เมียจำเป็นของนักธุรกิจโหด

ตอนที่ 32 / 45

ตอนที่ 32 — การเผชิญหน้าครั้งใหญ่กับความจริง

บรรยากาศในห้องประชุมของสำนักงานภาคินเต็มไปด้วยความตึงเครียด ภาคินนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ มือข้างหนึ่งกุมกล่องไม้เก่าไว้แน่น ใบหน้าคมคายฉายแววแน่วแน่ เขาหันไปมองเมษาที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งมีสีหน้าหวังดีปนกังวล "เมษา" ภาคินเริ่มกล่าว "วันนี้เราจะรู้ความจริงทั้งหมด" เมษากลั้นหายใจรอคอย เธอเชื่อมั่นในตัวภาคิน แต่เรื่องราวที่กำลังจะเปิดเผยนั้น ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว "ผมได้รวบรวมหลักฐานที่สำคัญบางอย่างมา" ภาคินกล่าวพลางยกกล่องไม้ขึ้น "นี่คือของที่ผมเจอในบ้านเก่าของผม" เขาเปิดกล่องออก เผยให้เห็นรูปถ่ายเก่าๆ จดหมาย และเอกสารต่างๆ "รูปพวกนี้" ภาคินหยิบรูปหนึ่งขึ้นมา "คือรูปของคุณพ่อผมกับคุณวิสุทธิ์" เมษามองรูปนั้นด้วยความสนใจ "คุณพ่อคุณภาคิน… ท่านดูอ่อนกว่านี้มากเลยค่ะ" "ใช่" ภาคินกล่าว "และจดหมายฉบับนี้" เขาหยิบจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของบิดาเขาขึ้นมา "เป็นจดหมายที่ท่านเขียนถึงศรันย์" ภาคินอ่านจดหมายนั้นให้เมษาและทนายสุชาดาฟังอย่างช้าๆ ทุกคำพูดเต็มไปด้วยความห่วงใยและความพยายามที่จะเตือนสติศรันย์ "ผมรู้ว่าคุณกำลังพยายามทำอะไร และฉันอยากจะเตือนคุณ… อย่าเล่นกับไฟ" ภาคินอ่านทวนประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "คุณพ่อผมพยายามจะหยุดยั้งแผนการบางอย่างของคุณวิสุทธิ์ ที่เกี่ยวข้องกับการฮุบสมบัติของครอบครัวพลอยไพลิน" ภาคินอธิบาย "และดูเหมือนว่าศรันย์จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตั้งแต่สมัยคุณวิสุทธิ์ยังมีชีวิตอยู่" เมษามองภาคินด้วยความตกตะลึง "แสดงว่า… เรื่องทั้งหมดมันซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มาก" "ใช่" ภาคินกล่าว "และน่าเศร้าที่ผมเพิ่งมารู้ความจริงตอนนี้" ทนายสุชาดาหยิบเอกสารบางส่วนขึ้นมาดู "คุณภาคินคะ ดิฉันเพิ่งได้รับการยืนยันจากทนายอีกท่านหนึ่งค่ะ เขาเป็นเพื่อนสนิทของทนายที่เคยดูแลคดีคุณพลอยไพลิน" "เขาบอกอะไรบ้าง" ภาคินถาม "เขาบอกว่าทนายคนนั้นก่อนเสียชีวิต ได้มอบสำเนาเอกสารบางอย่างไว้ให้เขา" ทนายสุชาดาอธิบาย "ซึ่งเป็นสำเนาพินัยกรรมอีกฉบับหนึ่ง ที่คุณพลอยไพลินทำขึ้นมาใหม่ ก่อนที่จะเสียชีวิตไม่นาน" "พินัยกรรมอีกฉบับ" ภาคินอุทาน "ใช่ค่ะ" ทนายสุชาดาพยักหน้า "และในพินัยกรรมฉบับนี้ ระบุชัดเจนว่า… คุณพลอยไพลินยกทรัพย์สินทั้งหมดให้กับเมษา แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ผูกติดอยู่กับ… การดูแลรักษาความปลอดภัยของเมษา" "การดูแลรักษาความปลอดภัย" เมษากล่าวซ้ำ "หมายความว่ายังไงคะ" "หมายความว่า… ถ้าหากเมษาตกอยู่ในอันตราย หรือมีใครพยายามทำร้ายเธอ ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกระงับไว้ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย" ทนายสุชาดาอธิบาย "และมีลายเซ็นของผู้จัดการมรดกคนใหม่ ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นอย่างลับๆ อยู่ในเอกสารฉบับนี้ด้วย" ภาคินมองเอกสารนั้นด้วยสายตาที่เฉียบคม "ผู้จัดการมรดกคนใหม่… น่าจะเป็นคนที่ศรันย์แต่งตั้งขึ้นมา เพื่อควบคุมเรื่องนี้" "ถูกต้องค่ะ" ทนายสุชาดาเห็นด้วย "และจากประวัติที่ดิฉันสืบมา ผู้จัดการมรดกคนนี้ มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับ… คุณวิสุทธิ์" "หมายความว่า… ศรันย์กับคุณวิสุทธิ์ วางแผนที่จะใช้เรื่องนี้ในการควบคุมเมษา" ภาคินกล่าวสรุป "และศรันย์ก็รู้เรื่องพินัยกรรมฉบับนี้มาตลอด" "ใช่ค่ะ" ทนายสุชาดาตอบ "และเมื่อพินัยกรรมฉบับจริงถูกบิดเบือนไป ศรันย์ก็เข้ามาเพื่อควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด โดยอ้างว่าเขาจะช่วยเมษา" "แผนการของศรันย์มันซับซ้อนจริงๆ" ภาคินกล่าว "เขาใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ในอดีต และความอ่อนแอของคุณวิสุทธิ์ เพื่อสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนขึ้นมา" "แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ" เมษากล่าวถามอย่างมีความหวัง "เราจะใช้หลักฐานเหล่านี้" ภาคินกล่าวพลางยิ้ม "เพื่อเปิดโปงแผนการของศรันย์" ภาคินตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับศรันย์ทันที เขาโทรศัพท์หาศรันย์ และนัดหมายให้พบกันที่ห้องทำงานของเขาในค่ำวันนั้น เมื่อศรันย์เดินเข้ามาในห้องทำงานของภาคินด้วยท่าทีสบายๆ แต่แฝงไปด้วยความระแวง เขาเห็นภาคินนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน พร้อมกับกล่องไม้เก่าที่วางอยู่ข้างๆ "มีอะไรภาคิน" ศรันย์ถาม "ฉันนึกว่านายจะให้ฉันรออีกสักพัก" "ผมไม่ชอบให้ใครมาเล่นตลกกับผม ศรันย์" ภาคินกล่าวเสียงเย็น "เล่นตลกอะไร" ศรันย์ถาม พยายามทำสีหน้าใสซื่อ "ฉันไม่เข้าใจ" "ผมเจอเอกสารบางอย่างในบ้านเก่าของผม" ภาคินกล่าวพลางชี้ไปที่กล่องไม้ "จดหมายจากพ่อผมถึงคุณ" สีหน้าของศรันย์เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงพยายามควบคุมสติ "จดหมายจากท่านประธาน… ฉันจำไม่ได้ว่าเคยได้รับ" "ไม่ต้องโกหกหรอก ศรันย์" ภาคินกล่าว "พ่อผมรู้เรื่องแผนการของคุณกับคุณวิสุทธิ์ และท่านพยายามจะหยุดยั้งคุณ" "คุณกำลังเข้าใจผิดแล้วภาคิน" ศรันย์โต้แย้ง "คุณวิสุทธิ์เป็นเพื่อนที่ดีของพ่อคุณ" "เพื่อนที่ดีที่กำลังจะถูกคุณหลอกใช้" ภาคินกล่าว "และคุณก็รู้เรื่องพินัยกรรมฉบับจริงของแม่ผม" ภาคินหยิบสำเนาพินัยกรรมฉบับที่สองขึ้นมา "พินัยกรรมที่ระบุว่าเมษาจะได้รับทุกอย่าง แต่มีเงื่อนไขเรื่องความปลอดภัย" ศรันย์มองเอกสารนั้นด้วยสีหน้าตึงเครียด "นี่มัน… สำเนาปลอม" "ไม่ มันไม่ใช่สำเนาปลอม" ทนายสุชาดาซึ่งเข้ามาสมทบเงียบๆ กล่าว "ดิฉันได้ยืนยันกับทนายที่เป็นผู้เก็บรักษาเอกสารแล้ว" "แล้วใครคือผู้จัดการมรดกที่แต่งตั้งขึ้นมาอย่างลับๆ" ภาคินถาม "คนที่ศรันย์แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมเรื่องนี้" ศรันย์เงียบไป เขาตระหนักได้ว่าภาคินได้ค้นพบความจริงทั้งหมดแล้ว "คุณมัน… ตาถึงจริงๆ ภาคิน" ศรันย์กล่าวในที่สุด "แต่คุณจะทำอะไรได้" "ผมจะเปิดโปงความจริงให้ทุกคนรู้" ภาคินกล่าว "และผมจะทำให้คุณได้รับโทษตามกฎหมาย" "คุณคิดว่าคุณจะทำได้งั้นเหรอ" ศรันย์หัวเราะเยาะ "ฉันมีอำนาจมากกว่าที่คุณคิดนะ" "อำนาจของคุณกำลังจะหมดลง" ภาคินกล่าว "เพราะความจริงมันอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว"

4,494 ตัวอักษร