ตอนที่ 7 — การสารภาพที่ละเอียดอ่อน
“ผมเคย… หลงผิดไปบ้างครับ” ราเมศร์ยอมรับ เสียงของเขาแผ่วเบาลงเมื่อพูดประโยคนั้นออกมา เขามองดวงตาของดารินที่มองมาอย่างตั้งใจ ราวกับจะรับฟังทุกถ้อยคำที่เขาจะกล่าวต่อไป “ผมเคยคิดว่า… เงิน อำนาจ และการควบคุม คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต”
ดารินพยักหน้าเบาๆ เธอไม่พูดอะไร เพียงแต่นั่งนิ่งๆ ให้เขาระบายความในใจ ราเมศร์รู้สึกเหมือนมีกำแพงบางอย่างที่เขาเคยสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองกำลังพังทลายลงไปทีละน้อย เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยเปิดเผยความเปราะบางของตัวเองให้ใครเห็นง่ายๆ ขนาดนี้
“ผมเคยทำร้ายคนอื่น… โดยไม่รู้ตัว” เขาเอ่ยต่อ “ผมเคยใช้ความได้เปรียบของตัวเอง… เพื่อเอาชนะในเกมที่ผมสร้างขึ้นมาเอง” ราเมศร์หยุดไปครู่หนึ่ง สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดต่อ “ผมเคยคิดว่าตัวเองเก่ง… ว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น”
เขาเงยหน้าขึ้นสบตาดารินอีกครั้ง “แต่การได้พบคุณ… และการได้เห็นโลกของคุณ… ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง” ราเมศร์ยอมรับ “ผมเห็นว่า… ความสุขที่แท้จริง… มันไม่ได้มาจากสิ่งเหล่านั้นเลย”
“แล้วคุณคิดว่า… ความสุขที่แท้จริงมาจากไหนคะ” ดารินถาม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ไม่มีความตัดสินหรือตำหนิใดๆ
“ผม… ผมกำลังพยายามหาคำตอบอยู่ครับ” ราเมศร์ตอบตามตรง “แต่ผมคิดว่า… มันน่าจะมาจาก… การได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย… การได้สร้างสิ่งดีๆ… และการได้… ได้รักใครสักคนอย่างจริงใจ”
เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะเสริม “ผมไม่แน่ใจว่า… ผมจะสามารถทำสิ่งนั้นได้หรือไม่… แต่ผมก็อยากจะลองดู”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับมาเงียบอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ราเมศร์รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดที่ได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจมานาน
“ขอบคุณนะคะ… ที่เล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟัง” ดารินกล่าว “ฉันเข้าใจ… ว่ามันคงไม่ง่ายเลย”
“ผม… ก็ไม่แน่ใจว่าทำไมผมถึงเล่าให้คุณฟัง” ราเมศร์ยิ้มบางๆ “บางที… ผมอาจจะรู้สึก… ไว้ใจคุณก็ได้”
คำพูดนั้นทำให้ดารินยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มของเธอสดใสราวกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาในค่ำคืนอันมืดมิด
“ฉันดีใจที่ได้ยินแบบนั้นค่ะ” เธอกล่าว “และฉันก็เชื่อว่า… คุณจะทำได้”
“คุณ… เชื่อมั่นในตัวผมมากจริงๆ นะครับ” ราเมศร์กล่าว
“เพราะฉันเชื่อใน… ศักยภาพของมนุษย์ค่ะ” ดารินตอบ “และฉันก็มองเห็น… บางสิ่งบางอย่างในตัวคุณ… ที่อาจจะยัง… ซ่อนเร้นอยู่”
บทสนทนาของทั้งสองคนดำเนินต่อไปจนดึก ราเมศร์รู้สึกว่าเขาได้รู้จักดารินมากขึ้นในคืนนี้ เขาได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเธอที่ไม่ใช่แค่ศิลปินผู้มีวิสัยทัศน์ แต่เป็นผู้หญิงที่เข้าใจโลก และมีความเมตตาอย่างแท้จริง
เมื่อถึงเวลาที่ต้องแยกย้าย ราเมศร์ยืนส่งดารินที่รถของเธอ
“วันนี้… เป็นค่ำคืนที่พิเศษมากสำหรับผมครับ” ราเมศร์กล่าว “ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”
“ฉันก็รู้สึกเช่นนั้นค่ะ” ดารินตอบ “หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะคะ”
“แน่นอนครับ” ราเมศร์ตอบอย่างมั่นใจ “ผมจะติดต่อคุณไปนะครับ”
ดารินยิ้มให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นรถและขับจากไป ราเมศร์ยืนมองรถของเธอจนลับสายตา ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจของเขายังคงชัดเจน มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกของนักธุรกิจที่กำลังสนใจคู่ค้า แต่เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่เขารู้สึกว่า… มันกำลังเปลี่ยนแปลงเขาไปทีละน้อย
ตลอดทางกลับบ้าน ราเมศร์คิดถึงเรื่องราวที่ได้คุยกับดาริน เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นคนประเภทที่จะเปิดใจให้ใครฟังเรื่องอดีตที่เจ็บปวดได้ง่ายๆ แต่ดารินมีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย และรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ยอมรับ
เขาคิดถึงคำพูดของเธอที่ว่า “ฉันเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ และฉันก็มองเห็นบางสิ่งบางอย่างในตัวคุณ ที่อาจจะยังซ่อนเร้นอยู่” คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหูของเขา มันทำให้เขารู้สึกมีความหวัง และมีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ราเมศร์รู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนอย่างเขา ที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ต้องแข่งขัน และเอาชนะอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเขานึกถึงรอยยิ้มของดาริน นึกถึงแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจของเธอ เขาก็รู้สึกว่า… มันคุ้มค่าที่จะลอง
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดรายชื่อติดต่อ เขาเลื่อนดูชื่อต่างๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ชื่อของ ‘ดาริน ภัทราวิชญ์’ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกดโทรออก
“ฮัลโหลค่ะ” เสียงของดารินดังขึ้นมา
“สวัสดีครับคุณดาริน” ราเมศร์เอ่ย “ผมราเมศร์เองครับ”
“อ้าว คุณราเมศร์” ดารินตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผม… แค่อยากจะบอกว่า… ขอบคุณอีกครั้งสำหรับค่ำคืนนี้นะครับ” ราเมศร์กล่าว “และผม… ผมอยากจะขอโอกาส… ที่จะได้รู้จักคุณให้มากกว่านี้”
มีเสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดารินจะตอบกลับมา “ฉันก็… หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นค่ะ”
ราเมศร์ยิ้ม เขาไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่กำลังจะมาถึงมากเท่านี้มาก่อน เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับตอนนี้… แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
3,919 ตัวอักษร