ตอนที่ 2 — เส้นแบ่งที่ค่อยๆ จางลง
ภายในห้องวีไอพีที่ตกแต่งอย่างหรูหรา คุณปรีชา นักธุรกิจเจ้าของกิจการส่งออกรายใหญ่ นั่งรอคอยด้วยท่าทีที่แฝงไว้ด้วยความกังวล เขาได้ยินกิตติศัพท์ของ "ราชาเงา" มานาน แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้มานั่งพบปะด้วยตนเอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ แม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะเย็นฉ่ำก็ตาม
"สวัสดีครับ คุณภาคิน" คุณปรีชาลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นภาคินก้าวเข้ามาในห้อง
ภาคินพยักหน้าเล็กน้อย เป็นการทักทายอย่างสุภาพ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกับคุณปรีชา
"เชิญนั่งครับ" ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ
คุณปรีชาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างรวดเร็ว "ขอบคุณครับ"
"คุณปรีชา คงทราบดีว่าผมไม่ชอบเสียเวลา" ภาคินพูดตรงประเด็น "มีอะไรก็ว่ามา"
"ครับท่าน" คุณปรีชาสูดลมหายใจลึก "คืออย่างนี้ครับ ผมกำลังจะมีโปรเจกต์ใหญ่เกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ และต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และผมก็เชื่อว่า องค์กรของคุณภาคิน คือพันธมิตรที่ดีที่สุดสำหรับผม"
ภาคินยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่คุณปรีชา "โปรเจกต์ของคุณน่าสนใจ แต่ผมไม่เคยร่วมงานกับใครที่ผมไม่ไว้ใจ"
"ผมเข้าใจครับท่าน" คุณปรีชาตอบอย่างรวดเร็ว "ผมได้เตรียมเอกสารเกี่ยวกับโปรเจกต์ทั้งหมดมาให้ท่านพิจารณาแล้วครับ" เขาหยิบซองเอกสารสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะ ยื่นส่งให้ภาคิน
ภาคินรับเอกสารมา เปิดอ่านอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นเพียงการอ่านคร่าวๆ แต่เขาก็สามารถจับประเด็นสำคัญได้ทั้งหมด การลงทุนครั้งนี้มีมูลค่ามหาศาล และมีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนก็คุ้มค่าหากสำเร็จลุล่วง
"ผมจะพิจารณา" ภาคินพูดหลังจากอ่านเอกสารจบ "แต่ผมมีเงื่อนไข"
"โปรดบอกมาได้เลยครับท่าน" คุณปรีชาตอบอย่างกระตือรือร้น
"เงื่อนไขของผมคือ คุณต้องให้ความร่วมมือกับผมในทุกเรื่องที่ผมต้องการ" ภาคินพูด ดวงตาของเขาทอประกายเย็นชา "และห้ามปฏิเสธ"
คุณปรีชาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าอย่างรวดเร็ว "ตกลงครับท่าน"
"ดี" ภาคินวางเอกสารลงบนโต๊ะ "ผมจะให้คำตอบคุณในอีกสามวัน"
บทสนทนาจบลงด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด คุณปรีชารู้สึกโล่งใจที่สามารถเจรจาต่อรองสำเร็จ แต่ก็อดกังวลกับเงื่อนไขของภาคินไม่ได้ ในขณะที่ภาคินเอง ก็ยังคงมีภาพของมินตราลอยเข้ามาในความคิด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงมีอิทธิพลต่อเขาได้มากขนาดนี้
หลังจากคุณปรีชาออกไป ภาคินก็เดินออกจากห้องวีไอพี เขากลับมายังโซฟาตัวเดิมที่บาร์ บรรยากาศในบาร์ยังคงคึกคักเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ความสนใจของเขาไม่ได้อยู่ที่ผู้คนอีกต่อไป
"ขอเหล้าอีกแก้ว" ภาคินสั่งกับบาร์เทนเดอร์
"คืนนี้ท่านดูแปลกๆ นะครับ" บาร์เทนเดอร์ตอบอย่างระมัดระวัง
ภาคินเลิกคิ้วขึ้น "แปลกตรงไหน?"
"ก็... ปกติท่านจะจดจ่อกับเรื่องงาน แต่คืนนี้ดูเหมือนท่านกำลังคิดถึงอะไรบางอย่างอยู่" บาร์เทนเดอร์ตอบพลางยื่นแก้ววิสกี้ให้
ภาคินรับแก้ววิสกี้มาจิบ "ก็แค่... เรื่องบางเรื่องที่ต้องจัดการ" เขาตอบปัดๆ
ขณะนั้นเอง มินตราก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอเดินตรงไปยังกลุ่มเพื่อนของเธอที่กำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน แต่ขณะที่เดินผ่านโต๊ะของภาคินอีกครั้ง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเขาเข้าพอดี
ภาคินสังเกตเห็นมินตรา เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอย่างช้าๆ มองดูเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
มินตราเห็นสายตาของภาคิน เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย รีบก้มหน้าลงและเดินไปหาเพื่อนๆ อย่างรวดเร็ว
"มิน! นั่งนี่เร็ว" เพื่อนคนหนึ่งเรียก
มินตรานั่งลงข้างเพื่อนสนิท "มาแล้วเหรอ คิดว่าเธอจะไปไหนซะอีก"
"ขอโทษที พอดีเข้าห้องน้ำนานไปหน่อย" มินตราตอบยิ้มๆ
"แล้วเป็นไงบ้าง? เจอตัวเป็นๆ ของ 'ราชาเงา' แล้วรู้สึกยังไง?" เพื่อนสนิทคนเดิมถามด้วยความตื่นเต้น
มินตราส่ายหน้าเบาๆ "ก็... ก็ธรรมดา" เธอพยายามซ่อนความรู้สึกตื่นเต้นไว้ "เขาดูเหมือนในข่าวเลย น่าเกรงขามดี"
"น่าเกรงขามเหรอ? ฉันว่าเขาดูหล่อจะตายไป" เพื่อนสนิทอีกคนแซว
มินตราหัวเราะเบาๆ "เธอตาถึงจริงๆ"
ขณะที่มินตรากำลังคุยกับเพื่อนๆ ภาคินก็สั่งให้วินไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเธอ
"วิน" ภาคินเรียก "ผู้หญิงที่ใส่ชุดเดรสสีขาวคนนั้น เธอชื่ออะไร ทำงานที่ไหน"
วินมองตามไปทางมินตรา "อ้อ คนนั้นเหรอครับท่าน เป็นนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปะปีสุดท้ายครับ ชื่อคุณมินตรา"
"มินตรา..." ภาคินทวนชื่อนั้นเบาๆ "หาข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเธอมาให้ฉัน"
"ครับท่าน" วินรับคำและเดินจากไป
ภาคินยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอีกครั้ง เขารู้สึกว่าชีวิตของเขาที่เคยมีแต่ความมืดมน กำลังจะมีสีสันเข้ามาเติมเต็ม แต่เขาก็รู้ดีว่า เส้นทางที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปนั้น อันตรายเพียงใด
3,668 ตัวอักษร