ตอนที่ 16 — งานสังคมที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล
เมษาลองชุดราตรีสีแดงเลือดหมูที่ตัดเย็บอย่างประณีต ความพลิ้วไหวของผ้าไหมช่วยขับเน้นเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของเธอให้ดูสง่างามยิ่งขึ้น กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจและเล่ห์เหลี่ยม ในใจเธอยังคงกังวลเรื่องแผนการของภาคินและศรันย์ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของคุณป้าอรุณีที่ว่า "คุณภาคินอยากให้คุณเมษาเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคม" เธอก็รู้สึกว่าต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
"สวยมากเลยค่ะคุณเมษา" คุณป้าอรุณีเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม "เหมาะกับคุณภาคินมากเลยค่ะ"
เมษายิ้มรับ "ขอบคุณค่ะคุณป้า" เธอกวาดตามองไปรอบห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์เนมราคาแพง "งานเลี้ยงคืนนี้จะยิ่งใหญ่แค่ไหนคะ"
"ยิ่งใหญ่มากค่ะ" คุณป้าอรุณียืนยัน "แขกเหรื่อส่วนใหญ่ก็เป็นคนในแวดวงธุรกิจทั้งนั้น โดยเฉพาะท่านประธานสมาคม ท่านเป็นคนที่มีอิทธิพลมากเลยนะคะ คุณภาคินหวังว่าจะใช้โอกาสนี้กระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น"
"แล้ว… มีใครที่ฉันควรจะระวังเป็นพิเศษไหมคะ" เมษาถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
คุณป้าอรุณีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก็… มีบ้างค่ะ โดยเฉพาะคุณอรปรียา ถึงแม้ตอนนี้เธอจะดูเหมือนกำลังมีปัญหา แต่ก็อย่าประมาทเธอเด็ดขาดนะคะ เธอเป็นคนฉลาดแกมโกง และมีความทะเยอทะยานสูงมาก"
"อรปรียา…" เมษาทวนชื่อนั้นในใจ ภาพใบหน้าของอรปรียาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและแววตาอาฆาตแค้นฉายเข้ามาในความคิด "เธอจะมาด้วยเหรอคะ"
"มาสิคะ" คุณป้าอรุณีตอบ "เธอคงจะอยากมาพิสูจน์ตัวเอง หรือไม่ก็มาหาโอกาสแก้แค้นคุณภาคินก็ได้"
"ฉันจะระวังค่ะ" เมษากล่าว น้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม เธอรู้ดีว่าการปรากฏตัวในงานสังคมครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแสดงบทบาท "ภรรยาจำเป็น" อีกต่อไป แต่มันคือการเข้าไปอยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยผู้เล่นมากเล่ห์เหลี่ยม
เมื่อถึงเวลา ภาคินมารับเมษาที่คฤหาสน์ เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ดูภูมิฐานและน่าเกรงขาม แววตาของเขายังคงฉายแววเย็นชา แต่เมื่อสบตาเมษา เขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"พร้อมแล้วนะครับ" ภาคินเอ่ย
เมษายิ้ม "พร้อมเสมอค่ะ"
ตลอดทางไปงานเลี้ยง ภาคินและเมษาแทบจะไม่ได้พูดคุยกันมากนัก ภาคินดูเหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา เมษาก็เช่นกัน เธอพยายามเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น
เมื่อรถลีมูซีนสีดำคันหรูแล่นเข้าไปจอดหน้าโรงแรมหรูใจกลางเมือง แสงไฟสว่างไสวจากโคมไฟระย้าด้านบนสะท้อนกับฝูงชนที่กำลังเดินสวนกันไปมา เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ และเสียงพูดคุยจอแจดังลอดออกมาจากภายในงาน
ภาคินก้าวลงจากรถก่อน เขาเดินอ้อมไปเปิดประตูให้เมษา แววตาของเขาดูอ่อนโยนลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นเมษาในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับเน้นความงามของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"สวยมากครับ" ภาคินเอ่ยชมเบาๆ
เมษารู้สึกใจเต้นแรงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำชมจากปากของภาคิน "ขอบคุณค่ะ"
ทั้งสองจับมือกันก้าวเข้าไปในงาน ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ แขกเหรื่อที่อยู่รอบข้างก็หันมามองเป็นตาเดียว เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น
"นั่นไงคะ คุณภาคินกับคุณเมษา"
"คุณเมษาดูสวยสง่ามากเลยนะคะ"
"ไม่น่าเชื่อเลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดูราบรื่นขนาดนี้"
เมษารู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่เธอก็พยายามรักษาท่าทีให้สงบที่สุด เธอรู้ว่านี่คือส่วนหนึ่งของแผนการของภาคิน เธอต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอกับเขาคือคู่รักที่เพียบพร้อม
ภาคินนำเมษาเดินไปทักทายแขกผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย เขามักจะแนะนำเมษาว่าเป็น "ว่าที่เจ้าสาว" ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ทำให้เมษารู้สึกอึดอัดแต่ก็ต้องยอมรับบทบาทของเธอไป
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกับนักธุรกิจรุ่นใหญ่คนหนึ่ง เมษาก็เหลือบไปเห็นร่างของอรปรียา เธอยืนอยู่กับกลุ่มหญิงสาวหลายคน ใบหน้าของเธอยังคงเชิดหยิ่ง แต่แววตาของเธอกลับจับจ้องมาที่เมษาและภาคินอย่างไม่วางตา
"ขอตัวสักครู่นะคะ" เมษาเอ่ยกับนักธุรกิจรุ่นใหญ่
ภาคินพยักหน้า "ผมจะรออยู่ตรงนี้นะ"
เมษาเดินตรงไปยังกลุ่มของอรปรียา เธอพยายามยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุด "สวัสดีค่ะคุณอรปรียา"
อรปรียาหันมามองเมษาด้วยสายตาเย็นชา "อ้าว คุณเมษา" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "มากับคุณภาคินเหรอคะ นึกว่าวันนี้จะมาคนเดียวซะอีก"
"ทำไมคะ" เมษาถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ฉันมากับสามีของฉัน ก็ไม่น่าแปลกใจนะคะ"
คำว่า "สามี" ของเมษาทำให้กลุ่มหญิงสาวรอบข้างเงียบกริบ อรปรียาเบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มมุมปาก "สามีของคุณ… คุณภาคินน่ะเหรอคะ" เธอเน้นคำว่า "คุณภาคิน" อย่างจงใจ "เห็นว่าคุณภาคินกำลังจะมีข่าวดีเรื่องธุรกิจนี่คะ ไม่ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ… การช่วยเหลือทางด้านการเงินหรือเปล่าคะ"
เมษาเริ่มเข้าใจว่าอรปรียากำลังจะสื่ออะไร เธอพยายามใจเย็น "ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ"
"คุณไม่เข้าใจจริงๆ หรือแกล้งไม่เข้าใจคะ" อรปรียาก้าวเข้ามาใกล้เมษา "ฉันรู้ดีว่าคุณเป็นใคร และรู้ดีว่าคุณมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร"
"คุณกำลังกล่าวหาฉันด้วยเรื่องอะไรคะ" เมษาถามเสียงแข็งขึ้น
"ฉันแค่เตือนคุณไว้เท่านั้นเองค่ะ" อรปรียายิ้มเยาะ "บางที… ของบางอย่างก็ไม่ควรจะอยู่ผิดที่ผิดทางนะคะ"
ก่อนที่เมษาจะทันได้ตอบโต้ ภาคินก็เดินเข้ามาหาเธอ "คุณเมษาครับ กำลังคุยอะไรกันอยู่ครับ" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร แต่สายตาของเขาก็ฉายแววเย็นชาเมื่อมองไปที่อรปรียา
"ไม่มีอะไรค่ะ" เมษาตอบ "แค่คุยเรื่องงานนิดหน่อย"
"เรื่องงาน? หรือเรื่องส่วนตัวคะ" อรปรียาถามด้วยน้ำเสียงท้าทาย "คุณภาคินคะ คุณแน่ใจเหรอคะว่า… ภรรยาของคุณ… กำลังบอกความจริงทั้งหมด"
ภาคินก้าวเข้ามาประชิดเมษา เขาโอบไหล่เธอไว้เบาๆ "คุณอรปรียาครับ ผมว่าคุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไป" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ "เมษาเป็นภรรยาของผม และเธอไม่มีอะไรต้องปิดบังผมทั้งนั้น"
อรปรียาหัวเราะเบาๆ "ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ" เธอเหลือบมองเมษาอีกครั้ง "ไว้เจอกันใหม่นะคะ คุณเมษา"
ว่าแล้วอรปรียาก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้เมษาและภาคินยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบ
"เธอพูดอะไรกับคุณครับ" ภาคินถามเสียงเข้ม
"ไม่มีอะไรมากค่ะ" เมษาพยายามเลี่ยงที่จะพูดถึงประเด็นที่อรปรียาพยายามจะโยงไปถึงเรื่องธุรกิจ "แค่… ทักทายกันตามมารยาท"
ภาคินมองเมษาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "คุณแน่ใจนะครับ"
"ค่ะ" เมษายืนยัน "แล้ว… ตอนนี้เรากลับไปทักทายแขกคนอื่นกันดีกว่านะคะ"
ภาคินพยักหน้า แต่เขารู้ดีว่าอรปรียาคงไม่ได้มาแค่ทักทายธรรมดา การปรากฏตัวของเธอในงานนี้ ย่อมมีจุดประสงค์แอบแฝง และคำพูดของเธอเมื่อครู่ ก็ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าแผนการของอรปรียากำลังจะเริ่มทำงาน
5,158 ตัวอักษร