ตอนที่ 1 — ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ในความมืด
สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดเอื่อยผ่านสวนกุหลาบที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูล “วิชญ์ธนดล” แสงจันทร์สาดส่องลงมาขับเน้นให้เงาของต้นไม้ใหญ่ดูน่าเกรงขาม อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ และกลิ่นอายของความร่ำรวยที่ยากจะปฏิเสธ
"ราเชน" บุรุษหนุ่มวัยสามสิบปี รูปร่างสูงสง่า ดวงตาคมกริบแฝงแววเศร้าสร้อย ยืนพิงระเบียงห้องทำงานส่วนตัว มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้สีอำพัน มองออกไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า เขาคือทายาทคนเดียวของตระกูลวิชญ์ธนดล ผู้สืบทอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พันล้าน ชีวิตที่ดูเหมือนเพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่ง แต่กลับเต็มไปด้วยภาระและความลับที่หนักอึ้ง
“คุณราเชนคะ” เสียงหวานใสแต่แฝงความเหนื่อยอ่อนดังขึ้นจากด้านหลัง
ราเชนหันไปมองร่างบางที่ยืนอยู่ตรงประตู เขาคือ “พิมพ์ชนก” หญิงสาววัยยี่สิบห้าปี ใบหน้าสวยหวานแต่ซีดเซียว ผมยาวสีดำสนิทถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาคู่งามฉายแววประหม่า เธอสวมชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตาที่ดูขัดแย้งกับบรรยากาศรอบตัวอย่างน่าประหลาด
“มีอะไร” ราเชนถามเสียงเรียบ เขาไม่เคยแสดงความอ่อนโยนให้ใครเห็น โดยเฉพาะกับเธอ
“คุณพ่อเรียกค่ะ บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” พิมพ์ชนกตอบเสียงเบา
“รู้แล้ว” ราเชนตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ “เดี๋ยวฉันลงไป”
พิมพ์ชนกพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ราเชนยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ มองตามแผ่นหลังบางที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด เขารู้ดีว่าสิ่งที่พ่อจะคุยด้วยนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร มันคือข้อตกลงที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด
อีกด้านหนึ่งของคฤหาสน์ ภายในห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหรา “คุณหญิงสมร” มารดาของราเชน นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเธอเคร่งขรึม บ่งบอกถึงความไม่พอใจในบางสิ่งบางอย่าง
“ราเชน ลงมาแล้วค่ะแม่” เสียงพิมพ์ชนกดังขึ้นเมื่อราเชนเดินเข้ามาในห้อง
ราเชนเดินตรงไปยังที่นั่งของตนเองโดยไม่พูดอะไร เขาเลือกนั่งตรงข้ามกับพิมพ์ชนก สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาที่กำลังหลบเลี่ยงของเธอ
“มาแล้วก็ดี” คุณหญิงสมรกล่าวเสียงเย็น “พ่อของเธอรออยู่”
“คุณวิชญ์” ราเชนกล่าวทักทายบิดาซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าของ “คุณวิชญ์” ชายวัยห้าสิบปลายๆ ดูเหนื่อยล้าแต่ยังคงแฝงไว้ด้วยอำนาจ
“นั่งก่อนเถอะ ราเชน” คุณวิชญ์เอ่ยเชิญ “วันนี้เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกัน”
ราเชนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างช้าๆ เขามองไปยังพิมพ์ชนกอีกครั้ง หญิงสาวก้มหน้าก้มตา จ้องมองไปที่จานอาหารตรงหน้าราวกับมันคือสิ่งน่าสนใจที่สุดในโลก
“ตามที่พ่อเคยบอก ราเชน” คุณวิชญ์เริ่มกล่าว “ธุรกิจของเรากำลังจะขยายไปต่างประเทศ และเราต้องการหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้”
ราเชนพยักหน้า เขาเดาทางออก
“คุณวิสุทธิ์ เจ้าของบริษัท ‘อัญมณีพัชรา’ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของเรามาตลอด และเขาได้เสนอข้อเสนอที่น่าสนใจมาก” คุณวิชญ์กล่าว
“ข้อเสนออะไรครับ” ราเชนถาม
“เขาต้องการให้เราควบรวมกิจการบางส่วน และเพื่อเป็นการตอบแทน เขาจะให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างเต็มที่” คุณวิชญ์หยุดเล็กน้อย มองหน้าลูกชาย “แต่มีเงื่อนไข”
ราเชนเงียบรอฟัง
“เงื่อนไขก็คือ… เขาต้องการให้เราแต่งงานกับลูกสาวของเขา” คุณวิชญ์กล่าวตรงๆ
แววตาของราเชนแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงควบคุมอารมณ์ไว้ได้ “ลูกสาวของคุณวิสุทธิ์… คุณพิมพ์ชนก ใช่ไหมครับ”
คุณวิชญ์พยักหน้า “ถูกต้อง”
พิมพ์ชนกสะดุ้งเฮือก เธอเงยหน้าขึ้นมองราเชนด้วยแววตาตื่นตระหนก ราเชนสบตาเธอทันที ดวงตาคมกริบของเขากดดันจนเธอต้องหลบตาไปอีกครั้ง
“แล้วคุณพ่อต้องการให้ผมตัดสินใจอย่างไรครับ” ราเชนถามเสียงราบเรียบ
“พ่อต้องการให้แกแต่งงานกับพิมพ์ชนก” คุณวิชญ์ตอบโดยไม่ลังเล “มันเป็นประโยชน์กับธุรกิจของเราอย่างมหาศาล และมันจะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับคุณวิสุทธิ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”
“แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าพิมพ์ชนกมาก่อนเลย” ราเชนกล่าว “ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นคนอย่างไร”
“เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนฉัน ฉันไว้ใจเธอ” คุณหญิงสมรแทรกขึ้น “และเธอเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย เหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้ของตระกูลเรา”
“ความเหมาะสมไม่ใช่ทุกอย่างนะครับแม่” ราเชนกล่าว
“มันก็เป็นส่วนสำคัญ” คุณวิชญ์เสริม “พ่อรู้ว่าแกอาจจะยังไม่พร้อม แต่สถานการณ์บังคับ พ่อจะให้เวลาแกคิด แต่ขอให้คิดให้ดี”
ราเชนถอนหายใจยาว เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ การแต่งงานที่ไม่ใช่เพราะความรัก แต่มันคือการลงทุน คือการผูกมัดทางธุรกิจ
“ผมขอเวลาคิดสักพักครับ” ราเชนกล่าว
“ได้” คุณวิชญ์ตอบรับ “แต่รีบตัดสินใจนะ พ่อจะนัดให้พวกแกสองคนได้พูดคุยกันอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
ราเชนพยักหน้า เขามองไปยังพิมพ์ชนกอีกครั้ง หญิงสาวก้มหน้าลงแน่น ราวกับกำลังจะร้องไห้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ดูหวาดกลัวเขาขนาดนี้ ทั้งที่เขาไม่เคยทำอะไรเธอเลย
“ผมขอตัวก่อนครับ” ราเชนลุกขึ้นยืน
“จะไปไหน” คุณหญิงสมรเอ่ยถาม
“ขึ้นไปทำงานครับ” ราเชนตอบสั้นๆ แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พิมพ์ชนกนั่งนิ่งอยู่กับคุณหญิงสมรและคุณวิชญ์
เมื่อราเชนเดินจากไป พิมพ์ชนกก็ปล่อยน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาอย่างเงียบเชียบ
“ร้องไห้ทำไม” คุณหญิงสมรเอ่ยถามเสียงเย็น “เธอควรจะดีใจนะที่ได้แต่งงานกับราเชน”
พิมพ์ชนกไม่ตอบ เธอได้แต่เช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ
“ฉันรู้ว่าเธอเองก็มีเหตุผลของเธอ” คุณวิชญ์กล่าวอย่างเข้าใจ “แต่เรื่องนี้มันสำคัญมากสำหรับครอบครัวของเรา”
พิมพ์ชนกพยักหน้าเบาๆ เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้สำคัญ แต่หัวใจของเธอกลับร่ำร้องด้วยความเจ็บปวด เธอไม่เคยต้องการสิ่งนี้เลย
ค่ำคืนนั้น ราเชนยังคงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับเขาเช่นนี้ การแต่งงานกับพิมพ์ชนกอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจของครอบครัว แต่ในใจของเขากลับมีบางอย่างที่คัดค้านอย่างรุนแรง เขาไม่ต้องการแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่รู้จัก ไม่มีความรู้สึกใดๆ ให้
พิมพ์ชนกเองก็เช่นกัน เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตของเธอจะมาเกี่ยวพันกับผู้ชายที่เย็นชาและหยิ่งทะนงอย่างราเชนเลยสักนิด แต่เมื่อตระกูลของเธอเองก็มีปัญหาที่ต้องแก้ไข การแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นทางออกเดียวที่เธอเหลืออยู่
ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในสภาวะเดียวกัน คือการถูกบีบบังคับโดยสถานการณ์ โดยที่หัวใจของทั้งสองกลับไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย สัญญาที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะนำพาพวกเขาไปสู่เส้นทางใดกันแน่
5,036 ตัวอักษร