ตอนที่ 1 — วันแห่งการแต่งงานอันเงียบงัน
อากาศในห้องจัดเลี้ยงหรูหราอบอ้าวเสียจนแก้วตาของพิมพ์ชนกพร่ามัว ภาพตรงหน้าพลอยเริ่มเลือนราง เสียงอึกทึกของผู้คนกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่อาจเข้าถึงโสตประสาทได้ ความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอกมันหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินทับถมจนหายใจไม่ออก มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอพยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่พร้อมจะเอ่อล้นออกมาทุกเมื่อ ภาพในกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนให้เห็นหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าสวยหวานซีดเซียว ดวงตาฉายแววเศร้าสร้อยผิดปกติ ทรงผมเกล้าประณีตประดับด้วยมุกเล็กน้อยยิ่งขับให้ใบหน้าดูอ่อนหวาน แต่ก็ซ่อนความร้าวระบมไว้ภายใน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าภายใต้ชุดเจ้าสาวราคาแพงนี้ ร่างกายของเธอสั่นเทาเพียงใด
“เป็นอะไรไปคะ คุณพิมพ์?” เสียงของวิมล เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้นข้างหู พิมพ์ชนกรีบสะบัดความคิดกลับมา หันไปยิ้มให้วิมลอย่างยากลำบาก “เปล่าจ้ะ แค่เวียนหัวนิดหน่อย” เธอบอกเพื่อน พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
วิมลเลื่อนสายตาสำรวจใบหน้าของเพื่อนรักอย่างจับผิด “แน่ใจนะ? หน้าซีดมากเลยนะ”
“แน่ใจค่ะ” พิมพ์ชนกพยักหน้ารับ “อาจจะเพราะตื่นเต้นมากไปหน่อย” เธอบอก พร้อมกับบีบมือวิมลเบาๆ “ขอบคุณนะวิมล ที่มาอยู่เป็นเพื่อน”
วิมลยิ้มตอบ “พูดแบบนี้ได้ไง นี่เพื่อนรักนะ จะให้ทิ้งไปได้อย่างไร” เธอเหลือบมองไปทางแท่นพิธี ที่บัดนี้มีเจ้าบ่าวในชุดสูทสีเข้มยืนรออยู่ นัยน์ตาคมกริบสอดส่ายไปมาอย่างกระสับกระส่าย ราวกับกำลังรอคอยเวลาให้พ้นผ่านไปเร็วที่สุด “แต่ดูคุณธีร์สิคะ ไม่เห็นจะตื่นเต้นเหมือนเจ้าสาวเลยสักนิด”
พิมพ์ชนกกลั้นหายใจ พยายามปัดความคิดที่วิ่งวนเข้ามาในหัวออกไป เธอไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวมองไปยังทิศทางนั้นอีก มันเจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว การแต่งงานครั้งนี้มันไม่ใช่ความฝันอันสวยงาม หากแต่เป็นฝันร้ายที่ค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาบดขยี้หัวใจเธอทีละน้อย
“เขาคงเป็นคนขรึมๆ มั้งคะ” พิมพ์ชนกตอบเสียงเบา พลางก้มหน้าลงมองช่อดอกไม้ในมือ “เราไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเลยนะวิมล”
“ก็ใช่ แต่นี่คือการแต่งงานนะพิมพ์” วิมลถอนหายใจเบาๆ “คุณท่านก็เร่งเหลือเกิน”
“หนูรู้ค่ะ” พิมพ์ชนกรับคำเสียงแผ่วเบา “หนูทำตามที่พ่อกับแม่ต้องการ”
คำว่า ‘ทำตาม’ ที่หลุดออกจากปากของเธอ มันมีความหมายมากมายซ่อนอยู่มากมายเหลือเกิน การแต่งงานครั้งนี้เป็นข้อตกลงระหว่างสองตระกูลใหญ่ที่เกี่ยวพันกันทางธุรกิจมานาน พิมพ์ชนกคือลูกสาวคนเดียวของตระกูลสุริยวงศ์ ส่วนธีร์คือบุตรชายคนโตของตระกูลอัคราเดช การรวมกิจการของทั้งสองบริษัทเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดสำหรับผู้ใหญ่ และการแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของแต่ละตระกูลก็ดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ธีร์ อัคราเดช ชายหนุ่มในวัยสามสิบปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาคมกริบสีนิล จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป รูปทรงใบหน้าออกไปทางเหลี่ยมคม ทำให้ดูเป็นคนจริงจังและเคร่งขรึม บุคลิกภายนอกดูเป็นคนเย็นชา เด็ดขาด และทะเยอทะยาน แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ท่าทีที่ดูสง่างามนั้น ซ่อนความรู้สึกอื่นใดไว้บ้าง เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย แต่ในวันนี้ เขาจะกลายเป็นเจ้าบ่าวของเธอ หญิงสาวที่เขาไม่เคยแม้แต่จะแสดงความสนใจ
พิมพ์ชนกได้พบธีร์เพียงไม่กี่ครั้งก่อนวันแต่งงาน การพบกันทุกครั้งเต็มไปด้วยความอึดอัด และคำพูดน้อยนิดที่ถูกเอ่ยออกมา ธีร์มักจะมองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับเธอก็เป็นเพียงสิ่งของที่ต้องรับมา หรือเป็นคู่ค้าคนหนึ่งที่ต้องเจรจาด้วยเท่านั้น ไม่เคยมีรอยยิ้ม หรือแม้แต่คำพูดที่แสดงถึงความใส่ใจ
“ถึงเวลาแล้วค่ะ คุณพิมพ์” เสียงของพิธีกรดังขึ้น เป็นสัญญาณให้เธอต้องก้าวเดินไปยังแท่นพิธี
พิมพ์ชนกสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่มีน้อยนิด เธอเดินออกไปตามทางเดินที่ปูพรมแดงยาวเหยียด ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ผู้คนรอบข้างปรบมือให้เป็นระยะ แต่ภาพเหล่านั้นดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ร่างสูงสง่าของธีร์ที่ยืนรออยู่ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับหินสลัก ยามที่เธอเดินเข้าไปใกล้ สายตาคมกริบของเขาก็สบเข้ากับดวงตาของเธอ แต่ก็เพียงชั่วพริบตาเดียว ก่อนจะเบือนหนีไป
พิธีการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เสียงสาบานรัก เสียงแลกแหวน เสียงจุมพิตที่ถูกขอจากแขกผู้มีเกียรติ ทุกอย่างผ่านไปเหมือนความฝันที่ไม่มีอยู่จริง เมื่อธีร์สวมแหวนวงงามที่สลักชื่อย่อของเธอไว้ลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ พิมพ์ชนกรู้สึกถึงความเย็นเยียบของโลหะที่สัมผัสกับผิว ความเย็นนั้นค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
“ยินดีด้วยนะครับ คุณธีร์ คุณพิมพ์” เสียงทักทายของผู้ใหญ่ดังมาเป็นระยะ พิมพ์ชนกพยายามยิ้มตอบอย่างสุภาพ แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า
เมื่อพิธีการเสร็จสิ้นลง ธีร์หันมามองพิมพ์ชนกอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเขานิ่งสนิท ไร้ความรู้สึกใดๆ “คุณพิมพ์” เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบราบ “จากนี้ไป เราก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว”
“ค่ะ” พิมพ์ชนกตอบรับเสียงแผ่วเบา
“ผมจะทำหน้าที่สามีให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” ธีร์กล่าวต่อ “และผมก็หวังว่าคุณจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีเช่นกัน”
คำพูดของเขาเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ พิมพ์ชนกพยายามกลั้นน้ำตา “หนูจะพยายามค่ะ” เธอตอบ เขาไม่ได้รักเธอ และเธอเองก็รู้ดีว่าเขาไม่ได้รักเธอ แต่เธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตสมรสครั้งนี้ดำเนินต่อไปได้
“ดี” ธีร์พยักหน้าเพียงเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้น ไปพบแขกกันต่อเถอะ”
เขาเดินนำหน้าออกไป ปล่อยให้พิมพ์ชนกยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง ภาพของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกลสุดขอบฟ้า มันทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกิน
“คุณท่านคะ” เสียงเรียกจากผู้ช่วยของพ่อดังขึ้น “คุณธีร์รออยู่นะคะ”
พิมพ์ชนกสูดลมหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามสามีป้ายแดงออกไป ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีจากผู้คนรอบข้าง แต่ไม่มีใครรับรู้ได้เลยว่า ภายใต้รอยยิ้มที่ต้องฝืนยิ้มนั้น หัวใจของเธอแหลกสลายไปมากเพียงใด
4,657 ตัวอักษร