ตอนที่ 11 — เงาปริศนาและความลับที่ถูกเปิดเผย
เสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังแว่วมาแต่ไกล ตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดภายในคฤหาสน์ของท่านปรีชา ภาคินยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องสมุด มองดูเอกสารที่ท่านปรีชาหยิบยื่นให้ มือหนาไล้ไปตามรูปถ่ายเก่าๆ ที่แสดงภาพของท่านปรีชากับนายพลสมชาย สมัยที่ทั้งสองยังหนุ่มแน่น ดูผูกพันกันอย่างยิ่ง
"นายพลสมชายเป็นคนที่มีอุดมการณ์สูงส่ง" ท่านปรีชาเอ่ยขึ้นขณะรินชาให้ภาคิน "เขาเชื่อมั่นในความถูกต้อง และพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อปกป้องประเทศชาติ"
ภาคินพยักหน้า เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมมินตราถึงถูกมองว่าเป็น 'สมบัติล้ำค่า' และทำไมจึงมีคนต้องการตามล่าเธอ หากเธอคือทายาทของบุคคลสำคัญเช่นนายพลสมชาย
"แล้วเรื่องการตายของนายพลสมชายล่ะครับ" ภาคินถาม "มีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมไหมครับ"
ท่านปรีชาถอนหายใจหนัก "เป็นภารกิจลับที่ข้อมูลถูกปกปิดอย่างหนาแน่น" เขาตอบ "รายงานอย่างเป็นทางการระบุว่าเสียชีวิตในขณะปะทะกับกลุ่มก่อการร้าย แต่มีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล"
"ไม่ชอบมาพากลอย่างไรครับ" ภาคินถาม ดวงตาคมกวาดมองไปที่ท่านปรีชา
"หลายครั้งที่นายพลถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ที่ดูเหมือนจะอันตรายเกินไป" ท่านปรีชาเล่า "ราวกับว่ามีใครบางคนจงใจส่งเขาไปเผชิญหน้ากับความตาย และข้อมูลบางส่วนที่ผมได้มา บ่งชี้ว่าอาจมีคนในแวดวงอำนาจของรัฐเอง ที่เป็นคนปล่อยข่าวและวางแผนร้าย"
ภาคินขมวดคิ้ว "คนในรัฐบาล?" เขาอุทาน "เป็นไปได้อย่างไร"
"อำนาจมักจะนำมาซึ่งการคอร์รัปชัน และความขัดแย้งเสมอครับ" ท่านปรีชาตอบ "นายพลสมชายเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่ประนีประนอมกับเรื่องที่ผิดกฎหมาย และไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเขา นั่นอาจทำให้เขาไม่เป็นที่พอใจของใครบางคน"
"ใครบางคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ส่งเขาไปตาย?" ภาคินพึมพำ เขาเริ่มเห็นภาพความขัดแย้งที่ซับซ้อนกว่าที่คิด
"ผมไม่สามารถยืนยันได้ 100% ครับ" ท่านปรีชาเอ่ย "แต่หลักฐานที่ผมรวบรวมได้ บ่งชี้ไปในทิศทางนั้น ผมจึงต้องปกป้องคุณมินตรา และพยายามสืบหาความจริงเบื้องหลังการตายของเพื่อนผม"
"แล้วเฉิน... เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยไหมครับ" ภาคินถาม นึกถึงหัวหน้าแก๊งค้าอาวุธที่ท่านปรีชาเอ่ยถึง
"ผมคิดว่าเฉินน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการร้ายนั้น" ท่านปรีชาตอบ "การที่นายพลสมชายขัดขวางธุรกิจของเขา อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาต้องการกำจัดนายพล แต่ผมเชื่อว่ายังมีคนอื่นที่อยู่เบื้องหลังที่ใหญ่กว่าเฉิน"
"แล้วทำไมต้องรอจนถึงตอนนี้ ถึงจะเปิดเผยเรื่องนี้กับผม" ภาคินถาม
"ผมต้องการเวลาในการรวบรวมหลักฐาน และต้องการให้แน่ใจว่าคุณภาคินพร้อมที่จะรับมือกับเรื่องนี้" ท่านปรีชาตอบ "ผมรู้ดีว่าคุณเป็นใคร และมีอำนาจมากเพียงใดในโลกของคุณ แต่โลกของผม อาจอันตรายและซับซ้อนกว่าที่คุณคิด การที่ผมจะขอความช่วยเหลือจากคุณ ผมต้องแน่ใจว่าคุณจะไม่ถูกดึงเข้าไปในอันตรายที่ไม่จำเป็น"
"ผมไม่ได้มองว่าเป็นการช่วยเหลือ" ภาคินเอ่ย "มินตราคือคนที่ผมรัก ผมพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ และถ้าการทำแบบนี้ คือการปกป้องเธอ ผมก็จะทำ"
ท่านปรีชามองภาคินด้วยสายตาชื่นชม "ผมเห็นความจริงใจในแววตาของคุณ" เขากล่าว "ผมเชื่อว่าคุณจะดูแลมินตราได้เป็นอย่างดี"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ "ท่านปรีชาคะ" เป็นเสียงของมินตราที่ดังมาจากนอกห้อง "คุณภาคินคะ ฉันขอเข้าไปได้ไหมคะ"
"เข้ามาสิ มินตรา" ท่านปรีชาตอบ
ประตูห้องสมุดเปิดออก มินตราเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย เธอถือถาดชาที่เพิ่งชงเสร็จเข้ามา "ฉันเห็นว่าคุณภาคินมา ฉันเลยเอาชามาให้ค่ะ"
"ขอบใจนะมินตรา" ภาคินกล่าวรับถ้วยชาจากมือเธอ
"คุณภาคินคะ" มินตราเอ่ย "ฉัน... ฉันอยากจะขอโทษที่คุณภาคินต้องมาตกอยู่ในอันตรายเพราะฉัน"
"ไม่เป็นไรเลยนะมินตรา" ภาคินจับมือเธอไว้เบาๆ "ผมบอกแล้วไง ผมเต็มใจ"
"แต่คุณภาคินก็มีเรื่องของตัวเองที่ต้องจัดการอยู่แล้ว" มินตรากล่าว "ฉันไม่อยากให้เรื่องของฉัน มาทำให้คุณภาคินลำบากใจ"
"มินตรา" ภาคินมองเข้าไปในดวงตาของเธอ "ผมรักคุณ ผมรักคุณมากจริงๆ" เขาพูดเน้นย้ำ "และผมก็อยากจะดูแลคุณให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้"
มินตราหน้าแดงเล็กน้อย เธอไม่คุ้นเคยกับการแสดงความรู้สึกที่ตรงไปตรงมาของภาคินนัก แต่เธอก็รู้สึกดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น
"แล้วเรื่องเฉิน..." มินตราถาม "เขาเป็นอันตรายมากไหมคะ"
"อันตรายมาก" ท่านปรีชาตอบ "แต่เราจะจัดการกับเขาเอง คุณไม่ต้องเป็นห่วง"
"ฉัน... ฉันมีอะไรบางอย่างที่อยากจะให้คุณภาคินดูค่ะ" มินตราเอ่ยขึ้น เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็กของเธอ และหยิบซองเอกสารออกมา "นี่คือ... รูปถ่ายเก่าๆ ของคุณแม่ของฉันค่ะ"
ภาคินรับซองเอกสารมาอย่างงุนงง เขาค่อยๆ ดึงรูปถ่ายออกมา ภาพแรกเป็นรูปของผู้หญิงที่สวยสง่า ดวงตาของเธออบอุ่นและอ่อนโยน ภาคินรู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้าของเธออย่างน่าประหลาด
"คุณแม่ของผม ท่านชื่ออรทัย" มินตราเอ่ย "ฉันมีรูปท่านอยู่น้อยมาก เพราะท่านเสียชีวิตไปตอนที่ฉันยังเล็ก"
ภาคินจ้องมองรูปถ่ายนั้น เขาจำได้ทันที เขารู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ นี่คือผู้หญิงที่เขาเคยเห็นในฝันร้ายของเขา ภาพของผู้หญิงที่ถูกยิงเสียชีวิตในอ้อมแขนของชายชุดดำเมื่อหลายปีก่อน
"คุณ... คุณแน่ใจนะว่านี่คือคุณแม่ของคุณ" ภาคินถามเสียงสั่น
"แน่ใจค่ะ" มินตราตอบ "ทำไมคะ คุณภาคินรู้จักคุณแม่ของฉันเหรอคะ"
ภาคินพยักหน้าอย่างยากลำบาก "ผม... ผมเคยเห็นท่านมาก่อน" เขาเอ่ย "แต่ไม่ใช่ในสภาพที่ดีนัก"
"หมายความว่ายังไงคะ" มินตราถาม ด้วยความตกใจ
"เมื่อหลายปีก่อน" ภาคินเล่า "ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต ผมจำใบหน้าของเธอได้ เพราะเธอสวยมาก และภาพนั้นมันติดตาผมมาตลอด"
มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ไม่จริงน่า!" เธออุทาน "คุณ... คุณเห็นคุณแม่ของฉันตายเหรอคะ"
"ผมคิดว่าเป็นแบบนั้น" ภาคินตอบ "แต่ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่าตอนนั้นผมอยู่ที่ไหน และทำไมผมถึงไปเห็นเหตุการณ์นั้น"
ท่านปรีชามองภาคินด้วยความประหลาดใจ "คุณเห็นคุณอรทัยเสียชีวิต?" เขากล่าว "เป็นไปได้อย่างไร"
"ผมไม่แน่ใจครับ" ภาคินตอบ "แต่ผมจำได้ว่ามีชายชุดดำกลุ่มหนึ่งอยู่รอบๆ บริเวณนั้น และพวกเขาก็ดูไม่น่าไว้วางใจ"
มินตราทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เธอเอามือปิดปากด้วยความตกใจ "แล้ว... แล้วทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องนี้เลย"
"บางที... อาจจะมีบางอย่างที่ถูกปกปิดไว้" ท่านปรีชากล่าว "อาจจะมีบางคนพยายามปกปิดความจริงเกี่ยวกับการตายของคุณอรทัย เพื่อไม่ให้คุณมินตราต้องตกอยู่ในอันตราย"
ภาคินมองมินตรา เขารู้สึกสะเทือนใจที่เธอต้องเผชิญกับความจริงที่น่ากลัวเช่นนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกผูกพันกับเธอมากขึ้น เขาไม่ใช่แค่ผู้ชายที่ตกหลุมรักหญิงสาวที่น่ารักคนหนึ่งอีกต่อไป แต่เขากำลังผูกพันกับหญิงสาวที่มีอดีตอันซับซ้อนและเต็มไปด้วยความลับ
"มินตรา" ภาคินพูดปลอบ "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ"
มินตรามองภาคิน น้ำตาคลอเบ้า "ขอบคุณค่ะคุณภาคิน" เธอเอ่ย "ฉัน... ฉันดีใจที่มีคุณภาคินอยู่ตรงนี้"
ภาคินยิ้มให้เธอ เขาหันไปมองท่านปรีชา "ผมคิดว่าเราต้องสืบหาความจริงเรื่องการตายของคุณอรทัยด้วย" เขาเอ่ย "บางที... การสืบสวนเรื่องนี้ อาจนำไปสู่เบาะแสเกี่ยวกับศัตรูของเราก็ได้"
ท่านปรีชามองภาคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "ผมเห็นด้วยกับคุณ" เขากล่าว "บางที... ความจริงที่ซ่อนเร้น อาจจะเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน"
5,782 ตัวอักษร