แผนรักลวงใจ

ตอนที่ 5 / 36

ตอนที่ 5 — เผชิญหน้าความจริงในความลับ

แสงไฟสลัวในห้องส่วนตัวของโรงแรมหรู สะท้อนให้เห็นความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นระหว่างเมลิสาและธนินท์ หลังจากที่พวกเขาสามารถหลบเลี่ยงคำถามที่อาจก่อให้เกิดปัญหาได้หลายครั้งในงานเลี้ยง เมลิสาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว รู้สึกอ่อนล้าไปทั้งตัว “ฉันเหนื่อยมากเลยค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบา “เหมือนต้องคอยระแวงตลอดเวลา” ธนินท์นั่งลงข้างๆ เธอ แต่เว้นระยะห่างพอสมควร “ผมเข้าใจ” เขาตอบ “แต่นี่คือสิ่งที่เราต้องทำ” “แล้ว... ฉันทำได้ไม่ดีพอใช่ไหมคะ” เมลิสาถามด้วยความกังวล “คุณนลินีเกือบจะจับได้แล้ว” “ไม่หรอก” ธนินท์ส่ายหน้า “เธอแค่สงสัยเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้น” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ ภวินท์” “คุณภวินท์?” เมลิสาเลิกคิ้ว “เขาดูเหมือนจะไม่พอใจที่คุณพาฉันไป” “เขาไม่พอใจที่ผมได้ในสิ่งที่เขาอยากได้มาตลอด” ธนินท์กล่าว “ภวินท์เป็นคนอันตราย เขาชอบเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น และผมไม่อยากให้เธอตกเป็นเหยื่อของเขา” “แต่คุณก็บอกให้ฉันระวังตัวเขาเหมือนกัน” เมลิสาเอ่ย “เพราะเขาเป็นอันตรายต่อแผนการของเรา” ธนินท์อธิบาย “ถ้าเขาจับได้ว่าเธอไม่ใช่คนรักของผมจริงๆ เขาอาจจะเอาเรื่องนี้ไปเปิดเผย หรือใช้มันเป็นประโยชน์กับตัวเอง” เมลิสารู้สึกหนักอึ้งในใจ “ฉันกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาด” “เธอจะไม่ผิดพลาด” ธนินท์ย้ำ “จำสิ่งที่ผมบอกได้ไหม? เราจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเรารักกันมากแค่ไหน” “แล้วเราจะเริ่มต้นแสดงได้อย่างไรคะ” เมลิสาถาม ธนินท์หันมามองเธอ แววตาของเขาทอประกายบางอย่างที่เมลิสาอ่านไม่ออก “เราจะเริ่มจากการทำให้ทุกคนเชื่อ ว่าเราคือคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกันจริงๆ” “แต่... ฉันไม่รู้จะเริ่มอย่างไร” เมลิสาสารภาพ “ผมจะสอนเธอเอง” ธนินท์กล่าว “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน เธอต้องทำเหมือนกับว่าเรารักกันมาก” เขาจับมือเธอไว้ “เธอต้องจับมือผม มองตาผม ยิ้มให้ผมเหมือนที่คู่รักทั่วไปทำ” เมลิสารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แก้ม “แต่... ถ้ามีคนเห็นล่ะคะ” “นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ” ธนินท์ตอบ “เราต้องการให้คนเห็น และพูดถึงเรา” “แล้ว... ถ้าฉันไม่สามารถทำได้ล่ะคะ” “เธอทำได้” ธนินท์มองตาเธออย่างแน่วแน่ “เพราะเธอทำเพื่อใครบางคนที่เธอรัก จำได้ไหม” คำพูดนั้นทำให้เมลิสาสะท้าน เธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ค่ะ ฉันจะทำ” “ดี” ธนินท์ยิ้มมุมปาก “เอาล่ะ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เรามีภารกิจใหญ่รออยู่” เช้าวันถัดมา เมลิสารู้สึกเหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากความฝันอันเลือนลางเมื่อธนินท์มาเคาะประตูห้องพักของเธอ “พร้อมหรือยัง คุณว่าที่เจ้าสาว” เขาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่สดใสกว่าเมื่อคืน เมลิสาลุกขึ้นยืน “ค่ะ” เธอยิ้มให้เขา “พร้อมแล้วค่ะ” “ดี” ธนินท์ยื่นมือมา “ไปทานอาหารเช้ากัน” เมลิสาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็นึกถึงคำพูดของธนินท์ เธอจึงเอื้อมมือไปจับมือเขา เขาบีบมือเธอเบาๆ เป็นการตอบรับ ขณะที่ทั้งสองเดินไปยังห้องอาหารของโรงแรม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แฝงไปด้วยความคาดหวัง เมลิสารู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาที่เธอ แต่เธอพยายามไม่สนใจ เธอตั้งสมาธิอยู่ที่มือของธนินท์ที่จับมือเธออยู่ “คุณจะพาฉันไปไหนคะ” เมลิสาถาม “ไปทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารท้องถิ่น” ธนินท์ตอบ “ผมอยากให้เธอได้ลองชิมอาหารอร่อยๆ ของที่นี่” “แล้ว... เราจะกลับไปที่งานของคุณ ภวินท์ หรือเปล่าคะ” เมลิสาเอ่ยถามด้วยความกังวล “เราจะไป” ธนินท์ตอบ “แต่ไม่ใช่ตอนนี้” เขาหยุดเดิน หันมามองเมลิสา “สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือการสร้างภาพลักษณ์ของเราสองคนให้แข็งแกร่งที่สุด” “หมายความว่าไงคะ” “หมายความว่า เราต้องทำให้ทุกคนเชื่อ ว่าเราคือคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกันจริงๆ” ธนินท์กล่าว “และนั่นหมายถึง การที่เราต้องแสดงความรักต่อกัน ตลอดเวลา” เมลิสารู้สึกใจเต้นแรง “แต่... มันจะดูไม่เป็นธรรมชาติไปหรือเปล่าคะ” “มันจะไม่เป็นธรรมชาติสำหรับเรา” ธนินท์ยิ้ม “แต่มันจะเป็นธรรมชาติสำหรับคนอื่น” เขาบีบมือเธอเบาๆ “เราต้องทำให้มันดูสมจริงที่สุด” พวกเขานั่งทานอาหารเช้ากันที่ร้านอาหารริมทะเล บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง เมลิสาพยายามทำตามคำแนะนำของธนินท์ เธอจับมือเขาตลอดเวลา ยิ้มให้เขาเมื่อสบตากัน และตอบคำถามต่างๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน “อาหารอร่อยมากเลยค่ะ” เมลิสาเอ่ยชม “ขอบคุณนะคะที่พามา” “ผมดีใจที่คุณชอบ” ธนินท์ตอบ “ผมอยากให้คุณมีความสุขที่สุด” คำพูดนั้นทำให้เมลิสารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ “คุณ... ก็ดูมีความสุขเหมือนกันนะคะ” เธอเอ่ย ธนินท์มองมาที่เธอ แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่เมลิสาไม่สามารถตีความได้ “แน่นอน” เขาตอบ “เพราะผมมีคุณอยู่ข้างๆ” คำตอบนั้นทำให้เมลิสารู้สึกประหม่า เธอหลบสายตาเขาลงมองจานอาหาร “อย่าหลบสายตาผมสิ เมลิสา” ธนินท์เอ่ยเสียงนุ่ม “เราต้องแสดงให้ทุกคนเห็น ว่าเรารักกัน” เมลิสาเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอพยายามส่งยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด “ค่ะ” ขณะที่พวกเขากำลังจะทานอาหารเสร็จ พนักงานเสิร์ฟก็เดินเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ “สำหรับคุณลูกค้าครับ” พนักงานเสิร์ฟกล่าว “จากคุณธนินท์” เมลิสารู้สึกประหลาดใจ “คุณ... ให้ฉันเหรอคะ” “แน่นอน” ธนินท์ตอบ “ผมจะพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ได้อย่างไร” เมลิสาทิ้งจานอาหารลง หยิบช่อดอกไม้ขึ้นมา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบสีแดงสดทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น “ขอบคุณมากนะคะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ไม่เป็นไร” ธนินท์ยิ้ม “นี่แค่จุดเริ่มต้น” เมื่อกลับมาถึงโรงแรม ธนินท์ก็พาเมลิสาไปยังห้องทำงานของเขา “คืนนี้ เราต้องไปร่วมงานเลี้ยงอีกงานหนึ่ง” ธนินท์กล่าว “เป็นงานเลี้ยงของครอบครัวภวินท์” เมลิสาสะดุ้งเล็กน้อย “งานครอบครัวของคุณภวินท์?” “ใช่” ธนินท์ตอบ “และนี่คือโอกาสสำคัญที่เราจะทำให้ภวินท์และคนอื่นๆ เชื่อ ว่าเราคือคู่รักที่กำลังจะแต่งงานกันจริงๆ” “แต่... ถ้าคุณภวินท์จับได้ล่ะคะ” เมลิสาถาม “เขาจะจับไม่ได้” ธนินท์กล่าวอย่างมั่นใจ “เพราะเราจะทำให้เขาเชื่อ” “คุณจะทำอย่างไรคะ” “เราจะทำเหมือนที่ผมบอกไง” ธนินท์เดินเข้ามาใกล้เมลิสา “เราจะแสดงความรักต่อกัน” เขาจับมือเธออีกครั้ง “เราจะกอดกัน เราจะจูบกัน ถ้าจำเป็น” คำพูดนั้นทำให้เมลิสารู้สึกใจสั่น “จูบกัน?” “ใช่” ธนินท์มองตาเธอ “ถ้ามันจำเป็น เพื่อให้แผนการของเราสำเร็จ” เมลิสากลืนน้ำลาย เธอไม่เคยคิดว่าการแสดงครั้งนี้จะเข้มข้นขนาดนี้ “ฉัน... ฉันจะพยายามค่ะ” “ดี” ธนินท์ยิ้ม “ผมเชื่อในตัวเธอ” วันนั้นทั้งวัน เมลิสาและธนินท์ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน พวกเขาเดินจับมือกันไปทั่วบริเวณโรงแรม สั่งอาหารทานด้วยกัน และพูดคุยกันอย่างเปิดเผย แม้ว่าเมลิสาจะรู้สึกประหม่าในบางครั้ง แต่เธอก็พยายามทำตามคำแนะนำของธนินท์อย่างเต็มที่ เมื่อถึงเวลาค่ำ เมลิสาแต่งตัวด้วยชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่เรียบหรู ธนินท์สวมสูทสีเข้มที่ดูสง่างาม เขาเดินเข้ามาหาเมลิสาที่กำลังยืนแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก “พร้อมหรือยัง” เขาถาม “พร้อมแล้วค่ะ” เมลิสาหันไปมองเขา “คืนนี้... ฉันต้องทำอะไรอีกบ้างคะ” “แค่เป็นตัวของเธอเอง” ธนินท์ตอบ “แต่เป็นตัวของเธอเอง ในเวอร์ชันที่รักผมมากที่สุด” เขาเดินเข้ามาใกล้ “จำไว้ เมลิสา นี่คือเกมของเรา และเราจะต้องชนะ”

5,578 ตัวอักษร