทำให้เมลิสาทั้งตกใจและผิดหวัง ที่ดินแปลงนั้นเป็นความหวังสุดท้ายของครอบครัวเธอในการหาเงินทุนมารักษาธุรกิจ “คุณป้า... ให้ภวินท์ไปแล้วเหรอคะ” เมลิสาถามเสียงสั่น “ใช่จ้ะ” คุณนลินียืนยัน “ฉันคิดว่าเขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงนั้นได้ดีกว่า” เมลิสาแทบจะยืนไม่อยู่ เธอรู้สึกชาไปทั้งตัว “ฉันขอตัวก่อนนะจ๊ะ” คุณนลินีกล่าว “หวังว่าพวกเธอจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้” หลังจากคุณนลินีเดินจากไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง เมลิสาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง “เมลิสา...” ธนินท์นั่งลงข้างๆ เธอ “เป็นอะไรหรือเปล่า” “หนู... หนูไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ ค่ะ ธนินท์” เมลิสาพูดเสียงสั่น “ทุกอย่างมันแย่ไปหมด” “ธุรกิจของครอบครัว... กำลังจะล้มละลาย” เธอพูดต่อ “แล้ว... แล้วที่ดินผืนนั้น... คือความหวังสุดท้ายของเรา” ธนินท์วางมือลงบนไหล่ของเมลิสา “ผมเข้าใจ” เขาพูด “แต่เรายังไม่หมดหนทางนะเมลิสา” “คุณป้าตัดสินใจให้ที่ดินกับภวินท์ไปแล้ว” เมลิสาถอนหายใจ “หนูไม่รู้ว่าหนูจะไปขออะไรจากเขาได้อีก” “บางที... เราอาจจะต้องคิดถึงทางเลือกอื่น” ธนินท์กล่าว “นอกเหนือจากข้อเสนอของคุณนลินี” “ทางเลือกอื่น... แบบไหนคะ” เมลิสาถาม “หนูคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ” “เราอาจจะต้องลองเจรจากับเจ้าหนี้โดยตรง” ธนินท์เสนอ “หรืออาจจะต้องหาผู้ร่วมลงทุนรายใหม่” “แต่... ใครจะยอมลงทุนในบริษัทที่กำลังจะเจ๊งคะ” เมลิสาถามอย่างสิ้นหวัง “เราต้องลองดู” ธนินท์ยืนยัน “ผมจะช่วยคุณหาข้อมูล และช่วยคุณวางแผน” เมลิสาเงยหน้าขึ้นมองธนินท์ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน แต่ก็มีความหวังเล็กๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น “คุณ... คุณจะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ” “แน่นอน” ธนินท์ตอบ “เราเป็น... เราเป็นคู่หมั้นกันไม่ใช่เหรอ” คำว่า ‘คู่หมั้น’ ทำให้เมลิสารู้สึกแปลกๆ ในใจ เธอปฏิเสธเขาไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ข้างๆ เธอ “แต่... หนู...” เมลิสาเริ่มพูด “หนูไม่ได้รักคุณนะคะ ธนินท์” “ผมรู้” ธนินท์ตอบ “และผมก็ไม่ได้คาดหวังให้คุณรักผมในทันที” “แต่ผมเชื่อว่า... เราสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้” ธนินท์กล่าว “หรืออย่างน้อยที่สุด... เราก็สามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้” “ผมอยากจะช่วยครอบครัวของคุณนะเมลิสา” ธนินท์พูดต่อ “และผมก็อยากจะเห็นคุณผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้” เมลิสายังคงมองธนินท์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอเห็นความจริงใจ ความหวังดี และความอดทนในแววตาของเขา “ขอบคุณนะคะ ธนินท์” เมลิสาพูด “หนู... หนูไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี” “คุณนลินีอาจจะไม่ได้ช่วยครอบครัวฉัน” เมลิสาพูดต่อ “แต่การที่หนูได้คุยกับคุณในวันนี้... ทำให้หนูรู้สึกดีขึ้นมาก” ธนินท์ยิ้มเล็กน้อย “ผมดีใจที่ผมสามารถช่วยอะไรคุณได้บ้าง” “เอาล่ะ” ธนินท์กล่าว “ตอนนี้เรามาคิดกันว่า เราจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี” เมลิสาพยักหน้า เธอรู้สึกว่าถึงแม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด เธอก็ยังมีธนินท์อยู่เคียงข้าง และนั่นก็เป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ “หนู... หนูคิดว่าเราควรจะกลับไปดูเอกสารทางธุรกิจของครอบครัวก่อนค่ะ” เมลิสาบอก “เราจะได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น” “ดีมาก” ธนินท์เห็นด้วย “เดี๋ยวผมจะขับรถพาคุณกลับไป” ทั้งสองคนลุกขึ้นยืน เตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่รออยู่ข้างหน้า แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะยังคงมืดมน แต่การมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง ก็ทำให้รู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่เดียวดายจนเกินไป

4,427 ตัวอักษร