รักแรกของมาเฟียหนุ่ม

ตอนที่ 13 / 42

ตอนที่ 13 — เดิมพันอันตรายของมินตรา

ภาคินจ้องมองมินตรา ใบหน้าของเขาสะท้อนความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความกังวล ความทึ่ง และความประทับใจ ในสายตาของเขา มินตราไม่ใช่เพียงหญิงสาวอ่อนหวานที่เขาเพิ่งรู้จัก แต่เธอกลับแสดงความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวที่คาดไม่ถึง "คุณแน่ใจนะ มินตรา" เขาเอ่ยเสียงนุ่ม "มันอันตรายเกินไปจริงๆ" "ฉันแน่ใจค่ะคุณภาคิน" มินตราตอบ ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ "ฉันรู้ว่าคุณกำลังพยายามปกป้องฉัน แต่ตอนนี้ ฉันก็อยากจะปกป้องคุณ และคุณปรีชาด้วยเหมือนกัน" เธอเอื้อมมือไปวางบนแขนของภาคินเบาๆ "ฉันเชื่อใจคุณ และฉันเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้" ท่านปรีชาพยักหน้าอย่างช้าๆ "หากคุณมินตราแน่วแน่เช่นนี้ ผมก็ไม่อาจขัดได้" เขามองภาคิน "แต่เราต้องวางแผนอย่างรัดกุมที่สุด เราจะให้คุณเข้าไปเพียงลำพังไม่ได้" "ผมจะไปด้วย" ภาคินกล่าวทันที "ผมจะปลอมตัวเป็นคนขับรถ หรือผู้ช่วยคนงาน เพื่อเข้าไปใกล้ๆ คุณ" "ไม่ได้เด็ดขาด" ท่านปรีชาส่ายหน้า "นั่นจะทำให้แผนของคุณมินตราเสียไป และยังเพิ่มความเสี่ยงให้กับคุณภาคินอีกด้วย" "แล้วเราจะทำอย่างไรครับ" ภาคินถาม "คุณภาคิน คุณจะอยู่ที่นี่กับผม" ท่านปรีชากล่าว "คุณจะคอยควบคุมสถานการณ์จากภายนอก พร้อมกับทีมงานของเรา เราจะเตรียมรถที่ติดอุปกรณ์ดักฟังและกล้องขนาดเล็กไว้ให้คุณมินตรา" "แต่..." ภาคินยังคงไม่สบายใจ "ฟังผมนะภาคิน" ท่านปรีชาพูดอย่างหนักแน่น "คุณมินตรามีสิ่งที่ผมไม่มี นั่นคือความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่ของเฉินโดยที่เขาไม่ระแวง เราต้องใช้จุดแข็งนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด แต่เราก็ต้องลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุดเช่นกัน" มินตราคลี่ยิ้มให้ภาคิน "ฉันเข้าใจค่ะคุณภาคิน อย่าห่วงฉันเลยนะคะ" ภาคินมองมินตราอีกครั้ง เห็นถึงความมุ่งมั่นในแววตาของเธอ เขาถอนหายใจยาว "ก็ได้ครับ" เขาเอ่ย "แต่คุณต้องรับปากผมนะ ว่าจะระมัดระวังตัวให้มากที่สุด และถ้ามีอะไรผิดปกติแม้แต่นิดเดียว คุณต้องรีบออกมาทันที" "ฉันสัญญาค่ะ" มินตราตอบ การเตรียมการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว มินตราใช้เวลาหลายชั่วโมงกับการเลือกชุดและการแต่งหน้า เธอเลือกชุดคนงานโรงงานธรรมดาๆ ที่ดูมอมแมมเล็กน้อย เสื้อยืดสีซีด กางเกงยีนส์ขาดๆ รองเท้าบูทเก่าๆ ผมของเธอถูกรวบขึ้นอย่างลวกๆ และใบหน้าของเธอถูกแต่งแต้มให้ดูหมองคล้ำ มีรอยเปื้อนเล็กๆ เหมือนกับคนที่ทำงานหนักมาตลอดวัน "คุณดูเหมือนคนละคนเลย" ท่านปรีชากล่าวอย่างทึ่ง เมื่อเห็นมินตราในสภาพใหม่ "ฉันพยายามค่ะ" มินตราตอบ เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ตื่นเต้นกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ภาคินมองมินตราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขารู้ดีว่านี่คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่เขาก็เชื่อมั่นในตัวเธอ "จำไว้ที่ผมบอกนะ" เขาเน้นย้ำ "ค่ะ" มินตราพยักหน้า ท่านปรีชาอธิบายรายละเอียดของแผนการสุดท้าย "รถคันเล็กที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์ จะพาคุณไปยังจุดที่เฉินนัดหมาย คนขับเป็นคนของผม เขาจะรอคุณอยู่ห่างจากโกดังประมาณ 500 เมตร หลังจากนั้น คุณต้องเดินเข้าไปเอง" "แล้วอุปกรณ์ล่ะคะ" มินตราถาม "อยู่ในกระเป๋าของคุณ" ท่านปรีชาตอบ "กล้องขนาดเล็ก ซ่อนอยู่ในที่คาดผม และเครื่องดักฟังขนาดจิ๋ว ซ่อนอยู่ในกระดุมเสื้อ คุณต้องเปิดมันเมื่อคุณเข้าไปในบริเวณนั้นแล้ว" "เข้าใจค่ะ" มินตรากล่าว "เราจะคอยฟังคุณอยู่ตลอดเวลา" ภาคินเสริม "ถ้ามีเสียงผิดปกติ หรือคุณเงียบไปนานกว่าที่กำหนด เราจะเข้าไปทันที" "ขอบคุณค่ะคุณภาคิน" มินตรากล่าว "ขอให้โชคดีกับภารกิจของพวกเรานะคะ" มินตราก้าวลงจากคฤหาสน์ เดินตรงไปยังรถคันเล็กที่รออยู่ เมื่อเธอขึ้นไปนั่ง คนขับก็พยักหน้าให้เธอเป็นเชิงทักทาย เขาไม่ถามอะไรสักคำ ขับรถออกไปเงียบๆ การเดินทางไปยังโกดังร้างนั้นใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อรถจอดลงในจุดที่ท่านปรีชากำหนด มินตราก็ก้าวลงจากรถ "ขอให้ปลอดภัยนะครับ" คนขับกล่าวเป็นคำแรก มินตราพยักหน้า เธอเหลือบมองไปทางโกดังร้างที่อยู่ไกลออกไป ดูมืดมิดและน่าขนลุก เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้า ก่อนจะเดินตรงไปยังเป้าหมาย ขณะที่มินตราเดินเข้าไป ภาคินและท่านปรีชาก็เฝ้าดูความเคลื่อนไหวผ่านจอภาพที่เชื่อมต่อกับกล้องของมินตรา "ดูเหมือนเธอจะเข้าไปใกล้แล้ว" ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "รอสักครู่" ท่านปรีชาตอบ "เราต้องให้เธอมีเวลาในการเปิดอุปกรณ์" ไม่นานนัก เสียงจากเครื่องดักฟังก็เริ่มดังขึ้น เสียงคนกำลังพูดคุยกันดังแว่วมาเป็นระยะๆ "พวกเขาอยู่ที่นั่นจริงๆ" ภาคินพึมพำ "เปิดกล้อง" ท่านปรีชากล่าว ภาพบนหน้าจอแสดงให้เห็นบรรยากาศภายในโกดังร้าง มีชายฉกรรจ์หลายคนยืนกระจายอยู่รอบๆ พวกเขากำลังขนย้ายลังไม้ขนาดใหญ่หลายใบ "ดูนั่นสิ" ภาคินชี้ไปที่หน้าจอ "นั่นมันปืนนี่" "ใช่" ท่านปรีชาตอบ "ดูเหมือนจะเป็นอาวุธสงคราม" ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามา มินตราพยายามหลบซ่อนอยู่หลังกองวัสดุเก่าๆ ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินผ่านมา เธอได้ยินเสียงเขาพูดคุยกับอีกคน "ของมาครบแล้วใช่ไหม" "ครบถ้วนครับหัวหน้า" "ดีมาก" ชายคนนั้นตอบ "ส่งข่าวไปให้เฉินได้เลย" มินตราพยายามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดเจน เขาไม่ใช่เฉิน แต่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้องคนสนิทของเฉิน "ภาคิน" ท่านปรีชาเอ่ย "เราได้ข้อมูลสำคัญแล้ว เราจะใช้จังหวะนี้ในการบุก" "เข้าใจแล้วครับ" ภาคินตอบ แต่แล้ว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ทำให้ทุกคนในโกดังตกใจ และทันใดนั้นเอง มีคนตะโกนขึ้นมาว่า "ระวัง! มีคนแอบดู!"

4,259 ตัวอักษร