แผนรักลวงใจ

ตอนที่ 2 / 36

ตอนที่ 2 — การแสดงที่เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสงสัย

เมลิสาเดินตามธนินท์เข้าไปในห้องรับแขกที่กว้างขวาง โอ่อ่า และประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณที่ดูมีราคาสูง ผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมูเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นวิวสวนอันเขียวขจีที่ตัดกับแสงแดดยามเช้าได้อย่างสวยงาม ธนินท์ผายมือเชิญให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่บุด้วยหนังอย่างดี ก่อนจะเดินไปรินชาให้เธอ “ผมหวังว่าคุณคงไม่รังเกียจนะครับ ถ้าผมจะถามอะไรตรงไปตรงมา” ธนินท์นั่งลงบนเก้าอี้เท้าแขนตรงข้ามกับเธอ พลางส่งถ้วยชาให้ “ผมต้องการความชัดเจนในทุกเรื่อง” เมลิสาพยักหน้ารับ “ได้ค่ะ” “คุณมาเล่นละครเรื่องนี้ เพราะอะไร” ธนินท์ถามตรงๆ ดวงตาคมกริบของเขามองมาที่เธออย่างไม่ลดละ ราวกับจะเจาะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ “คุณต้องการเงินใช่ไหม” เมลิสายังคงรักษาท่าที แม้จะรู้สึกประหม่าเล็กน้อย “มีบางอย่างที่ฉันต้องการมากจริงๆ ค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ “และข้อเสนอของคุณ ดูเหมือนจะเป็นหนทางเดียวที่ฉันจะทำมันสำเร็จได้” ธนินท์พยักหน้าช้าๆ “ผมเข้าใจ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินเธอ “คุณดูเป็นคนมีความรับผิดชอบดี” “ฉันต้องเป็นอย่างนั้นค่ะ” เมลิสาตอบ “โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกี่ยวกับคนที่ฉันรัก” “ดี” ธนินท์เอ่ย “นั่นทำให้ผมมั่นใจขึ้น” เขาจิบชาเล็กน้อย “สิ่งที่เราต้องทำคือ การสร้างภาพลักษณ์ของคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกัน ผมจะพาคุณไปงานสังคมต่างๆ แนะนำคุณให้รู้จักกับคนสำคัญของผม และคุณต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเรามีความสุขมากแค่ไหน” “แล้ว... มีข้อจำกัดอะไรบ้างคะ” เมลิสาถาม “ข้อจำกัดมีอยู่ไม่มาก” ธนินท์กล่าว “อย่างแรกคือ คุณต้องไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของคุณให้ใครรู้เด็ดขาด ทุกคนที่คุณเจอ จะต้องคิดว่าคุณคือว่าที่เจ้าสาวของผมจริงๆ” “แล้วถ้ามีใครพยายามซักถามเรื่องราวของฉันล่ะคะ” “ผมจะจัดการเอง” ธนินท์ตอบอย่างมั่นใจ “ผมจะสร้างเรื่องราวของคุณขึ้นมาเอง ว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน และเราเจอกันได้อย่างไร” “ที่สอง” ธนินท์จ้องตาเมลิสา “คือคุณจะต้องไม่ตกหลุมรักผม” คำพูดนั้นทำให้เมลิสารู้สึกสะดุ้งเล็กน้อย เธอกลอกตาไปมาอย่างรวดเร็ว “ทำไมคะ” “เพราะมันเป็นแค่ละคร” ธนินท์ตอบอย่างเย็นชา “และความสัมพันธ์แบบนี้ มันอันตรายเกินไป ถ้าความรู้สึกจริงเข้ามาเกี่ยวข้อง” “ฉันเข้าใจค่ะ” เมลิสาตอบ “ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่” “ดี” ธนินท์ยิ้มมุมปาก “สัญญาของเรามีกำหนดเวลาสามเดือน หลังจากนั้น ทุกอย่างจะจบลง และเราจะแยกย้ายกันไปต่างคนต่างอยู่” “แล้ว... เงินที่ตกลงกันไว้” เมลิสาถาม “จะถูกโอนเข้าบัญชีของคุณทันทีที่เราเซ็นสัญญา” ธนินท์ตอบ “ผมจะให้ทนายความจัดเตรียมเอกสารให้คุณในวันนี้” เมลิสาพยักหน้า เธอกำลังจะได้รับเงินก้อนโตที่จะช่วยชีวิตแม่ของเธอไว้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่างในตัวธนินท์ เขาดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่มากมาย “ผมจะพาคุณไปเลือกซื้อเสื้อผ้า และเครื่องประดับสำหรับออกงาน” ธนินท์กล่าว “เราต้องสร้างภาพลักษณ์ให้สมจริงที่สุด” ทั้งสองลุกขึ้นจากโซฟา ธนินท์เดินนำเมลิสาออกจากห้องรับแขกไปยังห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงหลากหลายสไตล์ “คุณชอบสไตล์ไหน” ธนินท์ถาม พลางกวาดสายตาไปทั่วห้อง “ลองเลือกดูได้ตามสบาย ผมให้คุณเต็มที่” เมลิสารู้สึกตะลึงกับความอลังการของห้องแต่งตัว เธอไม่เคยเห็นเสื้อผ้ามากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต “ฉัน... ไม่รู้จะเลือกยังไงดีค่ะ” “ไม่ต้องห่วง” ธนินท์ยิ้ม “ผมมีสไตลิสต์ส่วนตัวที่นี่ เขาจะช่วยคุณเลือกเอง” ทันใดนั้น หญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีดำเข้ารูปก็เดินเข้ามาหา “สวัสดีค่ะ คุณเมลิสา ดิฉันนิชา สไตลิสต์ของคุณค่ะ” นิชาเป็นหญิงสาวที่ดูดี สง่างาม และมีความมั่นใจ เธอเริ่มแนะนำเสื้อผ้าแต่ละชุดให้เมลิสาลองสวม เมลิสารู้สึกประหม่าเล็กน้อยที่ต้องลองเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงต่อหน้าคนแปลกหน้า แต่เมื่อนิชาเริ่มอธิบายถึงดีไซน์และวัสดุของเสื้อผ้าแต่ละชุด เมลิสาก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น “ชุดนี้เหมาะกับคุณมากค่ะ คุณเมลิสา” นิชาชี้ไปที่ชุดเดรสยาวสีแดงสดที่เข้ารูปพอดีตัว “สีแดงขับผิวคุณให้ดูโดดเด่น และดีไซน์ก็ดูหรูหรา เหมาะสำหรับงานเลี้ยงตอนกลางคืนค่ะ” เมลิสาลองสวมชุดเดรสสีแดง เธอมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ด้วยความแปลกใจ เธอดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเดิมที่เคยเป็น “ดูดีมาก” ธนินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความพึงพอใจ “ผมว่าชุดนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับงานแรกของเรา” ธนินท์กล่าว “งานแรกเหรอคะ” เมลิสาถาม “ใช่ งานเลี้ยงของเพื่อนสนิทผมคืนนี้” ธนินท์ตอบ “ผมอยากให้คุณไปปรากฏตัวในฐานะคู่หมั้นของผม” เมลิสารู้สึกประหม่าอีกครั้ง “ฉัน... จะทำได้จริงๆ หรือคะ” “คุณทำได้” ธนินท์กล่าว “ผมจะอยู่ข้างๆ คุณตลอดเวลา” หลังจากเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับเสร็จ ธนินท์ก็พาเมลิสาไปคุยกับทนายความของเขา เพื่อเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ เมลิสายังคงรู้สึกสับสนและกังวลใจ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของแม่ เธอก็ตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไป “คุณแน่ใจนะว่าคุณพร้อม” ทนายความถามเมลิสาหลังจากอ่านสัญญาจบ “ฉันแน่ใจค่ะ” เมลิสาตอบเสียงหนักแน่น เมื่อเอกสารทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ธนินท์ก็โอนเงินจำนวนหนึ่งเข้าบัญชีของเมลิสาทันที “นี่เป็นเงินมัดจำส่วนหนึ่ง” เขาอธิบาย “ส่วนที่เหลือจะโอนให้เมื่อครบกำหนดสามเดือน” เมลิสารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก เงินก้อนนี้คือความหวังของเธอจริงๆ “คืนนี้” ธนินท์กล่าว “เราจะไปงานเลี้ยง” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมว่า “จำไว้ว่านี่คือละครของเรา” เมลิสาพยักหน้า เธอพร้อมแล้วที่จะสวมบทบาทเป็นคู่หมั้นของธนินท์ แม้ว่าภายในใจจะยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับตัวตนของเขา และความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด

4,455 ตัวอักษร