แผนรักลวงใจ

ตอนที่ 8 / 36

ตอนที่ 8 — เสน่ห์ร้ายที่พรากใจ

เมลิสาพยายามข่มความรู้สึกกังวลเอาไว้ เธอรู้ดีว่าการแสดงเป็นคนรักของธนินท์ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีภวินท์คอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลา แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ธนินท์มอบให้ เขาคอยอยู่เคียงข้าง สัมผัสที่ปลอบโยน และคำพูดที่ให้กำลังใจ ทำให้เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับทุกสิ่งเพียงลำพัง "คุณธนินท์คะ" เมลิสาเอ่ยกระซิบขณะที่เดินเคียงข้างเขาไปตามทางเดินในสวนอันเงียบสงบของคฤหาสน์ "ฉันรู้สึกเหมือนถูกจับตามองตลอดเวลา" ธนินท์หันมามองเธอ สายตาของเขานุ่มนวลลง "ผมรู้" เขาตอบ "แต่คุณทำได้ดีมากนะเมลิสา ไม่ต้องกังวล" เขาหยุดเดิน หันมาเผชิญหน้าเธอเต็มตัว "จำได้ไหม ว่าเรากำลังทำเพื่อใคร" คำพูดนั้นทำให้เมลิสานึกถึงใบหน้าของแม่ที่ป่วยหนัก ค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่วเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจหาได้จากรายได้ของเธอเพียงลำพัง การแต่งงานกับธนินท์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม คือทางออกเดียวที่เธอมี "ค่ะ ดิฉันจำได้" เมลิสาตอบเสียงหนักแน่นขึ้น "ดิฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังค่ะ" "ดีมาก" ธนินท์ยิ้ม "ตอนนี้ เราจะไปกันที่ไหนต่อ" "คุณนลินีบอกว่า จะมีนักดนตรีมาเล่นเพลงให้ฟังที่ริมสระน้ำค่ะ" เมลิสาบอก "งั้นเราไปกัน" ธนินท์คว้ามือเธอไว้แน่น "วันนี้ เธอต้องทำตัวให้เป็นว่าที่เจ้าสาวที่กำลังมีความสุขที่สุดในโลก" เมลิสารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แก้มเมื่อธนินท์กุมมือเธอ แต่เธอก็ไม่ได้สะบัดมือออก เธอพยายามส่งยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดให้เขา เมื่อพวกเขาเดินไปถึงริมสระน้ำ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความโรแมนติก แสงไฟประดับระยิบระยับสะท้อนบนผิวน้ำ นักดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงรักอันอ่อนหวาน กลุ่มแขกเหรื่อกำลังนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นเอง ภวินท์ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ เมลิสาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง เขายื่นดอกกุหลาบสีแดงสดให้เธอ "สำหรับคุณเมลิสาครับ" ภวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นเกินจริง "ผมเห็นคุณเงียบๆ ไป นึกว่าคุณคงชอบดอกไม้" เมลิสารู้สึกประหลาดใจกับดอกไม้ในมือ เขาจะเล่นอะไรอีก เธอหันไปมองธนินท์ ธนินท์ยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่แววตาของเขาก็บ่งบอกถึงความไม่พอใจ "ขอบคุณค่ะ คุณภวินท์" เมลิสาตอบรับดอกไม้ด้วยความลังเล "แต่... ดิฉันมีคู่หมั้นแล้วค่ะ" เธอพยายามเน้นคำว่า 'คู่หมั้น' เพื่อให้ภวินท์เข้าใจ ภวินท์หัวเราะเบาๆ "ผมรู้ดีครับ" เขาเอ่ย "แต่ผมก็แค่เป็นห่วงคุณเท่านั้นเอง" เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเมลิสา "คุณดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นะ" เมลิสารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของภวินท์ที่รดต้นคอ เธอขนลุกซู่ "ดิฉันมีความสุขดีค่ะ" เธอตอบเสียงสั่น "ดิฉันรักคุณธนินท์ค่ะ" "งั้นเหรอ" ภวินท์ผละออกไปเล็กน้อย "แต่ผมไม่เห็นแววตาของความรักเลยนะ" "คุณภวินท์คะ" ธนินท์เดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเมลิสาและภวินท์ น้ำเสียงของเขาเย็นชา "ผมคิดว่าคุณควรจะเว้นระยะห่างจากว่าที่คู่หมั้นของผมได้แล้ว" "อ้าว ธนินท์" ภวินท์แสร้งทำเป็นตกใจ "ผมแค่นั่งคุยกับคุณเมลิสาเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยสักหน่อย" เขามองธนินท์ด้วยสายตาท้าทาย "หรือว่าแกกำลังจะบอกว่า แกหวงว่าที่คู่หมั้นของแกมากขนาดนั้นเลยเหรอ" "ผมไม่ได้หวง" ธนินท์ตอบ "แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับคนของผม" "คนของแก?" ภวินท์เลิกคิ้ว "ผมก็นับว่าเป็นคนในครอบครัวเหมือนกันนะ" "ครอบครัวที่กำลังจะแตกแยก เพราะคนอย่างคุณ" ธนินท์สวนกลับอย่างไม่ไว้หน้า คำพูดของธนินท์ทำให้บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดขึ้นมาทันที แขกเหรื่อบางส่วนเริ่มหันมามองพวกเขา คุณลินีที่อยู่ไม่ไกลนัก เดินเข้ามาหา "มีอะไรกันหรือเปล่าจ๊ะ ธนินท์ ภวินท์" "ไม่มีอะไรครับคุณลินี" ธนินท์ตอบ "แค่คุยกันนิดหน่อย" "แต่ผมว่าธนินท์กำลังเข้าใจผิดนะครับ" ภวินท์เสริม "ผมแค่อยากจะถามคุณเมลิสาว่า เธอแน่ใจหรือเปล่าว่ามีความสุขจริงๆ" เมลิสารู้สึกเหมือนจะทนไม่ไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "คุณภวินท์คะ" เธอเอ่ยเสียงดังฟังชัด "ดิฉันมีความสุขดีค่ะ ดิฉันรักคุณธนินท์ และกำลังจะแต่งงานกับเขา" เธอเงยหน้ามองภวินท์อย่างท้าทาย "และดิฉันก็ไม่ต้องการให้ใครมาพูดจาให้เข้าใจผิดค่ะ" ภวินท์มองเมลิสาด้วยสายตาประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดต่อหน้าทุกคนแบบนี้ "ดีมากเมลิสา" คุณลินีเอ่ยชม "การตัดสินใจของเรา เราต้องมั่นคง" "แต่บางที" ภวินท์พูดแทรกขึ้นมา "การตัดสินใจที่ผิดพลาด ก็อาจนำไปสู่ความเสียใจได้นะครับ" เขามองไปที่ธนินท์ "คุณแน่ใจหรือว่าผู้หญิงคนนี้ คือคนที่ใช่จริงๆ" คำพูดของภวินท์เหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของเมลิสา เธอรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำว่าเธอเป็นคนหลอกลวง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ธนินท์จับมือเมลิสาไว้แน่น "ผมแน่ใจ" เขาตอบเสียงหนักแน่น "เมลิสาคือคนที่ผมรัก และผมจะไม่มีวันเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้" เขาหันไปทางภวินท์ "ส่วนคุณ ภวินท์ ผมคิดว่าคุณควรจะหยุดได้แล้ว" ภวินท์มองทั้งสองคนสลับกันไปมา ใบหน้าของเขาฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ถ้าอย่างนั้นก็ดี" เขาพูด "ผมขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตคู่ของคุณนะ" เขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความอึดอัดและคำถามในใจของทุกคน เมลิสารู้สึกอ่อนแรง เธอพิงไหล่ธนินท์เบาๆ "ขอบคุณค่ะ" "ไม่เป็นไร" ธนินท์กระซิบ "เธอทำได้ดีมาก" เขาบีบมือเธอเบาๆ "แต่เราต้องเข้มแข็งกว่านี้" "ฉันกลัวค่ะ" เมลิสาเอ่ยเสียงสั่น "ฉันกลัวว่าเขาจะหาเรื่องเราเจอ" "เขาจะหาไม่เจอ" ธนินท์ย้ำ "ตราบใดที่เรายังอยู่ด้วยกัน และแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเรารักกันมากแค่ไหน" เขามองตาเธอ "เราจะผ่านมันไปได้" เมลิสารู้สึกถึงความมั่นคงในน้ำเสียงของธนินท์ เธอพยักหน้า ถึงแม้จะยังมีความกลัวอยู่ แต่เธอก็รู้สึกว่าเธอกำลังจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ หลังจากนั้น เมลิสากับธนินท์ก็ใช้เวลาพูดคุยกับแขกคนอื่นๆ ต่อไป พวกเขาสวมบทบาทคู่รักที่กำลังจะแต่งงานได้อย่างแนบเนียน ธนินท์คอยดูแลเมลิสาอย่างใกล้ชิด เขาจับมือเธอ พาเธอไปแนะนำให้รู้จักแขกผู้ใหญ่ และคอยตอบคำถามต่างๆ แทนเธอ เมลิสาสังเกตเห็นว่า คุณนลินีมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลงกว่าเดิม ราวกับว่าเธอเริ่มจะยอมรับเมลิสาในฐานะว่าที่ลูกสะใภ้แล้ว ขณะที่งานใกล้จะเลิก ธนินท์พาเมลิสาออกมาเดินเล่นที่ริมทะเลสาบ "วันนี้เหนื่อยไหม" ธนินท์ถาม "นิดหน่อยค่ะ" เมลิสาตอบ "แต่ก็รู้สึกดีค่ะ" "ดีแล้ว" ธนินท์ยิ้ม "พรุ่งนี้เรามีนัดสำคัญ" "นัดอะไรคะ" เมลิสาเลิกคิ้ว "ไปดูชุดแต่งงาน" ธนินท์ตอบ "เราต้องทำให้ทุกอย่างดูสมจริงที่สุด" เมลิสารู้สึกตื่นเต้นกับความคิดนั้น ชุดแต่งงานในฝันของเธอ แต่ความรู้สึกผิดก็ยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ "คุณธนินท์คะ" เมลิสาเอ่ยเสียงเบา "ฉัน... ฉันขอบคุณคุณจริงๆ นะคะ" "สำหรับอะไร" ธนินท์ถาม "สำหรับทุกอย่างค่ะ" เมลิสาตอบ "สำหรับโอกาสนี้... แล้วก็... สำหรับการเชื่อมั่นในตัวฉัน" ธนินท์หยุดเดิน หันมามองเมลิสา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เธออ่านไม่ออก "เธอเป็นคนสำคัญสำหรับผมนะเมลิสา" เขาพูดเบาๆ "จำไว้" คำพูดนั้นทำให้เมลิสารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอมองตอบธนินท์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความรู้สึกผิด ความขอบคุณ และบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบๆ

5,544 ตัวอักษร