ตอนที่ 7 — ความลับที่เริ่มเปิดเผย
เมลิสายืนนิ่ง แววตาของเธอฉายแววประหม่าภายใต้คำถามที่เหมือนจะธรรมดาแต่แฝงไปด้วยนัยของภวินท์ ใบหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าการตอบคำถามง่ายๆ จะกลายเป็นเรื่องยากเย็นถึงเพียงนี้ ธนินท์รู้สึกได้ถึงความเกร็งของเธอ จึงกระชับมือที่กุมอยู่เบาๆ เพื่อส่งกำลังใจ
"คุณภวินท์ครับ" ธนินท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามเปลี่ยนประเด็น "ผมว่าเรากลับไปพูดคุยกันเรื่องธุรกิจดีกว่าไหมครับ คุณป้าคงรอฟังความคืบหน้าอยู่"
ภวินท์ไม่ได้ละสายตาจากเมลิสา เขายิ้มเยาะเล็กน้อย "ไม่เป็นไรธนินท์ เรื่องธุรกิจเราค่อยคุยกันก็ได้ ผมแค่อยากรู้จักว่าที่คู่หมั้นของแกให้มากขึ้นหน่อย เห็นว่าสวยเลือกได้ขนาดนี้ คงมีอะไรดีไม่น้อย" คำพูดของเขาเหมือนจะชม แต่แฝงด้วยความเย้ยหยันที่เมลิสารับรู้ได้ดี
"เมลิสา" ธนินท์เรียกชื่อเธอเบาๆ "บอกคุณภวินท์ไปสิ ว่าเธอชอบอะไร"
เมลิสาพยายามรวบรวมสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ดิฉัน... ดิฉันชอบอ่านหนังสือค่ะ" เธอตอบเสียงตะกุกตะกัก "แล้วก็ชอบทำอาหาร ทานเงียบๆ ในวันหยุด"
"อ่านหนังสือ? ทำอาหาร?" ภวินท์เลิกคิ้วสูง "ฟังดูเรียบง่ายจังนะครับ ไม่เหมือนคนที่จะมาเป็นสะใภ้ตระกูลสืบสกุลเลย" เขากลั้วหัวเราะ "สงสัยว่าธนินท์คงจะเบื่อแย่เลยนะ ที่มีคู่หมั้นเอาแต่หมกตัวอยู่กับบ้าน"
"ผมไม่เบื่อเลยครับ" ธนินท์สวนกลับทันควัน "ผมชอบที่เมลิสาเป็นแบบนี้ เธอเป็นส่วนเติมเต็มชีวิตผม" เขาโอบไหล่เมลิสาเบาๆ "ผมต้องการความสงบสุขหลังจากชีวิตที่วุ่นวายมาตลอด และเมลิสาคือทุกสิ่งที่ผมต้องการ"
เมลิสาเงยหน้ามองธนินท์ด้วยความประหลาดใจ การพูดของเขามันแนบเนียนและจริงใจเหลือเกิน ราวกับว่าเขากำลังพูดถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในใจ เป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากคนที่เธอหลอกลวง
"อย่างนั้นหรือครับ" ภวินท์เอ่ยเสียงเนิบนาบ "ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว" เขามองเมลิสาอีกครั้ง "แต่ผมก็ยังแอบสงสัยอยู่ดี ว่าอะไรที่ทำให้ธนินท์ยอมทิ้งผู้หญิงสวยๆ มากมายที่เขาเคยคบหา มาหยุดที่ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างคุณ"
"คุณภวินท์คะ" เมลิสาตัดสินใจรวบรวมความกล้า "บางที สิ่งที่สวยงามที่สุด อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ฉูดฉาดที่สุดเสมอไปก็ได้ค่ะ" เธอส่งยิ้มบางๆ ให้เขา "ความสุขที่แท้จริง อาจจะซ่อนอยู่ในความเรียบง่ายก็ได้"
ภวินท์นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เหมือนไม่คาดคิดว่าเมลิสาจะตอบโต้กลับมาอย่างมีไหวพริบ เขาปรายตามองธนินท์ที่ยืนยิ้มบางๆ อยู่ข้างๆ "คำพูดคมคายดีนะครับ คุณเมลิสา" เขาพยักหน้าช้าๆ "ผมคงต้องยอมรับในรสนิยมของเพื่อนผมแล้วล่ะ"
"เอาล่ะ" ธนินท์เอ่ยขัดขึ้นอีกครั้ง "ผมว่าเราควรจะไปทักทายแขกท่านอื่นบ้าง คุณป้าครับ คุณอาครับ เราขอตัวก่อนนะครับ"
คุณป้าของธนินท์ยิ้ม "ไปเถอะลูก วันนี้วันดีของหลานทั้งคน ไปต้อนรับแขกคนอื่นๆ ให้ทั่วถึง"
ธนินท์นำเมลิสาเดินจากมา ทิ้งให้ภวินท์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เมลิสารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เธอหันไปมองธนินท์ "ขอบคุณค่ะ"
"ไม่เป็นไร" ธนินท์กระซิบ "เธอทำได้ดีมาก"
"แต่คุณภวินท์ดูเหมือนจะไม่เชื่อนะคะ" เมลิสากล่าว
"เขาไม่เชื่อ แต่เขาก็ยังไม่มีหลักฐาน" ธนินท์ตอบ "เราแค่ต้องระวังตัวให้มากขึ้น" เขาหยุดเดินและหันมาเผชิญหน้าเมลิสา "ที่ผมบอกให้เธอตอบแบบนั้น ไม่ใช่แค่การแสดง แต่ผมอยากให้เธอเชื่อในสิ่งที่เธอพูดด้วย"
"หมายความว่ายังไงคะ"
"หมายความว่า" ธนินท์จับมือเธออีกครั้ง "บางที การเป็นตัวของตัวเอง อาจจะเป็นเสน่ห์ที่แรงที่สุดก็ได้" เขาอมยิ้ม "วันนี้เธอทำได้ดีมาก ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเธอคือเมลิสา ว่าที่คู่หมั้นของผม"
เมลิสาใจเต้นแรงกับคำพูดของเขา "แต่... ฉันก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีค่ะ"
"ไม่ต้องรู้สึกผิด" ธนินท์กระชับมือเธอ "เราทำเพื่อใครบางคนที่เราต้องการปกป้อง จำได้ไหม"
เมลิสานึกถึงใบหน้าของแม่ของเธอ ความเจ็บปวดที่แม่ต้องทนแบกรับ ทำให้เธอแข็งใจขึ้นมาอีกครั้ง "ค่ะ ดิฉันจำได้"
"ดี" ธนินท์ยิ้ม "เอาล่ะ ตอนนี้เราไปทักทายแขกคนอื่นกันต่อดีกว่านะ"
พวกเขาเดินต่อไปยังกลุ่มแขกอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีคุณลินี ยืนพูดคุยอยู่กับกลุ่มคน คุณลินีหันมาเห็นเมลิสาและธนินท์ เธอยิ้มอย่างสุภาพ แต่ในแววตาของเธอยังคงมีความสงสัยแฝงอยู่
"มาแล้วเหรอจ๊ะ ธนินท์" คุณลินีเอ่ยทักทาย "เมลิสา สบายดีนะจ๊ะ"
"สบายดีค่ะคุณลินี" เมลิสาตอบ "ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ"
"เห็นว่าคุยกับภวินท์อยู่เมื่อครู่นี้" คุณลินีเอ่ย "ภวินท์เป็นคนช่างสงสัย แต่ก็เป็นคนดีนะจ๊ะ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ บอกเขาได้นะ"
เมลิสาแอบมองธนินท์ เขาพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย เธอจึงตอบคุณลินี "ค่ะ ดิฉันจะจำคำแนะนำของคุณลินีไว้ค่ะ"
"ดีมากจ้ะ" คุณลินีพยักหน้า "ต่อไปก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ"
บทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น เมลิสาพยายามตอบคำถามอย่างมีสติและไม่หลุดประเด็น เธอมองเห็นสายตาของคนรอบข้างที่มองมา บางคนก็มองด้วยความเอ็นดู บางคนก็มองด้วยความใคร่รู้ แต่ไม่มีใครแสดงท่าทีสงสัยจนเกินเหตุ
ในระหว่างนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของธนินท์ก็ดังขึ้น เขาขอตัวไปรับสายที่บริเวณระเบียง
เมลิสาเห็นดังนั้น จึงพยายามคุยกับคุณลินีต่อ แต่เธอก็อดเป็นห่วงธนินท์ไม่ได้ เธอพยายามมองหาเขาที่ระเบียงผ่านกระจกบานใหญ่
ธนินท์เดินออกไปนอกระเบียง ลมเย็นๆ ยามค่ำพัดมาปะทะใบหน้า เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"สวัสดีครับ" เขาเอ่ย
"คุณธนินท์ใช่ไหมครับ" เสียงผู้ชายดังมาจากปลายสาย "ผมโทรมาจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งครับ พอดีมีเรื่องอยากจะเรียนปรึกษาเกี่ยวกับที่ดินแปลงหนึ่งของคุณ"
ธนินท์ขมวดคิ้ว "ที่ดินแปลงไหนครับ"
"แปลงที่เคยเป็นของครอบครัวคุณมาก่อนครับ" เสียงนั้นตอบ "พอดีมีคนสนใจจะซื้อ แต่ผมอยากจะเรียนปรึกษาคุณธนินท์ก่อน เพราะเขาอ้างว่าเป็นตัวแทนของคุณครับ"
"ตัวแทนของผม?" ธนินท์เลิกคิ้ว "เป็นใครครับ"
"คุณภวินท์ครับ" เสียงนั้นตอบ "เขาอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากคุณให้ดำเนินการเรื่องนี้"
ธนินท์หน้าตึงเครียดทันที ภวินท์กำลังจะทำอะไรอีก เขาไม่เคยบอกให้ภวินท์ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ดินของครอบครัวเลย "คุณแน่ใจนะครับว่าเป็นคุณภวินท์"
"แน่ใจครับ ผมมีเอกสารที่เขาแสดงให้ดูครับ"
"ผมเข้าใจแล้วครับ" ธนินท์กล่าวเสียงเข้ม "ขอบคุณมากครับที่โทรมาแจ้ง"
เขากดวางสายทันที ความรู้สึกโกรธและความไม่พอใจพลุ่งพล่านขึ้นมา ภวินท์กำลังจะเล่นอะไรนอกเกมอีกแล้ว เขาคิดจะใช้โอกาสนี้หาผลประโยชน์ส่วนตัวจากทรัพย์สินของครอบครัวงั้นหรือ
ธนินท์ถอนหายใจอย่างแรง เขาหันกลับเข้าไปในงานเลี้ยง สายตาของเขาสอดส่ายไปมองหาเมลิสา เธอปลอดภัยดี กำลังคุยอยู่กับคุณลินีอย่างออกรส
เขาเดินกลับไปหาเธอ มือของเขาสัมผัสที่แขนของเธอเบาๆ
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" เมลิสาถามเมื่อเห็นสีหน้าของเขา
"ไม่มีอะไรครับ" ธนินท์ตอบ "แค่เรื่องงานนิดหน่อย" เขากระชับมือเธอ "แต่ตอนนี้ผมอยากใช้เวลากับเธอ"
เมลิสาพยักหน้า พลางมองไปทางภวินท์ที่กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาอยู่เช่นกัน แววตาของภวินท์ในครั้งนี้ดูเหมือนจะมีความมุ่งร้ายแฝงอยู่มากกว่าเดิม เมลิสารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น
5,532 ตัวอักษร